26 พ.ย. 2024 เวลา 04:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

‘ไทย’ ได้ประโยชน์แค่ไหน จาก ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’

‘ไทย’ ได้ประโยชน์แค่ไหน จาก ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ควรเตรียมความพร้อม ‘ผู้ประกอบการไทย’ ให้ใช้ประโยชน์จากการลงทุนได้อย่างไรบ้าง?
[เรื่อง: ธนชาติ นุ่มนนท์]
การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ มีองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพิจารณาหลายด้าน เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้าง ซึ่งต้องเลือกทำเลที่ปลอดภัยและมีระบบสาธารณูปโภคพร้อม ตามด้วยการลงทุนในเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุด และน่าจะเป็นค่าใช้จ่ายสูงสุด รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องต่ออายุเป็นประจำ ส่วนด้านการดำเนินงาน มีค่าใช้จ่ายหลัก คือ ค่าพลังงานไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์และระบบทำความเย็น และสุดท้ายคือค่าเชื่อมต่อเครือข่ายที่ต้องมีความเร็วและเสถียรสูง
ในปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ จะมีเซิร์ฟเวอร์เป็นหลักพันหรือหมื่นเครื่อง และมีค่าใช้ในการลงทุนจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้มาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เทคโนโลยีเอไอกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ดาต้าเซ็นเตอร์จะใช้ไฟฟ้าถึง 8% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา และต้องการการลงทุนด้านสาธารณูปโภคกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการประมวลผลเอไอในดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ความท้าทายหลักมาจากการที่ระบบเอไอที่ต้องการกำลังการประมวลผลสูงมาก ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ต้องลงทุนมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในการเช่า ดาต้าเซ็นเตอร์ระยะยาวและทำให้อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของบางเมืองในสหรัฐอเมริกาต้องใช้ไฟฟ้าถึง 60% ของการใช้พลังงานทั้งเมือง
เราจึงเห็นการแข่งขันด้านดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับเอไอกันใน 3 ระดับ คือ ระดับบริษัทเทคโนโลยีที่แข่งกันพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ระดับบริษัทผลิตชิปที่แข่งขันพัฒนาชิปประมวลผลเอไอ และระดับประเทศที่แข่งขันการสร้าง “Sovereign AI Data Center” เพื่อความมั่นคงทางดิจิทัล อนาคตของดาต้าเซ็นเตอร์จะเน้นที่การใช้เอไอในการบริหารจัดการตัวเอง การพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ และการกระจายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
หากพิจารณาให้ดีจะเห็นสิ่งที่ประเทศเราได้อย่างเด่นชัด คือ รายได้จากค่าก่อสร้าง การใช้พื้นที่ และการใช้พลังงาน และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทางอ้อมได้ เช่น การมีดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศก็จะทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงบริการคลาวด์และเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ลดความช้าที่ต้องส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ช่วยส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม
นอกจากนี้ อาจช่วยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมาตั้งในบ้านเราเพื่อจะใช้ดาต้าเซนเตอร์มากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เราอาจจะมีรายได้ภาษีจากการใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้น แต่ก็มีความน่าเป็นห่วงจากการใช้บริการคลาวด์ของดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทต่างประเทศที่นำรายได้ออกนอกประเทศ และบางครั้งไม่ได้มีการบันทึกรายได้ในประเทศโดยตรง เพราะการซื้อบริการสามารถทำได้จากทั่วโลก
การจะทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยนั้น เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรในประเทศให้มีทักษะที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะทำให้คนไทยสามารถรับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องวางแผนรองรับผลกระทบด้านการใช้พลังงาน เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการไฟฟ้าจำนวนมากทั้งสำหรับการทำงานของเครื่องเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็น การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานจึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป
อ่านต่อ:
โฆษณา