24 มี.ค. 2025 เวลา 07:07 • ความคิดเห็น
เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ นั่นก็หมายถึงว่า เรายังมีเวลา ..เวลาที่จะสร้างบุญกุศลบารมี ที่ว่าชีวิตนี้ เกิดมาทั้งที เราก็ตักตวงบุญกุศลบารมี ของเราไป เราต้องทำเอง ใครก็ทำให้เราไม่ได้ เทพอินทร์พรหมที่ไหน เจ้าพ่อเจ้าแม่ ที่ไหน ก็ทำบุญไม่ได้ เพราะไม่มีกายเป็นมนุษย์ เค้าจึงก็ทำให้เราไม่ได้ ของใครของมัน กรรมก็ของๆของเรา บุญก็ของของเรา
..เราก็ทำบุญของเราไป ..ที่เค้าว่า ธาตุทั่งสองพ่อแม่อนุโมทนา เพราะเรายังต้องเกิดอีก ไม่สามารถยุติการเกิดได้ เราต้องมาอาศัยธาตุพ่อแม่อีก เราทำบุญทำทาน ให้ธาตุทั้งสองอนุโมทนา เพื่อว่า เราจะได้ธาตุพ่อแม่ที่ดี พ่อแม่เป็นมนุษย์ ที่สามารถใช้มาสร้างบุญกุศลบารมีได้ พ่อแม่เป็นหมูหมากุ้งหอย มันนำมาใช้สร้างบุญกุศลสวดมนตร์ ภาวนาไม่ได้ จะทำกายนิ่งๆ ทำไม่ได้ ไปได้สังขารพ่อแม่เป็นลิง ..อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เจ็บป่วย ก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
เพราะฉะนั้น เมื่อเราก็ไม่รู้ไดี ว่าจะหมดวาระเมื่อไหร่ แต่เราก็สร้างบุญกุศล ฝึกหัดเล็กๆน้อยๆของเราไป ถึงเวลาตาย ก็ขอให้จิตออกจากกายไป ไม่มีอะไรขัดขวาง ทุกข์ทรมาน ต้องมีสายระโยงระยาง มีสายมาเสียบ ..ให้ปัสสาวะ ต้องไปสร้างความเดือดร้อนให้คนใกล้ชิด ..เค้ามีภาระเพราะกายที่จิตเราอาศัย เราก็ได้ แต่บอกว่า ถึงเวลานั้นมาจริงๆ ก็ช่วยสงเคราะห์ กายนั้นลงโลง เอาไปเผาทิ้งซะ ส่วนจะทำอย่าไรต่อไป ก็เรื่องของเค้า แต่อน่าทำให้ต้องมีภาระ ..ทุกข์กายทุกข์ใจเลย
นี่ก็หลายปีมาแล้ว พระท่านบอกว่า ลองนอนกับพื้น เอาหนังสือมาหนุน ก็ลองทำดู ..ก็ดีอย่าง คราวนี้ ไปนอนที่วัด ก็สบาย นอนกับพื้น ก็นอนได้ ..ไม่ต้องไปหาอะไรมาปูนอนให่มันมากเรื่อง..
หลายปีเหมือนกัน ก็คุยกับเด็กที่บ้าน เพื่อนบอกว่า .แกน่ะโกหก หาว่าพ่อเป็นมะเร็ง มีใบรับรองแพทย์ ไปให้ดู เค้าก็ว่า หลอกกันทั่งใบรับรองแพทย์ (ไม่เห็นพ่อมึงตายสักที) เราก็ได้แต่บอกว่า ..อย่าถือสา เพราะแม้แต่คนบ้าน ญาติพี่น้อง เค้าก็ไม่รู้ มองไม่ออกหรอก ว่า เราเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง แล้วก็ไม่คิดรักษากับหมอ ถึงคราวตาย มันก็ต้องตาย ตายมาหลายหนแล้ว จะตายอีก เดียวมันก็เกิดอีก แต่ไม่รู้ว่า เกิดที่ไหน เท่านั้นเอง
โฆษณา