11 ต.ค. 2024 เวลา 14:00 • ธุรกิจ

First Jobber ชอบดื่มทุกวัน! ‘ชงเจริญ’ ล็อกเป้าออฟฟิศในเมือง ไร้คู่แข่ง-ขายได้แม้กระทั่ง ‘วันจันทร์’

ตึกออฟฟิศมีคนเป็นหมื่น “ชงเจริญ” ขอลูกค้ามาวันละ 200 คนก็พอ! แกะสูตรปั้นร้านอาหารกลางคืนให้ปังจนเป็นที่จดจำ ต้องกล้า “คิดมุมกลับ” ดีไซน์ทุกเม็ดตั้งแต่ความสูงโต๊ะ-เก้าอี้ สินค้าเป็นเรื่องรอง ขายประสบการณ์ คือ “หมัดฮุค”
เอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท ข้าวสาร ฯลฯ คือย่าน “Nightlife” ขึ้นชื่อของกรุงเทพฯ ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนตลอดทั้งค่ำคืน ด้วยทิศทางและความนิยมของนักท่องราตรีเช่นนี้ คงไม่มีใครคิดตั้งต้นธุรกิจเพื่อความบันเทิง สวนกระแสด้วยทำเลนอกเมืองเป็นแน่ เว้นแต่กับ “ชนาสิน บำรุงชน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลินเจริญ จำกัด หรือผู้ก่อตั้งร้าน “ชงเจริญ” ที่ปักหมุดสาขาแรกบนคอมมูนิตี้ มอลล์ ย่านเกษตร-นวมินทร์ โดยชนาสินยังบอกด้วยว่า เหตุผลที่เลือกทำเลดังกล่าว เพราะเห็นว่า พื้นที่เริ่มรกร้างแล้ว คงได้ค่าเช่าราคาดีแน่นอน
ขณะที่ตำราการตลาดแทบทุกฉบับเน้นย้ำการเลือกทำเลให้แม่นยำ ต้องอยู่ในเมืองใหญ่ เดินทางสะดวก เข้าถึงง่าย ทว่า “ชนาสิน” กลับมองต่างออกไป เขาบอกว่า ผู้คนที่พักอาศัยย่านเกษตร-นวมินทร์ มักเข้าเมืองเพื่อไปสังสรรค์ตามเอกมัย-ทองหล่อ จะดีกว่าหรือไม่ หากมีร้านที่ให้ประสบการณ์แบบที่พวกเขาต้องการอยู่ใกล้ๆ บ้าน นั่นจึงเป็นที่มาของร้านชงเจริญสาขาแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว
ความน่าสนใจของโมเดลร้านอาหารกลางคืนแบบ “ชงเจริญ” คือการเข้าไปอยู่บนห้างสรรพสินค้า หรือตึกสำนักงานทั้งหมด “ชนาสิน” บอกว่า เป็นความตั้งใจที่ตนเองต้องการเดินเข้าไปหาลูกค้า ตั้งเป้าตั้งแต่วันแรกว่า กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และต้องออกแบบการตกแต่งอย่างไรให้ร้านเป็น “Top of mind”
1
ตนมองว่า ร้านอาหารกลางคืนไม่ได้ขายของอร่อยหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น ที่สำคัญยังไม่สามารถลงแข่งในสนามเดลิเวอรีได้ด้วย เพราะหัวใจของธุรกิจนี้ คือการขายบรรยากาศ ขายประสบการณ์ ถ้าออกแบบให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่า นี่คือพื้นที่ของเขา เป็น “Safe Zone” ให้ทุกครั้งไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจ ลูกค้าจะนึกถึงและอยากกลับมาอีก เป็นเหตุผลที่ “ชนาสิน” ลงทุนกับการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเสียงมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการให้ “ชงเจริญ” แตกต่างจนเกิดเป็นภาพจำ
รายละเอียดของร้านอาหารกลางคืนยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจอีกมาก อย่างเรื่องความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ภายในร้านก็ต้องทำให้ความสูงต่ำกว่าระดับมาตรฐาน “ชนาสิน” อธิบายว่า ปกติโต๊ะกินข้าวทั่วไปจะมีความสูงประมาณ 75 เซนติเมตร แต่โต๊ะที่ร้านอาหารกลางคืนจะใช้มาตรวัดเดียวกันไม่ได้ ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกแตกต่าง ที่ร้านชงเจริญจึงดีไซน์ให้โต๊ะมีระดับความสูงประมาณ 65 เซนติเมตร เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเป็น “วงเหล้า” มากกว่ามากินข้าวมื้อทั่วๆ ไป
1
ข้อมูลจากเว็บไซต์ชงเจริญระบุว่า ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้ มอลล์ และมีอยู่ 1 สาขา ที่อยู่ใต้ตึกสำนักงาน นั่นคือ “ชงเจริญ โอสด เดอะ ปาร์ค” เจ้าของร้านบอกว่า ตนเองวางกลุ่มเป้าหมายร้านชงเจริญเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีอายุตั้งแต่ 25 ถึง 35 ปี โดยเฉพาะกลุ่ม “First Jobber” ที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน
“ชนาสิน” ได้ไอเดียการจับกลุ่มเป้าหมายในลักษณะนี้ จากการเข้าไปอยู่บน “เซ็นทรัลเวิลด์” กระแสตอบรับเชิงบวก ทำให้เขาตั้งเป้าว่า หลังจากนี้ชงเจริญจะเป็นร้านอาหารกลางคืนของพนักงานออฟฟิศหลังเลิกงาน ถัดจากสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ร้านไปต่อที่ “เดอะ พาร์ค” (The ParQ) ตึกออฟฟิศย่านคลองเตยที่มีพนักงานรวมกันมากถึงหลักหมื่นคน “ชนาสิน” บอกว่า ขอแค่มีพนักงานเข้าร้านวันละ 200 คน ก็เพียงพอแล้ว
“กลุ่มลูกค้าเรา คือพนักงานที่เป็น First Jobber จบมาใหม่ๆ ซึ่งคนวัยนี้ดื่มกันทุกวัน ผมขอให้วันจันทร์ถึงพฤหัสบดีขายได้ วันศุกร์อย่างไรก็มีคนอยู่แล้ว วันเสาร์มีคนอยู่แล้ว วันอาทิตย์ถ้าสาขาไหนไม่มีคน ผมก็ปิดเป็นวันหยุดไปเลย 1 วัน
ส่วนตอนทำร้านที่เลียบด่วนกลุ่มเป้าหมายไม่ได้เหมือนกัน ตรงนั้นด่านตรวจค่อนข้างเยอะ แล้วคนแถวนั้นเข้าไปกินที่เอกมัย-ทองหล่อ กันหมดเลย ทั้งๆ ที่บ้านอยู่เกษตร-นวมินทร์ ผมเลยอยากทำร้านเหล้าเล็กๆ แล้วให้คนที่อยู่แถวนั้นมาใช้บริการช่วงวันธรรมดา ศุกร์-เสาร์คุณเข้าไปทองหล่อเลย มาจับกลุ่มเป้าหมายแบบนี้ผมสบายใจมาก เพราะขายได้ทุกวัน”
อ่านต่อ:
โฆษณา