4 ก.พ. 2025 เวลา 14:13 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Nvidia ตอนที่ 21: หลุดพ้นแรงจี

ในปี 1999 หลังจาก IPO Nvidia ก็เหมือนจรวดที่ได้รับพลังขับเคลื่อนแบบรุนแรงจนหลุดพ้นแรงโน้มถ่วงออกสู่อวกาศ เพราะพนักงานก็รวย และทำงานกันแบบถวายหัว คู่ค้าที่เคยให้ bridge loan ก็รวย จนอยากจะช่วยกันผลักดัน Nvidia ให้โตขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกัน Nvidia คราวนี้มีเงิน พร้อมทุ่มให้กับทั้งด้านวิศวกร และการตลาดอย่างเต็มที่
ในทางผลิตภัณฑ์ ตอนนี้ Nvidia ทุ่มสรรพกำลังในการออกชิปตัวใหม่ที่มีชื่อภายในว่า NV10 ก้าวข้ามจาก NV5 ใน TNT2 โดยเพิ่มจำนวน transistors จาก 9 ล้านตัวมาเป็น 23 ล้านตัว โดยใช้ขนาด transistor ลดลงจาก 250 มาเป็น 220 นาโนเมตร แต่ด้วยจำนวน transistor มากขนาดนี้ ทำให้ชิป NV10 นี้ไม่สามารถทำงานได้โดยใช้แค่ heatsink ไม่มีพัดลม เหมือนในรุ่นก่อนๆ อีกต่อไป
ในรุ่นนี้ Nvidia ได้เพิ่ม Transform & Lighting engine ในระดับ hardware เป็นครั้งแรก ทำให้ลดภาระของ CPU ในการจัดการเรื่องพวกนี้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ Nvidia ก่อนหน้านี้ในเกมต่างๆ และยังไม่เพิ่ม rendering pipeline จาก 2 เป็น 4 ในรุ่นนี้อีกด้วย
แต่มีชิปที่เจ๋งขนาดนี้ ก็ต้องคิดหาชื่อทางการตลาดใหม่ด้วย และการตั้งชื่อไม่ใช่เรื่องง่ายในวงการเทคโนโลยีเลย Nvidia จึงมีการจัดประกวด Name that chip ในปี 1999 โดยผู้ชนะจะได้ Nvidia Riva TNT2 ไป ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมากถึงกว่า 12,000 คน พนักงานก็มาข่วยกันเลือกชื่อที่ผ่านเข้ารอบกันจนได้คำว่า Geometry Force หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า GeForce มา และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ผลิตภัณฑ์หลักของ Nvidia มายาวนานมากๆ
1
แค่นั้นยังไม่พอ Jensen รู้สึกว่าชิปของตัวเองซับซ้อนมากๆ แต่กลับขายได้ราคาเพียงไม่กี่สิบเหรียญสหรัฐ กำไรต่อชิปน้อยมากเมื่อเทียบกับ Intel ซึงเป็นผู้ผลิต CPU เขาจึงระดมกำลังสมอง และใช้ชื่อใหม่ของ graphics chip ว่า Graphics Processing Unit (GPU) ซึ่งคำๆ นี้เคยถูก Sony เอามาใช้เรียกชิปของตัวเองใน Sony Playstation มาแล้ว
Nvidia ทำการตลาดอย่างเข้มข้นจนชื่อ GPU นั้นติดหูคน แต่ไม่ได้ล็อกไว้ใช้คนเดียว เพื่อให้คู่แข่งสามารถมาใช้ได้เช่นกัน ทำให้ Nvidia ได้เปรียบในการแข่งขันไปกลายๆ เพราะชื่อ GPU นั้นถูกทำให้ติดหูกับ Nvidia ไปแล้ว
ส่วนผู้ผลิต graphics cards ก็ยอมจ่าย premium ที่มากขึ้น เพราะมี perception ที่ดีขึ้นกับ GPU ที่ดูเหมือนไม่ใช่แค่ชิปหมาน่อยธรรมดาๆ (ผู้ใหญ่ลีบอกมา) อีกต่อไป จนทำให้ Nvidia สามารถเพิ่ม profit margin ได้สูงขึ้นไปอีก และยิ่งผลักดันให้ราคาหุ้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนหยุดไม่อยู่แล้ว
โฆษณา