12 ม.ค. 2025 เวลา 01:50 • ข่าวรอบโลก

สถานการณ์ในเมียนมากลุ่มต่อต้านขยายแนวรบอย่างต่อเนื่อง

ความขัดแย้งในเมียนมามีทิศทางที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นเป็นในทิศทางที่ประเทศจะแตกกระจายมากยิ่งขึ้น หลายพื้นที่มีแนวโน้มที่อำนาจของกองทัพเมียนมาจะถูกปลดปล่อยมากขึ้นตามลำดับในพื้นที่ที่กลุ่มต่อต้านและชนกลุ่มน้อยมีความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ รัฐยะไข่ คะฉิ่น ชิน กะเหรี่ยง คะยา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะแยกตัวออกมา รวมทั้งรัฐฉาน ที่เป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อไทยโดยตรงหาก ไทยไม่มีการบริหารจัดการชายแดนส่วนหน้า
ปัญหาการควบคุมตัวราษฎรไทย ๔ คน กำลังสร้างความสับสนและความไม่พอใจต่อคนไทย เนื่องจากมีข่าวสารก่อนหน้านี้ว่า รบ.กองทัพเมียนมาจะปล่อยตัว ในวันครบรอบเอกราชของเมียนมา ๔ มกราคม ๒๕๖๘ แต่ในตอนสุดท้ายพบว่าไม่มีการปล่อยตัวแต่อย่างใด เนื่องจากฝ่ายไทยยังไม่ตอบสนองความต้องการของประธานSACที่ได้ยื่นข้อเสนอก่อนหน้านี้ การดำเนินนโยบายของไทยกับเมียนมาจึงต้องพิจารณาการตอบแทนที่มีความเหมาะสมและสมดุลไม่เสียเปรียบ
พื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือ รัฐยะไข่ เนื่องจากกลุ่มAA สามารถยึดครองพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งหมายความว่าอิทธิพลของจีนจะขยายระดับสูงในการควบคุมผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับ BRIแต่ปัญหาคืออินเดียมองการเคลื่อนไหวอย่างกังวลใจ เพราะหากจีนควบคุมพื้นที่รัฐยะไข่ จะมีอิทธิพลในพื้นที่เขตนานน้ำด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อมิติทางยุทธศาสตร์ทางทะเลด้านมหาสมุทรอินเดียด้วย
นอกจากนี้ ในพื้นที่รัฐยะไข่ จะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มหัวรุนแรงมุสลิมมีความเคลื่อนไหวและร่วมมือกันเพื่อต่อต้านกลุ่มAA หรือที่เรียกว่า Four Brother Alliance
คาดว่าตั้งขึ้นมาเพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวของAA ทั้งนี้หากพิจารณาถึงมิติการต่อสู้ อาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างศาสนา และมีต่างชาติหนุนหลังของคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะARSA ในอดีตมีหน่วยข่าวปากีสถานสนับสนุนการเคลื่อนไหว
รัฐบาลกองทัพเมียนมายังมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการให้เป็นไปตาม Roadmap โดยเฉพาะการจัดการเลือกตั้งในปี ๒๕๖๘ จากการสำรวจสัมนโนประชากร พบว่า เมียนมาประชากร ๕๔ ล้านคน แต่มีจำนวนประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงได้กว่า ๑๙ล้านคน เมื่อเป็นเช่นนี้ การจัดการเลือกตั้งจัดขึ้นได้เฉพาะบางพื้นที่ และคาดว่าจะมีกระแสการต่อต้านในระดับสูง ไม่เฉพาะในเมียนมาแต่ยังรวมถึงต่างประเทศโดยเฉพาะไทย และประเทศที่มีสำนักงานของNUG
กองทัพเมียนมา พยายามปิดช่องการเชื่อมโยงกับภายนอก โดยจำกัดการเข้าถึง ด้วยระบบVPN เพื่อไม่ให้มีการเข้าถึงข้อมูลภายใน หรือการส่งข้อมูลออกภายนอกเป็นการปิดช่องว่างการแทรกแซงจากภายนอก ประเด็นที่สำคัญ คือ การที่บริษัทของลูกประธานSACได้ทำธุรกิจด้านนี้ สะท้อนถึงการแสวงผลประโยชน์ภายในกองทัพเมียนมา และมีความมั่นใจว่ากองทัพเมียนมาสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในได้
ปัญหาที่เกี่ยวข้องจะยังไม่คลี่คลาย เพราะเป็นสถานการณ์ที่เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าการแก้ไขรูปแบบเดิมจะรับมือได้ ดังนั้น จะต้องทบทวนใหม่แนวทางเป็นสิ่งสำคัญ และต้องมีการเชื่อมต่อกับตัวแสดงในหลายมิติ ทั้งจีน เมียนมา ชนกลุ่มน้อย ภารกิจด้านนี้ จึงต้องใช้ความละเอียด โดยการสร้างแรงกดดันที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มว้าโดยตรง
โฆษณา