14 ส.ค. 2024 เวลา 23:50 • กีฬา

เฉินรั่วหลิน โค้ชของ เฉวียนหงฉาน กับชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยาย จากเด็กถูกแม่ทิ้งสู่แชมป์โลก 22 รายการ

💎 หลายคนอาจจะเคยคุ้นหน้าคุ้นตาหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย #เฉวียนหงฉาน หนูน้อยนักกระโดดน้ำชาวจีน เธอคือ #เฉินรั่วหลิน อดีตแชมป์โอลิมปิกนักกระโดดน้ำทีมชาติจีน 5 เหรียญ ผู้สร้างตำนานคว้าเหรียญทอง 22 เหรียญจากการแข่งขันกระโดดน้ำระดับโลก
💎 เฉินรั่วหลิน เกิดที่เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ในปี 1992 เธอมีพี่ชายหนึ่งคน ในฐานะลูกสาวคนเล็กเธอน่าจะมีวัยเด็กที่มีความสุข แต่ทว่าครอบครัวนี้กลับให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่า เห็นได้จากตอนที่พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เธออายุได้ 3 ขวบ แม่ของเฉินตัดสินใจพาพี่ชายย้ายไปอยู่แคนาดาด้วยกัน ส่วนพ่อก็อ้างว่าสุขภาพไม่ดีไม่สามารถเลี้ยงดูเธอได้ เธอจึงกลายเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งโดยสมบูรณ์
💎 หนูน้อยเฉินในวัยยังไม่ประสาถูกเลี้ยงดูโดยคุณยายของเธอ พร้อมให้เธอใช้แซ่ #เฉิน ซึ่งเป็นแซ่ของยาย แต่เนื่องจากตากับยายอายุมากขึ้นจึงให้ครอบครัวของลูกชายแท้ๆ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง (หรือน้า) ของเฉินช่วยดูแลเธอต่อ ทำให้ลุงกับป้ากลายเป็นผู้มีพระคุณอีกสองคนที่ทั้งให้ความรักและเติมเต็มในสิ่งที่เธอขาด
💎 เฉินอ่อนแอและป่วยบ่อยตั้งแต่เด็ก ที่บ้านจึงพยายามกระตุ้นให้เธอแข็งแรงมากขึ้นด้วยการส่งเธอไปเรียนว่ายน้ำที่โรงเรียนกีฬาในหนานทง จนกระทั่งปี 1996 เกาเฟิง โค้ชกระโดดน้ำก็เห็นแววของหนูน้อยเฉินวัย 4 ปี นับแต่นั้นมาโชคชะตาของเธอก็เชื่อมโยงผูกพันอย่างแนบแน่นกับสระว่ายน้ำและสปริงบอร์ด
💎 หลังฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็ได้เข้าร่วมทีมชาติกระโดดน้ำจีนในปี 2005 และคว้าแชมป์โลกมาครองได้ด้วยวัยเพียง 14 ปี นับตั้งแต่นั้นชื่อของเธอก็เป็นที่โจษจันในวงการกระโดดน้ำระดับนานาชาติ
💎 #โอลิมปิกปักกิ่ง ปี 2008 ซึ่งโอลิมปิกครั้งแรกของเฉินรั่วหลิน เธอสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ ทั้งยังคว้าเหรียญทองจากการกระโดดน้ำประเภทซิงโครไนซ์ ความสูง 10 เมตร ร่วมกับหวังซิน มาได้อีกหนึ่งเหรียญ กลายเป็นนักกีฬากระโดดน้ำคนแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่คว้าเหรียญทองทั้งรายการเดี่ยวและซิงโครไนซ์
💎 ต่อมา ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2011 เฉินซ้อมหนักเกินไป อาการบาดเจ็บที่เอวของเธอจึงรุนแรงขึ้น แต่การแข่งครั้งนี้สลักสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวตัดสินว่าเธอจะได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอนในปีถัดไปหรือไม่ ท้ายที่สุดเธอก็ทำได้สำเร็จ
