1 ต.ค. 2024 เวลา 11:09 • ประวัติศาสตร์

[สืบตำนานลูกหลานมังกร] เหอหนาน และมองโกลเลียใน ระบุอายุคาร์บอน 14 มากกว่า 7,600 ปีก่อน #NaPen

ภูเขาหงซาน ในเมืองฉีเฟิง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีนพบเครื่องปั้นดินเผาทาสีแดงและสีดำของวัฒนธรรมหงซานส่วนใหญ่ทำจากดินเหนียว เครื่องถ้วยหยกสีเหลือง, สีเขียว หยกรูปทรงมังกรที่เก่าแก่กว่า 5 พันปีของวัฒนธรรมหงซาน สอดคล้องกับตำนาน ตำนาน "จักรพรรดิเหลืองเสด็จประทับมังกรขึ้นสู่สวรรค์"
หยกรูปทรงมังกรรูปตัว 'C' ดูคล้ายอักษร C ในภาษาอังกฤษ แต่หยกมังกร 'C' ชิ้นนี้ พิสูจน์ด้วยคาร์บอน 'C' -14 มีอายุกว่า 5 พันปี ในวัฒนธรรมหงซาน ณ เมืองฉีเฟิง มองโกเลียใน ที่มาภาพ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน
มังกรหยกหลิงเจี่ยถัน
มังกรหยกรูปตัว "C"
ขุดพบจาก Sanxing Tala ใน Wengniute Banner ประเทศมองโกเลียใน
มีระยะห่างระหว่างปลายบนและล่าง 26 เซนติเมตร เป็นวัตถุหยกโบราณสมัยวัฒนธรรมหงซาน มีอายุกว่า 5,000 ปี ณ
เมืองฉีเฟิง มองโกเลียใน และปัจจุบันถูกรวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน
เมื่อ 7,600 ปีก่อน ค้นพบมังกรที่สร้างด้วยหิน มีความยาว 19.7 เมตร มังกรหินมีขนาดลำตัวกว้าง 2 เมตรเรียงเป็นเกล็ด กรงเล็บคล้ายเหยียบเมฆหมอก หางเรียวเล็ก ณ หมู่บ้านชาไห่ Chahai,เมืองฟู่ซิน Fuxin มณฑลเหลียวหนิงเขตปกครองตนเองฟู่ซิน มองโกเลียใน ประเทศจีน
#ที่มา พิพิธภัณฑ์ Fuxin The Chahai Ruins
#Naruepon Pengon Translate and compile
ปี ค.ศ. 1994 จีนพบ"รูปปั้นมังกรกองหิน" พื้นที่ Chahai   เครดิตภาพ : จากสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาล Fuxin
หมายเหตุ จาง ซันเฟิง
เจ้าสำนักเต๋า Wudang
เป็นชาว Fuxin
กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดในภูมิภาคเหลียวหนิงตะวันตก ได้แก่
1.Xianshang,
2.Guzhu,
3.Tuhe,
4.Shanrong,
5.Yuren,
6.Donghu,
7.Sushen,
8.Kumoxi,
9.Khitan
#Naruepon Pengon Translate and compile
หมายเหตุ
ตำนานจีน มังกรมีลูก 9 ตัว
1.ฉิวหนิว
2.หยาจื้อ
3.เฉาเฟิง
4.ผู่เหลา
5.ซวนหนี
6.ปี้ซี่
7.ปี้อั้น
8.ฟู่ซี
9.ฉื่อเหว่ย
#Naruepon Pengon Translate and compile
ตำนาน กษัตริย์ต้าหยูควบคุมน้ำท่วมได้
พระองค์ทรงก่อตั้งรัฐขึ้น 9 รัฐ และทรงเลือกภูเขาสูงในแต่ละรัฐตั้งเป็นเมือง
#Naruepon Pengon Translate and compile
