13 ส.ค. 2024 เวลา 10:00 • ธุรกิจ

แม้แต่ KFC ก็ยังสู้ไม่ไหว! ‘Chick-fil-A’ ไก่ทอดเบอร์ 1 สหรัฐ เตรียมบุกเอเชียปี 69 มีไทยอยู่ด้วย?

จับตาความร้อนแรง “Chick-fil-A” ไก่ทอดขวัญใจมะกัน ผงาดเชนฟาสต์ฟู้ดอันดับ 3 ในสหรัฐ อาหารอร่อย-บริการดีเยี่ยม ดันยอดขายโตพุ่ง กางแผนเตรียมบุกยุโรป-เอเชีย ภายในปี 2569 ล่าสุดเปิดป็อปอัปสโตร์แรกที่สิงคโปร์ สื่อนอกชี้ “ไทย” เป็นหมุดหมายต่อไปหรือไม่?
2
ยอดขายของ Chick-fil-A แซงหน้าเคเอฟซีเป็นครั้งแรกในปี 2557 ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า Chick-fil-A มียอดขายทั่วโลกทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 177,502 ล้านบาท ขณะที่เคเอฟซีทำเงินได้ 4.2 พันล้านดอลลาร์ ตีเป็นเงินไทยประมาณ 149,102 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นพบว่า Chick-fil-A มีหน้าร้านเพียง 1,775 แห่ง
ส่วนเคเอฟซีพบว่า ขยายออกไปแล้ว 4,491 แห่ง เท่ากับว่า Chick-fil-A ทำยอดขายเฉลี่ยได้มากกว่าไก่ทอดผู้พันถึงสามเท่า ทั้งยังมีนโยบายปิดร้านทุกวันอาทิตย์ เพราะต้องการให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อนไปโบสถ์ตามความเชื่อของคริสต์ศาสนิกชน
การปิดร้านทุกวันอาทิตย์แต่ยังคงผลประกอบการไว้สวยงามเช่นนี้ นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า มีเหตุผลหลักๆ อยู่ 2 ส่วน นั่นคือรสชาติที่โดดเด่นถูกใจผู้บริโภค และการบริการที่ครองอันดับต้นๆ จากผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคที่มีการระบุว่า ภายในร้าน Chick-fil-A สะอาด พนักงานบริการรวดเร็ว เป็นมิตร แถมยังรับเมนูได้แม่นยำถูกต้องอีกด้วย
รายงานจากเว็บไซต์ฟอร์บส์ (Forbes) ระบุว่า Chick-fil-A มียอดขายจากบริการไดร์ฟทรูด้วยสัดส่วนกว่า 60% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ที่มาเอาดีด้านไดร์ฟทรูอย่าง “แมคโดนัลด์” หรือ “ทาโก้ เบลล์” (Taco Bell) ก็ยังพบว่า การทำงานของ Chick-fil-A สามารถเอาชนะเครือใหญ่ด้วยคะแนนความพึงพอใจที่สูงกว่าอยู่ดี
เมื่อพลิกดูรายละเอียดที่ลูกค้าเคยประเมินไว้พบว่า ไม่ใช่แค่ความเร็วที่ทำให้ร้านได้รับคะแนนสูง แต่เพราะความแม่นยำของคำสั่งซื้อ คุณภาพอาหาร และความเป็นมิตรของพนักงาน ที่ช่วยให้ Chick-fil-A นำคู่แข่งไปหลายก้าวในทุกๆ ปี
ตลาดไก่ทอดเป็นน่านน้ำที่มาแรงและดึงดูดผู้เล่นในสนามอาหารบริการด่วนอีกหลายราย “เควิน ชิมพฟ์” (Kevin Schimpf) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมและข้อมูลเชิงลึกจาก “Technomic” บริษัทวิจัยที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร ระบุว่า ไก่เป็นอาหารที่กำลังมาแรง หลายแบรนด์พยายามจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในตลาด สอดคล้องกับคาดการณ์การบริโภคเนื้อไก่ในสหรัฐที่สูงมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับความต้องการเนื้อวัว
