16 มี.ค. 2025 เวลา 12:28 • สุขภาพ

ทำไมกิ้งก่าพิษ ถึงช่วยชีวิตผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมาก

ตลอดประวัติศาสตร์การแพทย์ของมนุษย์ มนุษย์มีการเรียนรู้ จดจำ และค้นคว้าตัวยาใหม่ๆเพื่อเอาชนะโรคร้ายอยู่เสมอ
ทั้งรากไม้ ยอดอ่อน ใบแก่ หรือแม้แต่สัตว์เองก็ไม่เว้น
แม้จะมียามากมายตลอดประวัติศาสตร์ที่มีส่วนประกอบจากสัตว์ เช่น Digoxin จากกบ แต่กิ้งก่าพิษนั้นมีความพิเศษกว่านั้น เพราะนอกจากทำให้เกิดยาตัวใหม่แล้ว สิ่งที่ได้จากกิ้งก่าพิษไงทำให้เราไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของเซลล์ในผู้ป่วยเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น
การศึกษาทางชีววิทยาของกิ้งก่ามีพิษชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Heloderma suspectum หรือที่รู้จักกันในชื่อ Gila monster ซึ่งเป็นกิ้งก่าที่พบได้ในทะเลทรายแถบอเมริกาเหนือ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสารในน้ำลายของกิ้งก่าชนิดนี้สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้นานกว่าฮอร์โมน GLP-1 ที่พบในร่างกายมนุษย์
แนวคิดของยา Exenatide ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของยาในกลุ่ม Glucagon-Like Peptide-1 Receptor Agonists (GLP-1 RA) เริ่มมีหลักฐานการค้นพบตั้งแต่ทศวรรษ 1990 นักวิจัยพบว่าสารที่เรียกว่า Exendin-4 ซึ่งมีอยู่ในน้ำลายของ Gila monster มีโครงสร้างคล้ายกับ GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน แต่แตกต่างจาก GLP-1 ตรงที่ Exendin-4 มีความทนทานต่อการย่อยสลายโดยเอนไซม์ Dipeptidyl Peptidase-4 (DPP-4) ทำให้มีฤทธิ์อยู่นานขึ้น
นักวิทยาศาสตร์จึงสังเคราะห์สาร Exenatide ซึ่งเป็นอะนาลอกของ Exendin-4 และพัฒนาเป็นยาสำหรับรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 บริษัท Amylin Pharmaceuticals ร่วมกับ Eli Lilly ได้รับการอนุมัติจาก FDA ในปี 2005 ให้ใช้ Exenatide เป็นยาฉีดเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 โดย Exenatide มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการหลั่งกลูคากอน และชะลอการล้างกระเพาะอาหารซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น
การค้นพบ Exenatide และยากลุ่ม GLP-1 RA ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการรักษาเบาหวานประเภทที่ 2 เพราะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นโดยมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำต่ำกว่ายากลุ่มอินซูลินและซัลโฟนิลยูเรีย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดการศึกษาที่ผ่านมา ยากลุ่ม GLP-1 RA พบว่าช่วยลดความเสี่ยงของเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดรุนแรง (MACE) ลง 13% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก โดยมี Hazard Ratio (HR) เท่ากับ 0.87 (ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 0.78–0.97) ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลง 15% โดยมี HR = 0.85 (ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 0.74–0.97)
นอกจากนี้ ลดความเสี่ยงของการถูกตัดอวัยวะส่วนล่างอย่างมีนัยสำคัญ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมี HR เท่ากับ 0.65 (ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 0.45–0.95) นั้นคือ 35% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ช่วยเพิ่่มคุณภาพชีวิตและลดการสูญเสียการเศรษฐกิจจากโรคเบาหวานได้จำนวนมหาศาล
จากน้ำลายของกิ้งก่ามีพิษสู่การพัฒนายารักษาเบาหวาน Exenatide เป็นตัวอย่างที่น่าทึ่งของการนำองค์ความรู้ทางธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ ยากลุ่ม GLP-1 RA ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการรักษาโรคอื่น ๆ ในอนาคต เช่น โรคอ้วนและโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
แม้แต่กิ้งก่าตัวเล็กๆ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง และช่วยคนไว้ได้มหาศาล แล้วคุณล่ะ วันนี้ได้ลองคิดถึงสิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่บ้างหรือยัง
อ้างอิง
โฆษณา