กลุ่มชาติพันธุ์
ที่อพยพมาทางตะวันตก
ในภูมิภาคเหลียวหนิง เช่น ซงหนู อู่หวน เซียนเป่ย ถู่หยุน โกกูรยอ โปไห่ จูร์เฉิน มองโกเลีย แมนจู ซีเบ และฮั่น
#Naruepon Pengon Translate and compile
ลวดลายมังกรสีน้ำเงิน
และเสือขาวที่แกะสลักอย่างประณีตด้วยเปลือกหอย
รูปมังกรในผู่หยาง เหอหนาน ประกอบด้วย
หัวกวาง หางปลา ตัวงู และกรงเล็บ
ที่มา พิพิธภัณฑ์มรดกชาไห่
เปลือกหอยแกะสลักสร้างลวดลายมังกรสีน้ำเงิน รูปมังกรในผู่หยาง เหอหนาน ประกอบด้วย หัวกวาง หางปลา ตัวงู และกรงเล็บ ที่มา พิพิธภัณฑ์มรดกชาไห่
ตำนานโบราณของจีน
มังกรแรกเริ่ม คือ หยิงหลง ซึ่งมีสองปีกบนหลัง
มังกรเป็นสัญลักษณ์
หนึ่งในทิศทั้งสี่ แต่ละทิศมีดาว 7 ดวง ดังนั้น มังกร จึงแทนดวงดาวทั้ง 7 ดวง ได้แก่ เจียว คัง ตี้ ฟาง ซิน เว่ย และจี
ทิศทั้งสี่ประกอบด้วย
ตะวันออก ทิศใต้
ทิศตะวันตก และทิศเหนือ หมุนตาม ฤดูกาลทั้งสี่ของจีน
#Naruepon Pengon Translate and compile
ทำไม ? หลิวหยวน
ชาวซงหนู, ฮูปี้เลี่ย ชาวมองโกล,ซุ่นจื้อ ชาวแมนจู จึงสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ โอรสสวรรค์ ราชันมังกร
พิจารณา ชนเผ่าโบราณในมองโกเลียใน หนึ่งในต้นกำเนิดวัฒนธรรมมังกร ในประเทศจีน มีกว่า 10 ชนเผ่า เช่น เซียง ซยงหนู เซียนเป่ย เติร์ก อุยกูร์ คีตัน ตัง จูร์เฉิน เอ้อเวินเค่อ สิ่งน่าสนใจคือ ภูเขาอัลไต ก็อยู่ในมองโกลเลียในและรัสเซีย
ทะเลสาบคูเชอร์ลา & ยอดเขาเบลูชา เทือกเขาอัลไต ที่มาภาพ Pixabay #Naruepon Pengon Translate and compile
เมื่อชาวหัวเซี่ย สถาปนาราชวงศ์เซี่ยขึ้น ชนเผ่าเซียงได้ก่อตั้งรัฐเหวิน ปกครองกานซูและชิงไห่ และอยู่ในอาณัติของราชวงศ์เซี่ย
ต่อมา กษัตริย์เซี่ยเจี่ยแห่ง ราชวงศ์ซางนำกองทัพทำลายรัฐเหวิน และได้กองกำลังชาวเซียงมาเป็นพันธมิตร และโค่นล้มราชวงศ์เซี่ย และอนุญาตให้ชาวเซียงจึงก่อตั้งรัฐซู่
แทนที่รัฐเหวินครอบครองพื้นที่กานซูและชิงไห่ต่อไป โดยเป็นรัฐในอารักขาของ ราชวงศ์ ซาง
#Naruepon Pengon Translate and compile
ต่อมา กษัตริย์หวู่จี้ฟาผู้สืบเชื้อสายมาจากจักรพรรดิเหลือง แห่งราชวงศ์โจวตะวันตก ปราบชนรัฐซู่
ของชาวเชียง จึงได้ซูอัน ชาวเซียง ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากจักรพรรดิเหลือง เช่นกัน มาเป็นพันธมิตรโค่นล้มราชวงศ์ซาง ดังนั้น ชาวเซียงจึงได้ดินแดนที่ราบภาคกลางเพิ่ม เปลี่ยนชื่อรัฐซู เป็นรัฐซูซี่ ขึ้นตรงต่อราชวงศ์โจว