“ชิมพฟ์” ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้คนอเมริกันกินไก่มากขึ้น เพราะราคาถูกและผันผวนน้อยกว่า แม้แต่แมคโดนัลด์ที่ไม่ได้มีไก่ทอดเป็นพระเอกก็ยังประกาศกับนักลงทุนเมื่อปี 2564 ว่า จะเน้นไปที่ไก่ทอดมากขึ้น เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และเมื่อเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ผู้บริหารแมคโดนัลด์ได้กล่าวว่า เมนู “McCrispy” หรือแซนวิชไก่ เติบโตจนมีส่วนส่งเสริมให้มูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้น เติบโตขนาดที่ผู้บริหารบอกว่า ยอดขายเมนูไก่สร้างยอดขายได้สูสีพอๆ กับเมนูจากเนื้อวัวแล้ว
1
อย่างไรก็ตาม หากเทียบกันในระดับโลกเคเอฟซีมีขนาดใหญ่กว่า Chick-fil-A มาก เชื่อว่า แบรนด์น่าจะพึงพอใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ พูดกันตามตรงแล้วตลาดโกลบอลมีความสำคัญกับการเติบโตของแบรนด์อย่างมีนัยสำคัญ อย่าง “ป๊อปอายส์” เอง ก็กำลังมองหาโอกาสเพื่อขยายสาขาแฟรนไชส์ในระดับสากลเช่นกัน ในระยะยาวป๊อปอายส์ตั้งเป้าปักธงในจีนอีก 1,500 แห่ง ทั้งยังต้องการฐานที่มั่นเพิ่มเติมในประเทศที่มีศักยภาพอย่างอังกฤษ เกาหลีใต้ เม็กซิโก และอินเดีย
ไม่ใช่ว่า “Chick-fil-A” ไม่รู้จุดอ่อนตรงนี้ แบรนด์ได้วางแผนลงทุนในอังกฤษภายในปี 2568 ฝั่งเอเชียภายในปี 2569 ตั้งเป้ามีสาขาต่างแดนอีก 5 ประเทศ ภายในปี 2573 ด้าน “แอนดรูว์ เคธี่” ผู้บริหาร Chick-fil-A ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า ทีมผู้บริหารกำลังพิจารณาประเทศในยุโรปและเอเชียจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นๆ ความหนาแน่นของประชากร และความนิยมในการบริโภคไก่ทอด โดยคาดหวังว่า จะได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนกับตลาดสหรัฐ
การมาถึงของ “Chick-fil-A” ในตลาดระดับโลกจะยิ่งเพิ่มความร้อนแรงให้ฟาสต์ฟู้ดไก่ทอด โดยเฉพาะฝั่งเอเชียที่มีเจ้าถิ่นอย่าง “เคเอฟซี” ครองส่วนแบ่งมากสุด รวมถึง “จอลลิบี” (Jollibee) เชนยักษ์ใหญ่สัญชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “Chick-fil-A” ได้เข้ามาประเดิมเปิดป็อปอัปสโตร์ในสิงคโปร์เป็นเวลา 3 วัน ด้วยเมนูอกไก่ไม่มีกระดูกชุบเกล็ดขนมปังทอด กินคู่กับน้ำมันถั่วลิสงบริสุทธิ์ เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งเนยและมันฝรั่งทอดโรยผักชีลาว
2
ด้านสื่อฮ่องกง “Lifestyle Asia Hong Kong” ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากมาสิงคโปร์แล้ว ประเทศไทยอาจเป็นหมุดหมายต่อไปของ Chick-fil-A หรือไม่ ด้วยมูลค่าตลาดไก่ทอดกว่า 31,026 ล้านบาท ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนึ่งในสมรภูมิที่น่าเย้ายวนใจ แต่ขณะเดียวกันก็มีเจ้าถิ่นอย่างเคเอฟซีที่ครองส่วนแบ่งมากถึง 65% เป็นการบ้านของ “Chick-fil-A” ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเผชิญหน้าหากต้องการสยายปีกให้ไกลและยั่งยืนมากขึ้น
โฆษณา