9 ธ.ค. 2024 เวลา 14:33 • ประวัติศาสตร์

มองอดีตกับความเป็น "ลาว" 1

ชาติพันธ์ุตระกูลกูย เป็นชาติพันธ์ุที่มีมาตั้งแต่เดิมในพื้นที่แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี ที่ราบลุ่มปากน้ำเจ้าพระยา เป็นศูนย์กลางมหาอำนาจ ในแถบภาคกลาง โดยเชื่อว่าในอดีต พื้นที่แถบนี้ มีชาวพื้นเมืองที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนาเกลือ และมีการขนส่ง แลกเปลี่ยนสินค้าในกลุ่ม ที่ราบลุ่ม แม่น้ำมูล แม่น้ำชี และแม่น้ำโขง เป็นหลัก
ดินแดนอุษาคเนย์ในแถบนี้ บรรพบุรุษมีการค้าขาย และ แลกเปลี่ยนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นของป่า หรือการทำสำริด การทำเกษตรกรรม ปลูกพืช ไม่ว่าจะพืชไร่ พืชสวน เกลือ (เกลือสินเธาว์) หรือ แม้แต่การเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเลี้ยงไว้ใช้แรงงาน หรือเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหาร รวมไปถึงการเลี้ยงไว้เพื่อเป็นการละเล่นในยามว่างเว้นจากการทำงาน ซึ่งลาวเราจะไม่ใช้คำว่า ทำนา เป็นหลัก แต่จะใช้เรียกรวมๆว่า เฮ้ดก๋าน เฮ็ดงาน พี่น้องฝั่งล้านนาก็จะใช้คำว่า ย๊ะก๋าน เฉกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้คำว่าอะไร
ตั้งแต่โบราณมา ชาวลาวก็จะมีแค่ 2 ฤดูเสมอ คือ ฤดูที่ต้องทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงฤดูเก็บเกี่ยว อีก ฤดูก็คือ ฤดูว่างงาน แต่ไหนแต่ไรมาบรรพบุรุษเราไม่เคยมีฤดูว่างงานที่แท้จริง เรามักจะโดนดูถูกว่าคนเป็นลาวนั้นเป็นคนเกียจคร้าน แต่ความเป็นจริงแล้วหาใช่ไม่ คนที่เค้าว่าเราเช่นนั้นอาจเป็นเพราะ เค้าไม่เข้าใจวัฒนธรรม หรือ สิ่งที่เราทำอยู่สักนิด นั่นเป็นเหตุที่ทำให้สังคมตีตราว่าอ้ายลาวนั้นโง่แถมเกียจคร้าน ไม่ว่าเขาจะว่ากล่าวสิ่งใด ให้พิจารณาและหันกลับมามองว่าเราหาได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหรือไม่
บรรพบุรุษเรามีสิ่งที่ในยุคปัจจุบัน เรียกว่า ภูมิปัญญา เมื่อค้นไปยังหลักฐานทางโบราณวัตถุ เรามีสิ่งที่เรียกว่า เครื่องปั้นดินเผา ภูมิปัญญาการทอเสื่อ ทอผ้า เรามีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วในวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ ดังนั้น ตระกูลลาวจึงมีการค้าขายแลกเปลี่ยนกัน กับกลุ่มที่ราบลุ่มแม่น้ำให้พี่น้องตระกูลอื่นในพื้นที่ภูมิประเทศแถบนี้เช่นกัน
และจะสังเกตเห็นได้ว่ามีเพียงลูกหลานในดินแดนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคเหนือเท่านั้นที่มีความรู้ ทักษะการทอเสื่อ ทอผ้า ได้ดีกว่าภาคอื่นๆของประเทศไทยและขึ้นเหนือไปทางกลุ่มพี่น้อง สปป.ลาวก็มีวัฒนธรรมเช่นเดียวกันกับเรา
บรรพบุรุษเราไม่ว่าจะชนชั้นใดล้วนแต่มีเครื่องแต่งกายเสื้อผ้า เหมือนกับชาวพื้นเมืองในแถบภาคตะวันออกเฉียง และภาคเหนือ ชาวลาวจะนุ่งซิ่น หรือผ้าถุง เป็นหลัก ชาวลาวส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากฝ้าย เพราะผ้าฝ้ายระบายความร้อนได้ดี ชาวลาวไม่ปรากฎวัฒนธรรมการนุ่งจงกระเบน แบบฉบับขอม ยกเว้น ชาวกูยบางส่วนที่ได้รับวัฒนธรรมจากขอม เพราะ เรามีวัฒนธรรมการทอผ้าทุกหมู่บ้าน ผ้าของเราเหลือจนสามารถนำไปเป็นเครื่องบรรณาการรัฐอื่นได้
ในอดีตเรามีการแลกเปลี่ยนสินค้ากับคนกลุ่มภาคกลาง ดังนั้นจึงมียุคสมัยหนึ่ง ที่เจ้าสยามผูกพันธมิตรกับเจ้าลาว ฉะนั้นถ้าคุยกันในระดับชนชั้นการปกครองคงยากจะหาข้อสรุป ไม่ว่าจะเจ้าลาว หรือ เจ้าสยามยุคใด ทุกยุคไม่ปรากฎการทำสงครามกัน ยกเว้นในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่มีร่องรอยบาดแผลทางประวัติศาสตร์อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามผู้เขียนมองว่าการทำสงครามในกลุ่มผู้มีอำนาจ ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะเป็นเรื่องในกลุ่มตระกูลผู้นำ ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการสืบสานวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ หากจะดียิ่งถ้ากลุ่มตระกูลผู้นำจะร่วมมือกันหวงแหนสิ่งเหล่านี้ไปพร้อมกับชาวลาว เพื่อไม่ให้อารยะธรรมของฝรั่งมากลืนกินบรรพบุรุษเราไปจนหมดสิ้น
หากจะดียิ่งถ้ากลุ่มตระกูลผู้นำจะร่วมมือกันหวงแหนสิ่งเหล่านี้ไปพร้อมกับชาวลาว เพื่อไม่ให้อารยะธรรมของฝรั่งมากลืนกินบรรพบุรุษเราไปจนหมดสิ้น
วารีกาฬ
โฆษณา