#Naruepon Pengon Translate and compile
ต่อมาชาวเซียง รัฐซูซี่ ถูกชนเผ่าไป่ตี้ (ร่วมสมัยราชวงศ์เซี่ย,ซาง และโจว)
ซึ่งอาศัยตามแม่น้ำเซียนหยู่ตี้ เป็นชนเผ่าเร่ร่อน และอาศัยบนที่ราบสูงมองโกเลียใน ต่อมาชาวไป่ตี้ยอมรับวัฒนธรรมราชสำนักโจวตะวันตก
จึงเปลี่ยนชื่อเรียกว่า ชาวเซียนยู่ ปกครองฉือเจียจวง และได้ดินแดนของอาณาจักรเป่ยเพิ่ม
ต่อมาในยุคราชวงศ์โจวตะวันออก ชาวเซียนยู่ ทำลายรัฐซูซี่ของโจวตะวันออก
587 ปีก่อน ค.ศ. รัฐจิน ราชวงศ์โจว บุกยึดฉือเจียจวง ของชาวเซียนยู่
541 ปีก่อน ค.ศ. ซุนหวู่ แคว้นจิน ราชวงศ์โจว ร่วมกองทัพฉีและยืมถนนผ่านจากเซียนหยู่ ได้ทำลายรัฐเฟยของชาวไป่ตี้ และต่อมาซุนหวู่ แคว้นจิน ราชวงศ์โจว นายทหารปลอมตัวเป็นพ่อค้ามาซื้อข้าว ซ่อนอาวุธและชุดเกราะไปซุ่มโจมตีเวลากลางคืน นอกประตูเมืองหลวงของอาณาจักรกู่ และทำลายรัฐกู่ ของชาวเซียนยู่
489 ปีก่อน ค.ศ. กษัตริย์ Jing แห่งราชวงศ์ โจวตะวันออก นำกองทัพของเขาเข้าโจมตี เซียนหยู ทางตอนเหนือ ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่ปรากฏชื่อของ เซียนหยู อีกเลย
แม้ชาวเซียงจะถูกชาวไป่ตีทำลายไปแล้ว แต่ชาวเซียงบางส่วนรวมตัวก่อตั้ง รัฐอี้ฉู ในภาคตะวันตกของแคว้นฉิน เร่ร่อนไปในกานซู ชิงไห่ ต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเหลือง และลุ่มน้ำหวงสุ่ย
ชาวเซียงยังทำปศุสัตว์ และการล่าสัตว์ ในที่สุดกษัตริย์ฉิน ฮุ่ยเหวิน ของรัฐฉินสามยึดดินแดนรัฐอี้ฉูได้ 25 เมือง ต่อมาเสวียนไทเฮาหรือหมี่เยี่ย ได้เชิญผู้นำเผ่าอี้ฉูมาที่แคว้นฉิน เพื่อมอบตำแหน่ง เสวียนไทเฮาก็ให้ไป่ฉีและทหารรุมสังหาร หลังจากนั้นไป่ฉีก็ทำลายแคว้นอี้ฉูสำเร็จ
#Naruepon Pengon Translate and compile
ชาวเซียงในรัฐอี้ฉู
ที่ไม่ยอมจำนนได้อพยพไปเอเซียกลาง หลังจากสงครามแปดอ๋อง และชาวเซียงได้อพยพกลับสู่ประเทศจีน ในยุค 5 อาณาจักร และ 16 แคว้น
ชนเผ่าซยงหนู อาศัยในเทือกเขาหยินชาน ซึ่งพาดผ่าน ตอนกลางของ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
เป็นทายาทของตระกูลเซี่ยโหว 718 ปีก่อนค.ศ. เมืองหลวงของรัฐเฉิน
อาศัยอยู่บนที่ราบสูงออร์ดอสทางตะวันออกของเทือกเขาอัลไต ต่อมาอพยพมาอยู่ทางตอนเหนือของที่ราบภาคกลางของจีน
สมัยราชวงศ์ฉิน 215 ปีก่อนคริสตกาล พวกซยงหนูถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเหลือง ในเขตเหอเทา
