9 ต.ค. 2024 เวลา 04:00 • ธุรกิจ

ขายได้ ‘3 ล้านชิ้น’ ต่อเดือน! ‘HAAB’ ขนมไข่แห่งบรรทัดทอง จ่อเปิดที่ ‘มาเลเซีย’ ภายในปีนี้

จับขนมไข่แต่งตัวใส่สูท จนมีรายได้โตกระฉูด! คุยกับ “HAAB” ขนมไข่เจ้าดังย่านบรรทัดทอง โตเร็วจนขายได้เดือนละ 3 ล้านชิ้น ลุยแตกแบรนด์เค้กคัพ-ไก่ทอดหาดใหญ่เพิ่ม เผยสูตรสำเร็จ ฟังฟีดแบ็กลูกค้า-ขยันเก็บดาต้า ลงทุนให้น้อย แล้วค่อยปั้นแบรนดิ้งทีหลัง
ขนมไข่ที่อยู่คู่คนไทยมานานหลายทศวรรษ ไม่ใช่สินค้าใหม่แกะกล่องสำหรับตลาดขนมหวานบ้านเรา แต่ “จูเนียร์-ทัพไทย ฤทธาพรม” และ “มอส-จรรยธร บิลพัฒน์” สองผู้ก่อตั้งร้าน “HAAB” กลับทำให้ขนมย่างเตาถ่านหอมเนยขายดีตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดทำการ ผ่านไปประมาณ 1 ปี 3 เดือน นับตั้งแต่วันแรก “ทัพไทย” บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะโตกระฉูดได้ถึง “หลักร้อยล้านบาท”
แต่ก่อนจะมาขายขนมไข่ ทั้งคู่ไม่เคยทำธุรกิจอาหารมาก่อน ไม่เคยจับตลาดออฟไลน์ และไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะเข้ามาในสมรภูมินี้ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เริ่มสนใจขนมไข่ไส้เนยจากเกาะยอ เกิดจากความชอบส่วนตัวของ “จรรยธร” ประกอบกับ “ทัพไทย” ไปเจอข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับขนมไข่ โดยพบว่า มียอดสั่งซื้อขนมไข่จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากถึง “หมื่นชิ้นต่อเดือน” ตนจึงตัดสินใจเริ่มต้นบทบาทพ่อค้าขนมไข่ ด้วยเงินลงทุน 30,000 บาท พร้อมโต๊ะไม้เล็กๆ กับเตาทำขนมไข่อีก 1 เตา
ทัพไทยเล่าบนเวที “วัยรุ่นตั้งตัว” ที่จัดขึ้นโดยเพจ Torpenguin ว่า เขาเริ่มต้นเส้นทางนักธุรกิจจากการทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ยี่ห้อ “DreamDesk” ขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก บวกกับความสนใจด้านการทำ Marketing Research อยู่แล้ว ทำให้ตนเชี่ยวชาญในสนามออนไลน์อยู่พอสมควร
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หันมาจับธุรกิจอาหารโดยที่ไม่เคยอยู่ในความสนใจมาก่อนเลย เกิดจากความคุ้นเคยในย่านบรรทัดทอง โดยออฟฟิศของ “DreamDesk” อยู่บนทำเลดังกล่าวมาประมาณ 5 ปี เขาจึงรู้ความเคลื่อนไหวของย่านนี้ก่อนใครๆ จากเดิมที่มีเพียง “เจ๊โอว” ร้านดั้งเดิมในบรรทัดทองที่อยู่มาก่อนใครเขา ตามด้วยการมาถึงของ “หนึ่งนมนัว” ที่ทำให้ย่านนี้กลายเป็น “เดสทิเนชัน” ภายในชั่วข้ามคืน ทัพไทยจึงเริ่มมองหา “Business Model” ที่จะมาต่อจิ๊กซอว์ให้พอดีกับไวรัลร้านอาหารที่เกิดขึ้น
เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่มัก “คิดใหญ่” เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจ ขณะที่เขาชอบทำอะไรเล็กๆ ก่อน หากใครเคยผ่านไปมาย่านบรรทัดทอง จะพบว่า ในช่วงเริ่มต้น “HAAB” เป็นเพียงร้านขนมไข่เล็กๆ ที่ยังไม่มีการตกแต่งให้คนพอจะจดจำชื่อร้านได้ด้วยซ้ำไป เพราะเน้นยอดขายก่อนแล้วค่อยสเกลทีหลัง ติดตลาดก่อนจึงปั้นแบรนดิ้งให้ลึกซึ้งขึ้น เพราะอยากให้ “HAAB” เป็นร้านที่ทุกคนเข้าถึงง่าย ไม่หรูหรา ราคาไม่แรงจนเกินไป ที่สำคัญ ต้องมีสตอรี่ให้จดจำ ต้องสร้างประสบการณ์บางอย่างให้ลูกค้า นั่นจึงเป็นที่มาของการทำขนมไข่จากเตากันสดๆ หน้าร้าน
“ร้านแรกอาจจะเรียกสาขาไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเราเริ่มจากโต๊ะเล็กๆ เข็นไม่ได้ ผมทำธุรกิจอื่นก่อนมา 5 ปี พอบรรทัดทองบูมเราเลยอยากนำไอเดียนี้ไปลอง ตอนทำก็คิดว่า ขายดีแน่นอน เพราะทำ Product Research มาก่อน แล้วผมก็ดูข้อมูลใน Shopee เรื่อยๆ ว่า มีสินค้าตัวไหนขึ้นหรือลง ก็ไปเจอว่า ขนมไข่ขายดีมาก ขายได้เป็นหมื่นชิ้นเลย มันมีสัญญาณมาแล้ว ทีมเราก็พร้อมมาก เลยคิดว่ าลองทำดีกว่า น่าจะตีตลาดได้”
ปัจจุบัน “HAAB” มีสาขาที่จัดอยู่ในประเภท “Permanent Store” 6 แห่ง ออกบูธ และเปิด “Pop-up Store” ตามงานอีเวนต์อีกสิบกว่าแห่ง โดยปีนี้มีแผนเปิดสโตร์เพิ่มอีก 5 แห่ง ได้แก่ สาขาวัน แบงค็อก, สาขาเมกา บางนา, สาขาพาร์ค สีลม, สขาซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์ และสาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต สำหรับยอดขายปัจจุบัน ระบุว่า ตอนนี้ขายได้ “3 ล้านชิ้นต่อเดือน” จากปัจจัยเรื่องการขยายสาขาเพิ่มเติม รวมถึงการเกิดขึ้นของแบรนด์อื่นๆ ในเครือที่จะเข้ามาเสริมทัพภายในปีนี้ด้วย
ส่วนที่สร้างเซอร์ไพรส์ไม่น้อย ทัพไทยเปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ทางแบรนด์ได้ขายไลเซ่นส์ให้กับฝั่งมาเลเซีย โดยเป็นการดำเนินธุรกิจในฐานะ “Owner” ร่วมกันทั้งสองฝ่าย จะเปิดทำการกลางเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งหากในอนาคตสาขาที่มาเลเซียประสบความสำเร็จ ก็จะใช้โมเดลดังกล่าวติดสปีดที่เวียดนามเป็นลำดับถัดไป
โฆษณา