“ฉันคว้าแชมป์มาได้แม้ร่างกายย่ำแย่ แล้วยังมีอะไรที่ฉันจะอดทนไม่ได้อีก” คำกล่าวของเฉินในวัย 19 ปี ก่อนที่เธอจะพิสูจน์คำพูดนี้อีกครั้งด้วย 2 เหรียญทองจากประเภทเดี่ยวและประเภทซิงโครไนซ์ ใน #โอลิมปิกลอนดอน ปี 2012 ตามด้วยเหรียญทองเหรียญที่ 5 ประเภทซิงโครไนซ์ ที่ #โอลิมปิกบราซิล ในปี 2016
การกลับมาของคนที่จากไป
💎 ในห้วงยามที่ความสำเร็จของเฉินรั่วหลินกำลังเป็นที่จับตาของคนทั่วโลก แม่ผู้ให้กำเนิดที่ทิ้งเธอไปกว่า 20 ปีก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง และหวังว่าจะได้รับการให้อภัยจากเธอ สำหรับเฉินรั่วหลิน ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่อะไรก็มาแทนที่ไม่ได้ เธอต้องการเวลาเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ และสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะให้อภัยแม่ พร้อมทั้งใช้เวลาที่เหลือเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปในอดีต
💎 หลังจากนั้นไม่นาน เฉินรั่วหลิน ในวัย 24 ปีก็ประกาศอำลาตำแหน่ง “ราชินีแห่งการกระโดดน้ำ” ยุติบทบาทนักกีฬากระโดดน้ำ สืบเนื่องจากอาการบาดเจ็บ หนึ่งปีให้หลัง เธอหวนคืนสู่วงการการกระโดดน้ำที่เธอรักอีกครั้งในตำแหน่งผู้ตัดสินกีฬากระโดดน้ำของ #สหพันธ์กีฬาว่ายน้ำนานาชาติ (FINA) ในปี 2017 ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งโค้ชของ #เฉวียนหงฉาน และ #เลี่ยนจวิ้นเจี๋ย นักกีฬาระดับชาติช่วงปลายปี 2021
ล้างคำสบประมาท
💎 ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2021 เฉวียนหงฉานวัย 14 ปีเริ่มเป็นที่รู้จักจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว ด้วยฉายา #สาวน้อยมหัศจรรย์ หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เฉินก็ได้รับมอบหมายให้เป็นโค้ชของเธอ “ฉันเห็นวัยเด็กของตัวเองในเด็กคนนี้” คำบอกเล่าของเฉิน
💎 ช่วงนั้นผลงานของเฉวียนตกลงสืบเนื่องจากตัวของเธอเริ่มโตขึ้น น้ำหนักก็เพิ่มขึ้น จึงต้องปรับตัวอย่างมาก เธอพ่ายให้เพื่อนร่วมทีมอย่างเฉินอวี้ซีอยู่หลายต่อหลายครั้งในการแข่งขันรายการสำคัญ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์มากมาย ว่าเฉินรั่วหลินยังไม่มีประสบการณ์มากพอในการเป็นโค้ช เพราะการเป็นคนเก่งไม่ได้การันตีว่าจะสอนคนให้เก่งได้เสมอไป สร้างความกดดันอย่างมากต่อทั้งโค้ชและลูกศิษย์
💎 ในการแข่งขันกีฬา #เอเชียนเกมส์หางโจว ปี 2022 (2023) ครูและศิษย์คู่นี้แบกรับความกดดันและคำครหาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่เฉวียนหงฉานจะผงาดขึ้นมาอีกครั้งและลบทุกความสงสัยที่ผู้คนมีต่อครูของเธอด้วยการคว้าแชมป์กระโดดน้ำหญิงเดี่ยวและซิงโครไนซ์ 10 เมตรร่วมกับ #เฉินอวี้ซี