ราชวงศ์ฮั่น 119 ปีก่อนคริสตกาล หลังยุทธการที่โมเป่ย ฮั่ว ฉูปิง Huo Qubing " พิชิตซยงหนูสำเร็จ ขยายดินแดนไปถึงภูเขาหลางจูซู ภูเขาบูร์ฮานในอูลานบาตอร์ มองโกเลีย
ทำให้ชาวซยงหนูส่วนใหญ่อพยพเคลื่อนย้ายไปทางตะวันตก
#Naruepon Pengon Translate and compile
ราชวงศ์โจวตะวันตก
แทนที่ราชวงศ์ซาง
เปิดโอกาสให้ชนเผ่า เยว่จื้อ ตงหู และซยงหนู ก่อตั้งรัฐขึ้นทางตอนเหนือของที่ราบภาคกลางของจีน
ต่อมาราชวงศ์โจวตะวันออก สามารถรบชนะเยว่จื้อ ตงหู สำเร็จ
ต่อมาแม่ทัพเหมาตุน ชานยู่ ซยงหนู เข้ายึดอำนาจข่านของซงหนู แล้วพิชิตเผ่าตงหู่ และเยว่จือ
ซยงหนู ปกครองภาคเหนือของจีนทั้งหมด ในขณะนั้นรัฐฉิน รวมเจ็ดแคว้น สถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้น
"การปิดล้อมไป่เติ้ง" ทำให้
ซยงหนูมีชัยเหนือราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
ต่อมารัชสมัยของจักรพรรดิซวนแห่งราชวงศ์ฮั่น
ชาวซยงหนูทางใต้ คือ หูฮั่นซี ชานยู่ ได้ประกาศความเป็นข้าราชบริพารต่อราชวงศ์ฮั่น ในขณะที่ชาวจือจื้อ ชานยวี่ ยังคงอยู่ในรัฐซยงหนู
ต่อมา เพื่อสันติสุข Zhizhi Chanyu ได้นำชาวซยงหนู อพยพไปทางตอนเหนือ
ครอบครองทางตะวันตกและตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่คังจู ในเอเชียกลาง
อาณาจักรซยงหนูของ Mobei ในมองโกลเลียใน
ถูกยึดครองโดย ซยงหนู ทางใต้ ก็สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
ต่อมา หวัง หม่าง โค่นราชวงศ์ฮั่นตะวันตก แล้วตั้งราชวงศ์ใหม่ และทำสงครามแยกซงหนูตอนใต้ออกจากชาวฮั่น
หลังจากตั้งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ชาวซยงหนู
ก็แยกออกเป็นฝ่าซยงหนูยเหนือและฝ่ายใต้
ซยงหนูฝ่ายเหนืออพยพไปคงจู ในเอเชียกลาง
ซงหนูฝ่ายใต้คงอยู่ ใน Mobei
หลังยุคสามก๊ก เกิด "กบฏแปดกษัตริย์" ในราชวงศ์จินตะวันตก ของจีน
ค.ศ. 304 หลิว หยวน (ฮ่องเต้ ชาวซยงหนู)
อ้างตนสืบสายมาจาก ราชวงศ์ฮั่น (ข่านฉางหยู ชาวซยงหนู &เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ฮั่น)
จึงได้สถาปนาราชวงศ์ฮั่น
ปี ค.ศ. 313 หลิวชงฮ่องเต้ (ชาวซยงหนู) ทำลายราชวงศ์จิ้นตะวันตกสำเร็จ
ค.ศ. 318 หลิวเหยา
(ชาวซยงหนู)
เปลื่ยนชื่อราชวงศ์ฮั่น เป็นราชวงศ์จ้าว
ขณะเดียวกันสือเล่อ ซึ่งเป็นชนเผ่าเจี่ย เดิมเป็นทาสชาวฮั่นและซยงหนู ได้เติบโตในหน้าที่แม่ทัพราชวงศ์จ้าว และก่อการปฏิว้ติ ตั้งราชวงศ์จ้าวซ้อนขึ้นมา
ค.ศ. 329 สือเล่อ ฮ่องเต้ (ชาวเจี่ย) พิชิตราชวงศ์จ้าวของหลิวเหยาสำเร็จ
