18 ก.ย. 2024 เวลา 06:26 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
วัดปฐมบุตรอิศราราม

สัมภเวสีคืออะไร ใช่วิญญาณของคนตายที่ยังวนเวียนอยู่ไม่ไปไหนมั้ย

คำตอบคือ สัมภเวสีไม่ใช่วิญญาณของคนตายที่ยังวนเวียนอยู่ครับ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ภาษาไทยมีคำลักยืมเยอะมาก คำว่าวิญญาณ แต่เดิมในภาษาปาลิจะแปลว่าประสาทสัมผัสทั้งหกอันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจครับ ไม่ได้แปลว่าผีคนตายแต่อย่างใด คนไทยลักยืมเอามาเรียกผีคนตายว่าวิญญาณ ทำให้ในปัจจุบัน ผู้ปฏิบัติภาวนามักเกิดความสับสนกับการให้ความหมายของคำว่าวิญญาณครับ เพราะมันดูจะมีหลายความหมายเหลือเกิน
#สัมภเวสี #วิญญาณ ๖
สัมภวะเอสี หรือ สัมภเวสี แปลว่า "การค้นหาที่เกิดใหม่" แต่พระพุทธองค์จะไม่พูดลอยๆ แต่จะเอาคำนี้ไปต่อกับคำว่า สัตตา หรือ สัตว์ ที่แปลว่าธรรมธาตุผู้สังเกตการณ์ จึงทรงเรียกว่า "สัมภเวสีสัตว์" นั่นเอง ดังนั้นจึงได้ความหมายว่า "ธรรมธาตุผู้สังเกตการณ์ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างมุ่งสู่แดนเกิดใหม่" สภาวะของสัมภเวสีสัตว์จะยังไม่มีรูปร่าง เพราะเป็นสัตว์ที่เพิ่งทิ้งกายขันธ์ในชาติที่แล้วไปหมาดๆ สัมภเวสีสัตว์จะหอบเอาไปแค่เฉพาะจิตสองแบบคือสังขารขันธ์และสัญญาขันธ์เท่านั้น
สัมภเวสีสัตว์ที่มีลักษณะอุปมาอุปไมยคล้ายละอองแสงล่องลอยอยู่ในบรรยากาศระหว่างภพ ก็จะมีปฏิกิริยาคล้ายลำแสงที่ส่องหาฉากเพื่อรอการกระทบฉาก ตัวสัมภเวสีสัตว์นี้ยังไม่มีชีวิตจิตใจ เพราะยังไม่ไปสถิตอยู่ในภพ ไม่มีรูปร่าง ไม่ใช่ผี (ถ้ามีรูปร่างแล้ว จะเรียกว่า ภูตะสัตว์ เช่น ผีต่างๆ มนุษย์และเปรตก็เป็นภูตะสัตว์) แต่วิบากในจิตพ้นสำนึกของสัมภเวสีสัตว์จะดึงให้สัมภเวสีสัตว์ไปดูดติดควบรวมกับธาตุขันธ์ใหม่ในภพใหม่หรือแดนเกิดใหม่ จนได้อัตภาพกายที่ตรงกับสภาวะจิตที่ประมวลมาแล้วอย่างเหมาะสมด้วยกลไกของธรรมธาตุนั่นเอง
ดังนั้น หากเรามีการสะสมจิตใจอกุศลที่มักอาฆาต มีอารมณ์โกรธเสมอ ชอบเอาเปรียบคนอื่น ชอบหลอกลวง ชอบคบชู้สู่ชาย สำส่อน พูดจาหยามเหยียดดูถูกผู้อื่น ขี้หงุดหงิด มักฆ่า และอื่นๆ จิตพ้นสำนึกของเราก็จะขึ้นตรงอยู่กับสภาวะที่เหมาะสม รออยู่ก่อนแล้วในภพต่างๆ ซึ่ง ถ้าอกุศลประเภทไหนมีน้ำหนักมากที่สุด มันก็จะดึงสัมภเวสีสัตว์ไปยึดเกาะกับปัญจขันธ์ใหม่ในภพนั้น จากนั้นปฏิสนธิจิตก็จะทำงานก่อนที่กายใหม่จะปฏิสนธิกำเนิดขึ้น แน่นอน ถ้าเปลี่ยนการสะสมอกุศลจิตเป็นกุศลจิต ก็จะได้ปัญจขันธ์ใหม่ที่งดงามเหมาะสมตามกุศลที่สั่งสมมา
ดังนั้น คุณไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนชั่ว นักการเมืองชั่ว สมมติสงฆ์ชั่ว ฆราวาสชั่ว ทรราชย์ เผด็จการ จะฟอร์มจิตเอาไว้ในภพภูมิแบบไหน ที่แน่ๆ ไม่ใช่สวรรค์แน่นอนที่รอพวกเขาอยู่ อย่าว่าแต่หลังจากตายแล้วต้องไปเกิดในที่เลวทรามเลย ตอนนี้ที่ยังเป็นๆอยู่ ก็อยู่อย่างหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าเวรกรรมจะตามมามั้ย เนื่องจากได้แต่อยู่อย่างหลอกตัวเองไปวันๆว่าเวรกรรมไม่มีจริง บางคนเข้าข้างตัวเองว่าตัวเองทำบุญไว้เยอะ ยังไงๆเวรกรรมก็ตามไม่ทัน ทั้งที่ลึกๆแล้วก็ผวากลัวอยู่ในใจตลอดเวลาว่าสักวันหนึ่งจะโดนเหมือนที่ตัวเองเคยทำ
ดังนั้น พระพุทธองค์จึงทรงตรัสเผยความจริงของโลกธาตุที่ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สัตว์ล้วนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม" จะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็เท่านั้นเอง เพราะคนส่วนใหญ่ 90กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครเชื่อเรื่องภพภูมิ ไม่มีใครเชื่อเรื่องเปรต นรก สวรรค์ พรหม และการหลุดพ้น มีแต่คนเชื่อว่าต้องกอบโกยซึ่งประโยชน์ทางโลกและความคุ้มค่าทางกามคุณกามสุข น้อยคนที่จะฝึกจิตให้อยู่ในกุศล บางคนคิดตื้นแค่ว่าไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลย
พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญบุคคลที่มีอินทรีย์ในการภาวนาเนืองๆ และ อินทรีย์ภาวนาชั้นเลิศ (อินทรีย์แปลว่าความเข้มข้น) เพราะเป็นผู้กระทำไว้ในใจโดยแยบคายไม่ให้ตัวเองโดนอกุศลนำพาจิตใจให้ไหลลงเบื้องต่ำ และแน่นอนเวลาเราใคร่ครวญธรรม หรือเพ่งพินิจในสมาธิจนเกิดภาวนามัยปัจจัย จิตก็จะว่างเว้นจากการฟุ้งไป ไม่มีทั้งปรุงเรื่องดี ปรุงเรื่องไร้สาระหรือปรุงเรื่องชั่ว ดังนั้นจิตจึงอยู่ในมวลบรรยากาศแห่งกุศลตลอดเวลา การภาวนาจึงได้บุญได้กุศลมากที่สุดในบรรดาการสร้างกุศลทั้งหมด
แอดมินสุทธาวาสานาคามี แห่งเพจเฟ๊ซบุ๊ค "ธรรมะแฟนตาซี"
โฆษณา