4 ส.ค. 2024 เวลา 08:01 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Intel: victim of its own success

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ราคาหุ้นของ Intel ตกต่ำลงที่สุดในรอบหลายๆ ปี ทั้งๆ ที่หุ้น tech อื่นนั้นขึ้นเอาขึ้นเอา
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จในอดีตของ Intel เองที่พา Intel มาถึงตรงจุดนี้ ก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังว่า Andy Grove พนักงานคนที่ 3 และ CEO คนที่ 3 ของ Intel ได้เคยทำให้ Intel ประสบความสำเร็จ ได้เคยเขียนไว้ว่า
Complacency breeds failure. Only the paranoid survive.
เนื่องจากเขาสังเกตเห็นว่าในโลกของเทคโนโลยีนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีในพื้นที่ที่ไม่ได้แข่งขันโดยตรง หรือเทคโนโลยีที่ใหม่ แต่เริ่มต้นนั้นยังไม่ดีนัก มักจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวง (inflection point) ในภายหลัง
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 Intel ที่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตชิพหน่วยความจำ และครองส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 100% กลับโดนบริษัทชิพจากญี่ปุ่น (Hitachi, Fujitsu, NEC) ค่อยๆ แย่งส่วนแบ่งตลาดด้วยชิพที่ถูกกว่า และมีคุณภาพมากกว่า จน Andy ต้องหันไปวิจัยทำ CPU แทน และร่วมมือกับ IBM ในการพัฒนา IBM PC ด้วย CPU 8086/8088 จนพา Intel ฝ่าวิกฤติรอบแรกมาได้
และอีกครั้งคือเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990 HP จับมือกับ Intel ในการพัฒนา CPU 64-bit ภายใต้สถาปัตยกรรมใหม่ที่แตกต่างจาก 80x86 ไปโดยสิ้นเชิงที่ชื่อว่า Itanium แต่กลับทำงานได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง ก่อนที่จะถูก AMD ตีตลาดด้วย CPU ที่ใช้ชุดคำสั่ง AMD64 ในปี 2003 จนเริ่มเสียส่วนแบ่งการตลาด ก่อนที่ Intel จะหันมาก็อปชุดคำสั่งมาเป็น Intel64 และเริ่มออกชิพที่ใช้ชุดคำสั่งเหล่านี้ในปี 2006 ทำให้ Intel รักษาส่วนแบ่งการตลาดได้อีกครั้ง
แต่หลังจากนั้น Intel ก็ไม่มีใครโค่นได้มาอีกเป็นสิบปี ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้วยแคมเปญ Intel Inside ที่ทำให้ชิพ Intel ขายดิบขายดี และขยายต่อไปยัง product อื่นๆ ข้างเคียงอย่าง GPU Intel HD/UHD และ Intel vPro Technology และการผลิตชิพแบบ Tick-Tock model แต่การพัฒนาแบบต่อยอดของเดิมไปเรื่อยๆ กลับทำให้ชิพมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องสนับสนุนชุดคำสั่งเดิมอยู่ จึงทำให้ชิพใช้พลังงานมาก และมีความซับซ้อนในการผลิตสูง
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Intel ที่นำโด่งในทุกๆ ด้าน กลับไม่ได้มองกระจกหลังว่ามีใครตามมาบ้าง และค่อยๆ เริ่มแพ้ในเกมของตัวเองในหลายๆ ที่ไม่ว่า จะเป็นการผลิตชิพ (foundry) ที่พัฒนาตาม TSMC ไม่ทัน หรือตลาด x86 ที่ค่อยๆ ถูก AMD ตีตลาดด้วยชิพที่ใช้พลังงานน้อยกว่า และถูกกว่า แถมยังถูกตีตลาดจาก ARM ที่ถูกจุดกระแสด้วย Mac M1/M2/M3 chip และค่อยๆ เข้ามาในตลาด Windows PC ด้วยเช่นกัน
แต่ในวันนี้ Intel กลับไม่ได้เตรียมไพ่สำรองเอาไว้เหมือนในวันที่ Andy Grove เป็น CEO และดูเหมือนว่าที่ยืนที่ตัวเองมีอยู่กำลังถูกคนอื่นค่อยๆ มากัดกินส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ
Intel จะไปรอดหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับ Pat Gelsinger CEO คนปัจจุบันว่าจะพลิกโฉม Intel ให้กลับมาได้อีกครั้งหรือไม่
ในระยะสั้น เขาได้เตรียมลดพนักงาน 15,000 คนหรือ 15% และแผนอื่นๆ เพื่อลดค่าใช้จ่าย 10 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่มีแผนอื่นที่จะช่วยกอบกู้วิกฤติในครั้งนี้ที่ชัดเจนพอ
โฆษณา