31 มี.ค. 2025 เวลา 07:28 • บันเทิง

Jim Thompson ชายหลายหน้าผู้สาบสูญ (1)

กำเนิดสายลับ
จะมีใคร หรืออะไรไหนอื่นอีกไหม ที่ในชีวิต คนเพียงคนเดียว เชื่อมโยงกับหลายคนดังๆ หลายเหตุการณ์ หลายสิ่งของหรือหลายสถานที่ดังๆอย่างมากมายปานนี้ ?
-สงครามเหนือ-ใต้ ระหว่างรัฐ อเมริกายุคแรก
-หน่วยองค์กรลับ จาก OSS ถึง CIA
- เสรีไทย
- สส.-นักการเมืองแนวหน้าของไทย
- นสพ. ภาษาอังกฤษฉบับแรกๆในไทย กับ CIA
- โรงแรม Oriental
- ที่มาของชื่อเหล้า แม่โขง
- นิตยสารแฟชั่น Vogue
- ละครบรอดเวย์ the King and I และ หนังสุดดังเรื่อง Ben Hur
- ร่วมกับ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เดินทางลับๆ ไปทำข่าว ซูการ์โน ต่อต้านดัทช์ ที่ อินโดนีเซีย
- เศียรพระพุทธรูปจากเขาถมอรัตน์ อุทยานศรีเทพที่สูญหาย แล้วได้คืนมาอย่างลับๆ
ชีวิตคนๆนี้ สัมพันธ์กับคนและเหตุการณ์ มากมาย น่าสนใจอย่างยิ่ง
วันเกิดกับวันหายสาบสูญ ใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง
เกิด และ สาบสูญ ใน เดือน มีนาคม
อายุได้ 61 ปี พอดี !
ชื่อเต็มของ จิม
จิมเกิดในอเมริกา จบป.ตรี ที่ ม. Princeton ( มหาวิทยาลัยเอกชนแถวหน้าอันดับ 4 ของเมกา ที่เดียวกับที่ JFK- ปธ.เคเนดี้เคยเรียน ) และ ไปเรียน ป.โทต่อที่ ม.เพนซิลวาเนีย สาขาสถาปัตยกรรม แต่สอบตกวิชา แคลคูลัส เลยไม่ได้จบเป็นบัณฑิต สถาปัตย์
จิมมีคุณตาเป็นนายพลในกองทัพของ ยูลิซิส แกร้นท์ (คุณตาเป็นวิศวกร จากเว้ส ป้อยน์ ที่ไปช่วยนายพลแกร้นท์ฝ่ายเหนือ รบกับฝ่ายใต้ในสงครามอเมริกา ยุคค้าทาส )
คุณตาของจิม เคยพบกับ พระมงกุฎเกล้า ร.6 ของไทย ในงานฉลองขึ้นครองราชย์ของ กษัตริย์ Edward ที่ 7 ของอังกฤษ ที่ลอนดอน โดยคุณตาเป็นตัวแทนฝ่ายทหารของสหรัฐ ร.6 ก็ทรงรู้จักเป็นเพื่อนเล่นกับแม่ของจิมด้วย
และภายหลัง ตอน ร.6 ประพาสอเมริกา ได้แวะเยี่ยม คุณตาของจิมด้วย มีภาพถ่ายร่วมกัน ทำให้ จิมได้รู้จักประเทศ สยาม ตั้งแต่ในวัยเด็ก
ส่วนคุณพ่อ มีอาชีพค้าขายสิ่งทอ ทำให้จิมคุ้นเคยกับผ้าชนิดต่างๆ ตั้งแต่ยามเยาว์เช่นกัน
เรียกได้ว่า เชื้อไม่ทิ้งแถว เพราะภายหลัง จิมได้กลายมาเป็น ราชาค้าไหมไทย ระดับโลก !