ตั้งแต่นั้นมาชาวซยงหนู
ถูกผู้อพยพเข้าใหม่ คือชาว Xianbei จากเอเซียกลาง เข้ามาปกครองแทนที่ชาวซยงหนู
และชาวซยงหนูบางส่วนถูกหลอมรวมเป็นชนเผ่า Xianbei ,
ชาวซยงหนูบางส่วนหลอมรวมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ
ตั้งแต่นั้นมา ซงหนูก็สาบสูญไป
ชนเผ่า Xianbei อพยพเข้ามาภาคเหนือของจีน ในยุคสามก๊ก ค.ศ. 235
แต่ถูกโจโฉโจมตีแตกพ่ายทำให้ เซียนเป่ยแตกเป็นสองฝ่าย คือ ตระกูลมู่หรง
และตระกูล ยวี้เหวินซึ่งเป็นตระกูลที่สถาปนาราชวงศ์โจวเหนือ
ภายหลังกบฏ 8 อ๋อง
ชาวเซียนเป่ยกลับมาสู่ประทศจีนอีกครั้ง และก่อตั้งอาณาจักรเหลียงใต้ และ
เว่ย เหนือ
ค.ศ. 572 ฮ่องเต้ อี่เหวินยง
(ชาวเซียนเป่ย) หรือโจวอู่ตี้
ราชวงศ์โจวเหนือ สามารถรวบรวมชาวเซียนเป่ยให้เป็นปึกแผ่น
ต่อมา แม่ทัพหยางเจี้ยน ราชวงศ์โจวเหนือ ทำการปฏิว้ติ
เปลี่ยนชื่อราชวงศ์โจวเหนือ เป็นราชวงศ์สุย
บุกแคว้นเฉินทางใต้
แม่ทัพหยางเจี้ยน สถาปนาตนเป็นจักรพรรดิเหวินแห่ง ราชวงศ์สุย
ตั้งแต่นั้น ชาวเซียนเป่ยก็สาบสูญไปโดยสิ้นเชิง
การบูรณะพระพักตร์ จาก DNA ของจักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์โจวเหนือ แหล่งที่มารูปภาพ: Wei Pianpian #Naruepon Pengon Translate and compile
การสร้างพระพักตร์ใหม่จาก DNA เผยให้เห็นข้อมูลใหม่เกี่ยวกับลักษณะของจักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์โจวเหนือ (ชาวเซียนเป่ย)
ซึ่งปกครองภาคเหนือของจีน ระหว่างปี ค.ศ. 560 ถึง 580 พระองค์ทรงมีตาสีน้ำตาล ผมดำ และผิวสีเข้มจนปานกลาง
ราชวงศ์สุย ค.ศ. 581–618
ชาวเติร์ก: อพยพเข้ามาครอบครองพื้นที่แมนจูเรีย ไปจนถึงกานซู่ จัดตั้งเติร์กตะวันออก และรบชนะเผ่าตีเอเล่ ถู่หยู่หุน ไป๋ ซยงหนูในแอ่งทาริม ในมณฑลซินเจียงประเทศจีน จนถึงจากทะเลแคสเปียน จัดตั้งเติร์กตะวันตก
เมื่อสถาปนาราชวงศ์ถัง
ค.ศ. 630 จักรพรรดิถังไท่จง ได้แม่ทัพหลี่จิง นำทัพหนึ่งแสนทรงร่วมกับทหารชนเผ่าอุยกูร์ ได้ยกทัพพิชิตเติร์กตะวันออก และปีค.ศ. ค.ศ. 657 จักรพรรดิถังไท่จง ทรงร่วมกับทหารชนเผ่าอุยกูร์พิชิตเติร์กตะวันตก
ชาวเติร์กจึงอพยพหนีไปคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาเซอร์ไบจัน และตุรกี ปัจจุบันยังคงใช้ภาษาเติร์ก
#Naruepon Pengon Translate and compile
สมัยราชวงศ์ถัง พิชิตเติร์กตะวันออก
ค.ศ. 657 ราชวงศ์ถังพิชิตเติร์กตะวันตกสำเร็จ
ค.ศ. 680 สถาปนาเติร์กตะวันออกอีกครั้ง