ครูที่เข้มงวดและแม่ที่อ่อนโยน
💎 เฉินรั่วหลินซึ่งมีประสบการณ์คว้าแชมป์ตั้งแต่อายุยังน้อยรู้ดีว่าเฉวียนหงฉานมีพรสวรรค์และศักยภาพมหาศาลเพียงใด ขณะเดียวกันเธอก็เข้าใจดียิ่งกว่าใครว่าโอกาสที่นักกีฬาประเภทนี้จะถูกคัดออกนั้นสูงมากแค่ไหน ดังนั้นการฝึกฝนอย่างหนักและวินัยจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้หากยังอยากยืนระยะได้ในวงการนี้ จึงเป็นที่มาว่าทำไมเฉวียนหงฉานจึงยอมที่จะใช้เวลาฝึกซ้อมนานกว่าเพื่อนๆ วันละหนึ่งชั่วโมงทุกวัน
💎 ในการสัมภาษณ์หนึ่ง นักข่าวถามเฉวียนหงฉานว่า “หนูกลัวโค้ชหรือไม่?” เฉวียนตอบว่า “เคยกลัวอยู่พักหนึ่งค่ะ เพราะโค้ชเข้มงวดกับหนูมาก แต่ในเรื่องการใช้ชีวิตโค้ชดูแลหนูเป็นพิเศษเลยค่ะ”
💎 ในฐานะโค้ช เฉินรั่วหลิน พัฒนาฝีมือของตัวเองไปพร้อมกับลูกศิษย์ คอยให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาและคลายเครียดให้กับเธอ และมักจะช่วยตัดผม ซื้อสกินแคร์และนวดให้เฉวียนหงฉานอยู่เป็นประจำ หรือบางทีเธอก็จะขี่จักรยานไฟฟ้าไปรับหนูฉานไปฝึกซ้อมด้วย จนชาวเน็ตกล่าวว่า “เฉินรั่วหลินเป็นทั้งโค้ชและแม่ของเฉวียนหงฉานจริงๆ”
💎 วินาทีที่เฉวียนหงฉานคว้าเหรียญทองกระโดดน้ำ 10 เมตรในโอลิมปิกปารีสได้สำเร็จ เธอโผเข้ากอดโค้ชด้วยน้ำตาที่พรั่งพรู ราวกับความกดดันและความคาดหวังทั้งหมดที่เธอต้องแบกรับตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มลายหายไป ระคนกับความปีติยินดีและความรู้สึกอันท่วมท้นที่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยด้วยถ้อยคำ จนกลายเป็นภาพจำที่ตราตรึงใจของใครหลายๆ คน
💎 #โอลิมปิกปารีส ปีนี้ยังมีคลิปเฉินรั่วหลินคว้าขนมปริศนาที่นักกีฬาชาวอังกฤษส่งให้เฉวียนหงฉานมากินแทน ไหวพริบในการแก้ปัญหาของเธอได้ใจชาวเน็ตจีนไปเต็มๆ
💎 เฉวียนหงฉานเผยว่าเป้าหมายของตนคือคว้า 5 เหรียญทองโอลิมปิกได้เหมือนโค้ช ซึ่งตอนนี้เฉวียนในวัย 17 มีอยู่ในมือแล้วถึง 3 เหรียญทอง อันเป็นข้อพิสูจน์ว่าเธอมีผลงานที่ดีต่อเนื่องภายใต้การดูแลของเฉินรั่วหลิน
💎 เฉินรั่วหลิน หัวหน้าโค้ชทีมกระโดดน้ำจีน ในวัย 31 ปี เคยพูดไว้ก่อนมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปารีสจะเริ่มขึ้นว่าเป้าหมายของเธอคือการพาทีมจีนไปคว้าชัยในโอลิมปิกที่ปารีส และเธอก็ทำมันได้ตามนั้นจริงๆ
💎 ครูและศิษย์คู่นี้ต่างมีวัยเด็กที่ไม่สมบูรณ์นัก และคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเหมือนกัน แต่เรื่องราวเหล่านี้ไม่สำคัญเท่ากับหัวใจและจิตวิญญาณแห่งนักสู้ที่พวกเธอได้ร่วมกันถ่ายทอดให้กับชาวจีนและชาวโลก อันจะกลายเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันอันทรงพลังให้กับนักกีฬากระโดดน้ำรุ่นต่อๆ ไป
โฆษณา