12 ธ.ค. 2024 เวลา 16:57 • ไลฟ์สไตล์

ของขวัญ

เชื่อว่าปีนี้เป็นปีที่เหน็ดเหนื่อยของใครหลายๆคน ผ่านการเดินทาง ผ่านการใช้ชีวิต ผ่านผู้คน ผ่านหลากหลายร้อยพันเหตุการณ์ มีทั้งความสุขสมหวัง และความเศร้าผิดหวังเสียใจ แต่ทั้งหมดก็ได้หลอมรวมเป็นการเติบโตของใครหนึ่งคน คือ ตัวเราเอง
ทุกสิ้นปีย่อมเป็นเวลาของการทบทวนการกระทำของตัวเอง ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ว่าได้ตกหล่นอะไรไปหรือไม่ เราได้ทำดีที่สุดแล้วหรือยัง ทำสุดความสามารถของเราแล้วหรือยัง แต่ทั้งนี้ เวลาของโลกย่อมมีกฎ คือ ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราว และการกระทำในอดีตของเราได้ เราทำได้เพียงแต่นำประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว มาเป็นบทเรียน เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเอง ปรับปรุงตัวเราเอง ให้สมบูรณ์ตามอุดมคติของเรามากขึ้น
เราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ กับทุกการกระทำของเรา การกระทำของเราในตอนนี้ จะเป็นอดีตของเราเมื่อเราได้กระทำไปแล้ว ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญและให้ความสนใจที่การกระทำในปัจจุบันของเรา การยึดติดกับอดีตที่ผ่านมาแล้ว มันไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้(การยึดติด) เช่นกันความคาดหวังในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้(การคิดมาก) ฉะนั้นการอยู่กับปัจจุบัน การมีสติกับการกระทำในปัจจุบัน จะเป็นการกำหนดอดีต และอนาคตของเราได้
เมื่อเราได้ทำดีที่สุดของเราแล้ว ทำให้ดีที่สุดโดยที่จะไม่คิดเสียใจในภายหลัง ไม่ว่าผลของการกระทำนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะไม่เสียดายที่ได้กระทำลงไป นี่แหละเป็นข้อดีที่สุดของการมีสติกับการกระทำในปัจจุบัน (มีสติอยู่กับปัจจุบัน)
โลกใบนี้ เป็นทั้งห้องเรียน เป็นทั้งสนามเล่น มนุษย์ที่เกิดบนโลกนี้ต่างเท่าเทียมกัน เพียงแต่ได้รับบทบาทให้แสดงเป็นใคร ให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบใด ที่แตกต่างกัน แต่โปรดอย่าลืม เราเป็นผู้ที่เลือกเกิดมาบนโลกใบนี้ เราทุกคนต่างมีสิทธิเลือกได้ว่า เราจะเป็นใคร เราจะทำอะไร ล้วนอยู่ที่การตัดสินใจและการกระทำของเรา
การอยู่กับปัจจุบัน ทำให้เรามีสติอยู่กับตัวเองมากขึ้น ทำให้ได้พิจารณาและได้ย้อนพิจารณาเป็นขั้นเป็นลำดับ ว่าตัวเรานั้นเป็นใคร ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้เข้าใจความต้องการ ได้เข้าใจความรู้สึกของเรามากขึ้น การค้นพบ การรู้จักตัวเองนี่แหละ ที่เราเห็นว่าเป็นของขวัญ และเป็นของขวัญที่ดีที่สุด
เราขอบคุณกับทุกเรื่องราว กับทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขอบคุณทุกกระกระทำของเรา ขอบคุณการกระทำของผู้อื่นที่มีต่อเราหรือกระทบต่อเรา ตั้งแต่วันที่เราเกิดถึงปัจจุบัน เราขอบคุณจากหัวใจ ทุกๆส่วนของเหตุการณ์ มันเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ ที่ค่อยๆประกอบเป็นตัวเรา ค่อยๆเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าเราเป็นใคร เมื่อจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายประกอบเสร็จ เราจึงได้รู้ว่าเราเป็นใคร นี่แหละความสนุกของการได้ใช้ชีวิต ได้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโลกใบนี้
การได้รู้จักตัวเอง การได้เข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเราเอง มันทำให้มุมมองที่มีต่อโลกของเราเปลี่ยนไป เราให้ความสำคัญและรักตัวเองมากขึ้น เราให้และแบ่งปันตามความเหมาะสมมากขึ้น เรามองผู้คนเท่าเทียมกันมากขึ้น เราตัดสินผู้อื่นน้อยลง เห็นโลกเป็นสิ่งสมมุติมากขึ้น ทุกสิ่งมันมีเหตุ และมีผล ที่เกิดจากการกระทำ
ด้วยการมองโลกที่เปลี่ยนไป เห็นโลก เห็นวัตถุของโลก เป็นสิ่งที่ถูกสมมุติ (อย่าพึ่งเบือนหน้าหนีไป ฟังเหตุผลของเราก่อน : ) การที่มนุษย์ยึดติดกับสิ่งสมมุติเหล่านี้เกินไป มนุษย์หลงลืมตัวเองว่าข้างในที่แท้จริงเป็นใคร ยึดติดกับ ผู้คน สิ่งของ ความรัก ความสัมพันธ์ ความสุข ความทุกข์ ความโกรธ และอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เมื่อเกิดเป็นความยึดติด จึงวนเวียนอยู่ในโลกนี้ หรือโลกอื่นๆ(ตามความเชื่อของศาสนา) เป็นวัฏสงสาร(การเวียนว่ายตายเกิด) เมื่อมีการจบก็มีการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเริ่มใหม่ตามการกระทำ(กรรม)ของตัวเอง
  • แล้วเราจะหลุดพ้นจากวนเวียน การยึดถือ ยึดติดนี้ได้อย่างไร ?
