23 ธ.ค. 2024 เวลา 11:39 • ประวัติศาสตร์

“กฎหมายอัปลักษณ์ (Ugly Law)” กฎหมายที่ทำให้คนที่แตกต่างในที่สาธารณะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

การมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ตรงตามมาตรฐานบิวตี้สแตนดาร์ด น่าจะเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับใครหลายๆ คน
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปร่างหน้าตาที่ดีจะเป็นประตูเปิดทางสู่ความสำเร็จในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องงานหรือความรัก
แต่ที่สหรัฐอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 19-กลางศตวรรษที่ 20 ได้เกิด “กฎหมายอัปลักษณ์ (Ugly Law)” ซึ่งเป็นการห้ามบุคคลที่ ”ไม่น่ามอง“ ไม่ให้เข้าไปในสถานที่สาธารณะต่างๆ
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
ในช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังเติบโต เมืองใหญ่เริ่มขยายมากขึ้น ประชากรมีจำนวนมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีการจัดการกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ เพื่อควบคุมให้สังคมสงบสุข
และในปีค.ศ.1867 (พ.ศ.2410) ซานฟรานซิสโกคือเมืองแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่มีการกำหนดว่า “บุคคลที่ป่วยหรือพิการ หรืออยู่ในสภาพที่พิกลพิการแบบใดก็ตามที่จะสร้างความรังเกียจแก่ผู้พบเห็น“ ห้ามบุคคลเหล่านี้ปรากฎตัวในที่สาธารณะ
2
ในไม่ช้า กฎระเบียบนี้ก็แพร่ออกไปยังเมืองอื่นๆ อย่างรวดเร็ว โดยเป้าของสังคมก็คือกลุ่มคนที่พิกลพิการอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ที่สนับสนุนกฎหมายนี้ก็มองว่ากฎหมายนี้ทำถูกต้องแล้ว โดยเข้าใจว่าการเห็นบุคคลที่อัปลักษณ์หรือพิการ อาจจะทำให้ผู้พบเห็นนั้นป่วยได้ และอีกหลายคนก็คิดว่ามีกฎหมายนี้ก็ดีเหมือนกัน เนื่องจากเป็นการปราบปรามพวกที่แกล้งพิการและอาศัยความพิการหาประโยชน์หรือเอาเปรียบผู้อื่น
แน่นอนว่ากฎหมายนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อบุคคลที่พิการและผู้ที่มีหน้าตาที่อาจจะไม่น่ามอง ทำให้หลายคนต้องตกงาน ไม่สามารถทำงานที่ตนเคยทำอยู่เป็นประจำได้
1
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงก่นด่าสหรัฐอเมริกาเป็นแน่ แต่เดี๋ยวก่อนครับ ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยกับกฎหมายนี้ คนปกติหลายคนที่ไม่ได้พิการและไม่ได้มีหน้าตาอัปลักษณ์ ต่างก็ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้และต่อต้านเต็มที่
1
หากให้ยกตัวอย่าง นายกเทศมนตรีในเมืองหลายๆ แห่งที่ไม่เห็นด้วย ก็มีการออกใบอนุญาตให้เหล่าคนพิการหรือคนที่ตกเป็นเหยื่อของกฎหมายนี้ ให้สามารถทำงานได้ตามปกติ นอกจากนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปจับผู้พิการหรือบุคคลที่มีหน้าตาไม่น่ามอง ชาวเมืองหลายคนมักจะเข้าไปขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ลำบาก
3
ในปีค.ศ.1936 (พ.ศ.2479) เมื่อตำรวจในชิคาโก้จะเข้าไปจับตัวชายผิวดำที่พิการแขนขา และได้ทำการเตะขาข้างที่ใช้ได้ของชายผู้นั้น
ปรากฎว่าชาวเมืองคนอื่นๆ ไม่ยอม ชายผิวขาวสี่คนทนไม่ไหว เข้าไปรุมกระทืบตำรวจนายนั้น ส่วนคนอื่นๆ อีกนับร้อยต่างยืนขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้าไปแตะต้องชายผิวดำคนนั้นได้อีก
เรียกว่าชาวอเมริกันจำนวนมากก็ไม่ได้แฮปปี้หรือเห็นด้วยกับกฎหมายนี้เลย
ในปัจจุบัน กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกไปนานแล้ว หากแต่ผลดีที่เกิดจากกฎหมายอัปลักษณ์ก็มีอยู่เหมือนกัน
ในยุค 70 (พ.ศ.2513-2522) กลุ่มผู้สนับสนุนคนพิการก็ใช้กฎหมายนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่ามีการแบ่งแยกชัดเจน และผู้พิการจำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง มีสิทธิเท่าเทียมคนอื่นๆ นำไปสู่การออกกฎหมายคุ้มครองผู้พิการในปีค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) และเกิดการจัดสรรและก่อสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อรองรับผู้พิการทั่วสหรัฐอเมริกา
1
โฆษณา