ค.ศ. 744 -745 กูลี เป่ยลัว ผู้นำ ตีเอเล่ 9 เผ่า "Nine Surnames Tiele" ของชาวอุยกูร์ ร่วมมือของกองทัพถัง โค่นล้มคานาเตะเตอร์ก
แล้วสถาปนาคานาเตะโมเป่ยอุยกูร์
หลังจากนั้นเติร์ก บางส่วนก็รวมเข้ากับชาวอุยกูร์ และเติร์กบางส่วนก็รวมเข้ากับราชวงศ์ถัง
และชนชาติเตอร์กในจีน
ก็สาบสูญไป
ค.ศ. 788 ชาวอุยกูร์ ส่งกองทหารไปช่วยราชวงศ์ถังปราบกบฏอันซือสำเร็จ ,
อุยกูร์คานาเตะถูกเปลี่ยนชื่อ " ชาวอุยกูร์”
ชาวอุยกูร์สืบเชื้อสายมาจากชนเผ่า Turan
ชนเผ่า Turan อาศัยอยู่ในป่าภูเขา ทางตอนเหนือของทุ่งหญ้ามองโกเลีย และตอนเหนือของยูเรเชียน
จากแม่น้ำโวลก้าทางตะวันตกถึงแม่น้ำ Xing 'ภูเขาทางทิศตะวันออก
ต่อมาชาวTuran พ่ายแพ้แก่ชาวซงหนู และเซียนเป่ย
ภาพอ้างอิง: "กลุ่มชาติพันธุ์จีน" เล่ม "ห้าชุดประเด็นทางชาติพันธุ์" คณะกรรมการกิจการชาติพันธุ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน, 2009
กลางศตวรรษที่ 9 ชาวอุยกูร์อพยพหนีภัยสงครามไป กานซูตะวันตก เขต Anxi ในซินเจียง
ชาวคีตัน : สถาปนาอาณาจักรเหลียว(ค.ศ. 916 –1125) ปกครองพื้นที่มองโกเลีย และจีนตอนเหนือ โดย
เย่ว์ลู่ อาปาจี้ ผู้คนชาวคีตันมีเชื้อสายมองโกลลอยด์, เคยอยู่รวมกับชาวเซียนเป่ย ชาวคีตัน พูดภาษา คีตัน
ชาว ชี่ตัน นิยมเลี้ยงอินทรีและไว้ทรงผมแตกต่างจากชาวฮั่น ที่มา ภาพ Iver B. Neumann, Einar Wigen (2018). The Steppe Tradition in International Relations: Russians
ต้นของศตวรรษที่ 12 Yelu Dashi พาชาว Khitans บางส่วนย้ายไปเอเชียกลาง,ไซบีเรีย และพิชิตราชวงศ์ Karakhan และอาณาจักร อุยกูร์เกาชาง Gaochang Uighur และสถาปนาราชวงศ์ เหลียวตะวันตก
พระเจ้าเกาชางได้ละทิ้งราชวงศ์เหลียวตะวันตก
และยอมจำนนต่อเจงกีสข่าน และชาวอุยกูร์เกาชางก็กลายเป็นรัฐข้าราชบริพารของมองโกเลีย
หลังจากนั้น ภาษาคีตันสูญพันธุ์ไป
#Naruepon Pengon Translate and compile
วัฒนธรรมการการกิน ของชาวชี่ตัน มีชาม ช้อน ตะเกียบ ภาพจิตรกรรม เมือง Chifeng มองโกลเลียใน
ติดตามโบราณคดี วัฒนธรรม Jiahu​ ต้นกำเนิดของดนตรี ต้นกำเนิดของการเกษตร และต้นกำเนิดของตัวอักษรจีน 7,762 ปี คลิกอ่าน
เรื่องน่าสนใจ โบราณคดีจีน หมู่บ้านเฉียวโถว​ หกเหลี่ยม​อี้จิ้ง​☯️​, เครื่อง​ดื่ม​ข้าวหมัก​ มณฑลเจ้อเจียง 8,000-9,000 ปีก่อน
ตำนาน 8,000 ปี หวง-เล่า Huang-Lao การรักษาโรคก่อนเกิดขึ้น ดีกว่าขุดบ่อน้ำเมื่อหิวน้ำ สี่ชี่ควบคุมจิตวิญญาณ
โฆษณา