ก็ต้องเป็นสิ่งตรงข้ามกับการยึดติด คือ การไม่ยึดติด เช่น การปล่อยวาง การรักโดยไม่มีเงื่อนไข(เมตตา) การให้อภัย เป็นต้น
เราขอนำข้อความในคเณศคีตา จากคเณศปุราณะ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญ เพื่อมอบให้เป็นความรู้ให้แก่ทุกท่าน
พระพิฆเนศ
ผู้ที่มีความยินดีในตนเอง และตั่งมั่นในตนเอง ย่อมบรรลุถึงความสุขอันเป็นนิรันดร เพราะไม่มีความสุขใดในดินแดนของผัสสะ ความเพลิดเพลินที่เกิดจากวัตถุแห่งผัสสะเป็นเหตุแห่งทุกข์และเชื่อมต่อกับการเกิดและการตาย ผู้มีปัญญาไม่ยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ เพราะความปรารถนาและความโกรธเป็นเหตุ
คชานนะ อวตารหนึ่งของพระพิฆเนศ
บุรุษพึงเอาชนะกิเลสโดยละทิ้งความทะเยอทะยานทางโลก แล้วจึงจะบรรลุความสุขอันถาวร ซึมซาบในวิญญาณ ส่องสว่างในวิญญาณ สุขในวิญญาณ ผู้ที่ยินดีในวิญญาณ และเป็นผู้ปรารถนาดีต่อสรรพชีวิตทั้งหลาย ย่อมบรรลุถึงพรหมันนิรันดร์อย่างแน่นอน พวกเขาเอาชนะศัตรูทั้งหก(ได้แก่ ความปรารถนา ความโกรธ ความโลภ ความหลงไหล ความเย่อหยิ่ง ความอิจฉา) สงบและสามารถควบคุมได้
คชานนะ อวตารหนึ่งของพระพิฆเนศ
*ผัสสะ ได้แก่ อายตนะภายนอก คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และ อายตนะภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย และจิตใจ
*วัตถุแห่งผัสสะ คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อารมณ์ (สิ่งที่ใจนึกคิด)
*บุรุษ หมายถึง บุคคลทุกเพศทุกวัย (เพื่อให้ทันตามยุคสมัยไม่เกิดเป็นดราม่า)
*วิญญาณ หมายถึง จิต หรือจิตวิญญาณที่แท้จริง หรือตัวตนที่แท้จริง หรืออาตมัน หรือพรหมัน หรือปรมาตมัน ซึ่งเป็นจุดกำเนิด เป็นปลายทางของทุกสรรพสิ่ง
  • ก่อนที่เนื้อหาจะลึกเกินไป เรามีทริก ที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ขอแบ่งปันเพื่อเป็นประโยชน์
การรู้จักตัวเอง คือ การค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง เป็นการอยู่กับปัจจุบัน กล่าวคือ การนำเอาสติ(ความรู้สึกตัว) ดึงความคิดของตัวเอง(ที่คิดฟุ้งซ่าน) มาอยู่กับตัวเอง ไม่ส่งไปที่ผู้อื่นหรือสิ่งอื่น เกิดเป็นความนิ่งและสงบ เมื่อนั้นจะเกิดปัญญา คือการพิจารณาจากความจริง(ไม่มีความคิดเห็นและอคติเจือปน) นำมาใช้พิจารณา ไตร่ตรอง ขัดเกลา ปรับเปลี่ยน ฯลฯ เพื่อยกระดับจิตให้ละเอียดขึ้น
  • ส่วนการหายใจก็สำคัญ การหายใจจะช่วยให้เรามีสมาธิ จดจ่อ นิ่ง และสงบ มากขึ้น
ด้วยการสูดลมหายใจเข้าให้ลึก ปล่อยลมหายใจออกให้ยาว หรือ การสูดลมหายใจเข้าให้ลึก กลั้นลมหายใจ แล้วปล่อยลมหายใจออก ตามความเหมาะสมของร่างกาย ลองฝึกกันไม่มีกฎตายตัว
