10 เม.ย. 2025 เวลา 12:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Makgeolli” (มักกอลลี, 막걸리)” เครื่องดื่มยอดนิยมของชาวเกาหลี

Makgeolli (มักกอลลี, 막걸리) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เหล้าข้าว” เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมของเกาหลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีชี้ให้เห็นถึงการผลิตในยุคสามก๊ก แต่บันทึกที่เป็นลายอักษรนั้นปรากฏอยู่ในหนังสือสมัยราชวงศ์โครยอ (ปี ค.ศ 918 - 1392)
.
ในสมัยราชวงศ์โครยอมักกอลลีจะถูกเรียกว่า “อิฮวาจู” (이화주) หรือ “เหล้าดอกแพร์” เนื่องจากนิยมผลิตในช่วงที่ดอกแพร์บานสะพรั่ง
อย่างไรก็ตามในสมัยนั้นมักกอลลียังถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “นงจู” (농주 = Nongju ) ที่หมายถึงเหล้าของชาวนาอีกด้วย เนื่องจากได้รับความนิยมในกลุ่มชาวนา เพราะชนชั้นสูงจะนิยมดื่มโซจูมากกว่า
.
นอกจากนี้มักกอลลีลักษณะต่าง ๆ ยังมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันอีกด้วย เช่น มักกอลลีสีขาวขุ่นจะเรียกว่า “ทัคจู” (탁주) และมักกอลลีที่มีสีใสจะเรียกว่า “ชองจู” (청주)
ในยุคนั้นมักกอลลีเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่ชาวนา เนื่องจากผลิตได้ง่ายจากวัตถุดิบที่หาได้ทั่วไป เช่น ข้าว ข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เลย์ เพียงนำข้าวมาหุง นึ่ง หรือต้มผสมกับ “นูรุก” (Nuruk) ซึ่งเป็นหัวเชื้อราที่ใช้สำหรับการหมักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมักทิ้งไว้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็จะได้มักกอลลีที่มีรสชาติกลมกล่อม มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำอยู่ที่ประมาณ 6 - 8% มักกอลลีในสมัยนี้จะมีรสชาติที่ซับซ้อนทั้งเปรี้ยว หวาน ขม และเค็มเล็กน้อย หอมกลิ่นข้าวหมัก และยีสต์ ซึ่งจะดื่มได้ยากกว่ามักกอลลีสมัยใหม่
.
ในสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 - 1910) มักกอลลีกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในวัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งชนชั้นสูงเริ่มให้การยอมรับ มักพบเห็นได้ทั่วไปได้ตามงานเทศกาล และพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ และในช่วงเวลาเดียวกันนี้คำว่า “มักกอลลี” ก็ถูกนำมาใช้ในการเรียกเครื่องดื่มประเภทนี้ โดยคำว่า “Mak” (막) แปลว่าสดใหม่ และ “Geolli” (걸리) แปลว่าผ่านการกรอง
.
นอกจากนี้มักกอลลียังปรากฏอยู่ในวรรณกรรม และศิลปะของเกาหลีในช่วงเวลานี้ด้วย โดยบทกวี และภาพวาดจำนวนมากจากยุคโชซอนมักจะบรรยายถึงฉากที่ผู้คนกำลังสนุกสนานกับมักกอลลี โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของมักกอลลีในฐานะเครื่องดื่มประจำชาติเกาหลี
.
การผลิตมักกอลลีในสมัยนี้มักเป็นกิจกรรมของชุมชน ชาวบ้านหลายคนจะมารวมตัวกัน เพื่อช่วยกันผลิตมักกอลลี ซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็จะมีสูตรเฉพาะที่เป็นของตัวเอง สิ่งนี้ส่งผลทำให้มักกอลลีมีรสชาติ และรูปแบบที่หลากหลาย
.
ต้นศตวรรษที่ 20 ความนิยมของมักกอลลีก็เริ่มลดน้อยลง เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การนำเทคนิคการต้มเบียร์สมัยใหม่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากตะวันตกมาใช้, การยึดครองเกาหลีของญี่ปุ่น (ค.ศ. 1910–1945) และสงครามเกาหลีที่ตามมา (ค.ศ. 1950–1953) รวมถึงกฎระเบียบของรัฐบาลจากการเก็บภาษีที่มากขึ้น
.
อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 21 มักกอลลีก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เนื่องจากกระแสนิยมอาหารดั้งเดิมได้จุดประกายความสนใจของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งมักกอลลีไม่เพียงแต่ได้รับการยอมรับในด้านรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่คนยุคใหม่ยังเชื่อว่ามักกอลลีมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีโปรไบโอติกส์ที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้
.
ในยุคนี้หลายบริษัทเริ่มปรับปรุงกรรมวิธีการผลิต และภาพลักษณ์ของมักกอลลีให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยมีการแต่งกลิ่น และรสชาติเพิ่มเติมเพื่อให้มักกอลลีสามารถดื่มได้ง่ายขึ้น เช่น รสสตรอเบอร์รี่ รสบลูเบอร์รี่ รสมะม่วง รสชาเขียว รสชาข้าวกล้อง รสดอกบัว รสอัลมอลด์ และรสกาแฟ ฯลฯ สำหรับจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ สิ่งนี้ส่งผลทำให้มักกอลลีมีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเกือบทุกแห่งทั่วเกาหลี
.
ปัจจุบันมักกอลลีได้รับความนิยมจากผู้คนจำนวนมาก บาร์ Makgeolli หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Makgeolli Jip” ก็เริ่มผุดขึ้นในเขตเมืองต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาลิ้มลองเครื่องดื่มดั้งเดิมของเกาหลี
.
นอกจากนี้มักกอลลียังก้าวข้ามพรมแดนของเกาหลีกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ร้านอาหารเกาหลีในประเทศต่าง ๆ มักจะเสิร์ฟมักกอลลี และแนะนำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเกาหลีได้รู้จัก ซึ่งความสนใจในระดับนานาชาตินี้ทำให้ตลาดส่งออกมักกอลลีเติบโตมากขึ้น ทุกวันนี้มักกอลลีจึงมีจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก
โฆษณา