ชีวิตในวัยหนุ่ม ที่บ้านฐานะดี จบจาก ม.ดัง Princeton จิมใช้ชีวิตช่วงนั้นแบบเดียวกับ นาย Gatsby ตัวเอกในนิยายแสนโด่งดังเรื่อง the Great Gatsby เขียนโดย F. Scott Fitzgerald เขียนถึงบรรยากาศ การใช้ชีวิตที่หรูหราของเหล่าเศรษฐีใหม่ ในช่วงปี 1922 ( หนังสือตีพิมพ์ปี 1925 ตอนที่จิมอายุ 19 ปี ) สังคมเมกาในช่วง ต้นศตวรรษที่ 19 เหล่าเศรษฐีใหม่ แข่งกันจัด party แทบทุกคืน อวดหรู อวดมี และหมดเวลาไปกับการซุบซิบนินทากันถึงเรื่องของเหล่าเซเลบ
ก็ไม่รู้ว่า ยุคของ เกสบี้ ตอนปี 1922 กับยุค ดิ ไอคอนและ ดิว อริสรา ปี 2025 ใครจะอวดรวย อวดมี ได้เหนือกว่าใคร ?
เอฟ. สก้อต ฟิตซ์เจอรัลด์ ผู้แต่งนิยายดังฉาวโฉ่เรื่องนี้ ก็จบจาก ปริ้นซตัน เช่นกัน เรียกได้ว่า เป็นรุ่นพี่ ม.เดียวกัน !
ตราบจนอายุ 33 ปี ( คศ.1939 )โลกเริ่มคุกรุ่นไปด้วยไอของสงครามโลกครั้งที่ 2 ( World War 2 - WW 2 เริ่มในเดือน กย.1939 - สค.1945 )
ความที่จิมรู้สึกอยากทำตัวให้มีคุณค่ากับประเทศ จึงสมัครเข้าเป็นทหารรับใช้ชาติ ในกองทัพบกแห่ง เมกา
ตอนอายุ 36 ปี ( คศ. 1942) จิมเข้าพิธีแต่งงานกับ Pat Thraves ไม่มีลูกด้วยกัน เพราะหลังแต่งกันไม่นาน จิมต้องย้ายไปมาหลายประเทศในยุโรปและอัฟริกาตอนเหนือ
และ ต่อมาปี 1946 เมื่อจิมจากเมืองไทยมาอเมริกาเพื่อปลดประจำการจาก OSS และเพื่อระดมเงินจะไปลงทุนซื้อ รร. ในไทยกับเพื่อน เธอก็ขอหย่ากับจิม
จากนั้นมา จิมไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลย
หน่วยงาน OSS ยุบและเปลี่ยนเป็น CIA ในปี 2490 ( 1947 ) หลัง สงครามสิ้นสุด 2 ปี
บทบาทของหน่วย OSS จะเปิดเผยและเป็นทางการมากกว่า โดยที่ ทำงานในบท คนดี มากกว่า เมื่อเทียบกับ CIA ในภาคหลัง ซึ่ง งานของ ซีไอเอ ออกจะมีรูปแบบใต้ดิน และดำเนินงานแบบส่งเสริมการก่อการร้าย ตามนโยบายของ ผอ.หน่วยคนถัดๆมา
ช่วงแรกจิม ปฏิบัติงานในฐานะ สมาชิกของ OSS ในอัฟริกาเหนือ / ฝรั่งเศส
ต่อมารับภารกิจ ประสานงานกับเสรีไทย สายยุโรป ทำงานฝึกสายลับกันที่ประเทศ ศรีลังกา ทำให้จิม ได้พบและทำงานร่วมกับ นายเตียง ศิริขันธ์ เสรีไทย (รหัสเรียกขานว่า Pluto) ที่ภายหลังนายเตียงได้เป็น สส. ฝ่ายดร. ปรีดี พนมยงค์และเป็น 1 ในสี่ สส.ฝ่ายค้านที่ถูกฝ่ายจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายก รมต.สมัยนั้น (สั่งการโดย อธิบดีกรมตำรวจ เผ่า ศรียานนท์ ) โดยเผ่าส่งอัศวินคู่ใจมาดักริมทาง รัวปืนกลยิงถล่มรถขนผู้ต้องหาทั้งสี่ ขณะถูกคุมตัวเพื่อเคลื่อนย้ายเรือนจำ บนถนนพหลโยธิน แถบบางเขน
ทั้งสี่ตายคาที่ในสภาพ ศพคาโซ่ตรวน !