สำหรับผู้ที่รู้จักอาตมันของตนเอง พรหมันย่อมขจรขจายไปทั่วทุกหนแห่ง พึงนั่งในอาสนะโยคะ ควบคุมจิตใจด้วยการปล่อยวางวัตถุแห่งผัสสะ หลังจากตั้งจิตจดจ่ออยู่ที่กลางคิ้วแล้ว ก็นั่งลง เน้นการควบคุมลมหายใจซึ่งเป็นการกลั้นลมหายใจเข้า
คชานนะ อวตารหนึ่งของพระพิฆเนศ
บุคคลควรควบคุมลมหายใจออกและลมหายใจเข้า ห้ามทำร้ายสัตว์หรือคนที่อยู่ในความอุปถัมภ์ บุรุษผู้มีปราณอันควบคุมได้ ปราณย่อมเผาไหม้กรรมของผู้นั้น มิใช่การเผาไหม้ร่างกาย การฝึกฝนให้ได้ระดับที่สูงขึ้นของบุคคลทั่วไป ควรฝึกดึงลมหายใจ กลั้นลมหายใจ และหายใจออกด้วยรูจมูกข้างเดียว หลังจากนั้นเขาจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับโลก และเขาจะรู้อดีตและอนาคต สมาธิของจิตนั้นถือได้ว่าเป็นผลจากการฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมของหฐโยคะ
คชานนะ อวตารหนึ่งของพระพิฆเนศ
*อาสนะโยคะ หมายถึง การจัดท่าที่เหมาะสมกับการทำสมาธิ เช่น การนั่งขัดสมาธิ
*ตั้งจิตจดจ่อที่กลางคิ้ว หมายถึง การมุ่งความสนใจไปที่จุดระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นจักระที่ 6 หรือเรียกว่า จักระตาที่สาม (Third eye) เกี่ยวกับการรับรู้ สัญชาตญาณ
*ปราณ หมายถึง ลมหายใจ หรือพลังชีวิต หรือพลังงาน
เราขอมอบ และขอส่งต่อความรู้เหล่านี้ ทั้งที่ได้จากประสบการณ์ของตัวเอง และจากโชคชะตาที่นำมาให้พบกับคลังข้อมูลความรู้เหล่านี้ เพื่อให้เป็นของขวัญ ให้กับทุกๆท่าน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่าน และเพื่อเป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติต่อไป
  • เราเห็นว่าของขวัญที่ดีที่สุด คือ การที่เราได้รู้จักตัวเอง
สุดท้ายแล้ว อย่าหลงลืมการใช้ชีวิตให้มีความสุข นอกจากของขวัญที่เป็นวัตถุแล้ว คริสต์มาสนี้ส่งมอบความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น ความใส่ใจดูแล ให้กับครอบครัว ให้กับคนที่รัก ให้เป็นของขวัญที่ทำด้วยหัวใจ เราเป็นของขวัญให้กับตัวเอง เป็นของขวัญให้กับครอบครัว เป็นของขวัญให้กับคนที่รัก เป็นของขวัญให้กับทุกสรรพสิ่ง และเป็นของขวัญให้กับโลกใบนี้
โชคชะตาเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วและมีหลากหลายวิธีที่จะเกิดขึ้น แต่เราเป็นผู้กำหนดชีวิตของเราเอง ใช้ชีวิตให้มีความสุข ใช้ชีวิตด้วยความรักความเมตตา ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท
#ด้วยรัก
อ้างอิง
ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่เราอยากสื่อสารและถ่ายทอดออกมา เพื่อส่งมอบความรู้ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับมนุษย์ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับโลกใบนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน ขอบคุณ และขอบคุณ
หากชอบฝากติดตาม หรือสนับสนุนเพจ เพื่อเป็นกำลังใจต่อไป ขอบคุณครับ 🙏🌟🌏
โฆษณา