12 ม.ค. 2025 เวลา 11:10 • สุขภาพ

วัฒนธรรม 'ดื่มชา' อังกฤษ ช่วยคนรอดตายหลายทศวรรษ 'ความบังเอิญ' ที่งานวิจัยค้นพบ

ปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่บริโภคมากเป็น “อันดับ 2” ของโลก รองจากน้ำ และมีหลากหลายประเภท เช่น ชาดำ ชาเขียว และชาสมุนไพร
นอกจากเกี่ยวกับด้านวัฒนธรรม การดื่มชายังเป็นสัญลักษณ์ของเศรษฐกิจ การเข้าสังคม หรือแม้แต่การกดขี่ข่มเหง เช่น ในปี 1773 ชาวอาณานิคมอเมริกันได้จัดการประท้วงที่รู้จักกันในชื่อ Boston Tea Party ด้วยการการโยนชาลงทะเลเพื่อประท้วงภาษีชาและการควบคุมของอังกฤษ
แต่หนึ่งในบทบาทที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงคือ ในอดีต “ชาช่วยให้มนุษย์รอดจากการเสียชีวิต” ทำให้หลายคนไม่ต้องตายก่อนวัยอันควร จากการต้มน้ำเพื่อชงชาแบบง่ายๆ เพราะในยุคนั้นคนยังไม่เข้าใจว่าโรคภัยไข้เจ็บเกิดจากเชื้อโรคที่แพร่ทางน้ำ จึงดื่มน้ำจากบ่อน้ำธรรชาติ และจากแม่น้ำลำธาร
จากการศึกษาของ “ฟรานซิสก้า แอนท์แมน” นักเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดโบลเดอร์ สหรัฐอเมริกา ในหัวข้อ For Want of a Cup: The Rise of Tea in England and the Impact of Water Quality on Mortality ปี 2023 เผยให้เห็นข้อมูลว่า ระหว่างปี ค.ศ. 1761 ถึง 1834 ในประเทศอังกฤษ อัตราการเสียชีวิตต่อปีลดลงอย่างมาก จาก 28 เหลือ 25 ต่อประชากร 1,000 คน โดยคาดการณ์ว่า เป็นผลของคุณภาพน้ำดื่มที่ดีขึ้น เพราะการบริโภคชาในอังกฤษในศตวรรษที่ 18 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายคนบริโภคน้ำต้มเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
1
"ในยุคนั้นความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น เมืองขยายตัว และคนก็หนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งควรจะเป็นช่วงที่เราเห็นอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาก แต่เราเห็นการลดลงของอัตราการเสียชีวิตอย่างน่าประหลาดใจ ที่สามารถอธิบายได้ด้วยการเข้ามาของชา และที่สำคัญคือการต้มน้ำเพื่อดื่มชา"
1
การดื่มชาที่ต้องต้มน้ำช่วยลดการเสียชีวิตในพื้นที่ที่มีคุณภาพน้ำไม่ดี และผลลัพธ์นี้ได้รับการยืนยันโดยหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตที่เฉพาะเจาะจงและการเสียชีวิตในวัยเด็ก
การเข้าถึงน้ำสะอาดเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์อย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัย “Clean Water” ปี 2019 ระบุว่า ประชากรโลก 1 ใน 4 คนไม่สามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยได้ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญ
น้ำที่ไม่ปลอดภัยเป็นปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนยากจน น้ำที่ไม่ปลอดภัยเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่าล้านรายต่อปี
การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัยเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น อหิวาตกโรค โรคท้องร่วง โรคบิด โรคตับอักเสบเอ โรคไทฟอยด์ และโรคโปลิโอ
นอกจากนี้ยังทำให้ภาวะทุพโภชนาการแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะแคระแกร็นในเด็ก จากแผนภูมิแสดงให้เห็นว่าภาวะนี้จัดอยู่ในอันดับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเสียชีวิตทั่วโลก
การต้มน้ำเป็นวิธีง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการทำให้น้ำปลอดภัยสำหรับการดื่ม ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อความยั่งยืน เพราะประโยชน์ต่อสุขภาพ ลดโรคที่เกิดจากน้ำ การต้มน้ำช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นอันตราย ซึ่งสำคัญมากสำหรับชุมชนที่ไม่มีการเข้าถึงน้ำสะอาด
โฆษณา