แล้วโยนบาปว่า ทั้งสี่ถูกโจรคอมมิวนิสต์มลายาแย่งชิงตัวผู้ต้องหาฆ่าทิ้งเสีย !
โจรคอมมูนิสต์มลายายุคนั้น ที่ไหนจะมา กร่าง ถึงในเมืองกรุงขนาดนั้นกันฟะ ?!?
จิมถ่ายกับเพื่อน ซ้ายมือน่าจะคือ นายเตียง ศิริขันธ์ เสรีไทย รหัสเรียกขานนาม พลูโต
สี่ สส.ฝ่ายค้านที่ถูกอัศวินแหวนเพชรของ เผ่า ศรียานนท์ถล่มยิงสังหารโหดตายคาที่กลางกรุง
พล อ. เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ ในรัฐบาลของ จอมพล ป. เป็นเจ้าของคำขวัญ
ไม่มีอะไรใต้ฟ้า ที่ตำรวจไทย ทำไม่ได้ !
แค่ 2 สถานะนี้ ของจิม ( สถานะ สมช.หน่วย OSS และสถานะทำงานร่วมกับนายเตียงฯ เสรีไทยฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไทยยุคนั้น ) ก็ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานได้ถึงสาเหตุ การหายตัวไปของจิมได้ 3 ทางแล้ว
- สถานะ สมาชิกหน่วยจารชน OSS อาจถูกฝ่ายตรงข้ามอุ้มฆ่า
- หรือถูกฝ่ายจารชนของตัวเอง OSS ด้วยกันฆ่า เพราะเอาใจออกห่าง เพราะภายหลังที่จิม ลาออกจาก OSS มาค้าผ้าไหม เขาก็มีความสัมพันธ์กับหลายๆฝ่าย รวมทั้งฝ่ายตรงข้ามเมกาด้วย
- หรือฝ่ายรัฐบาลไทยส่งคนมาฆ่าเสีย เพราะสนิทกับ นายเตียง ศิริขันธ์ ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไทยมากไป ?
ในปี 2488 เดือนสิงหาคม (1945)
จิมและเพื่อน OSS - นาย Alexander McDonald รับคำสั่งให้บินจากฐานปฏิบัติการที่ ศรีลังกา มาไทยเพื่อกระโดดร่มลงในภาคอีสานของไทย เพื่อร่วมกับเสรีไทยกลุ่มนายเตียงฯ ต่อต้านญี่ปุ่นที่เข้าครองไทยในตอนนั้น
แต่ยังบินมาไม่ทันถึง ข่าวญี่ปุ่นยอมแพ้ สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ออก
ทำให้ต้องยกเลิกภารกิจกระโดดร่มลงไทย บินไปลงที่ ย่างกุ้งแทน
ไม่ต้องเสี่ยงโดดร่มให้ไปติดบนต้นไม้เหมือนลุงป๋วย อึ๊งภากรณ์ เสรีไทยสายอังกฤษ ที่โดดนำมาก่อนหน้าแล้ว !
2 วันถัดมา จิมและ Alex ก็บินจากย่างกุ้ง พม่า มาลงดอนเมืองแบบ เบิร์ดๆ ไม่ต้องเสี่ยงตายดิ่งพสุธาจากเวหา
และ Alexander McDonald นายนี้นี่เอง ภายหลังเป็นผู้ก่อตั้ง นสพ.ภาษาอังกฤษฉบับแรกๆของไทย ชื่อ
the Bangkok Post !
ฉากหน้า คือ นักข่าว บก. นสพ.รายวัน
หลังฉาก คือ สปายของเมกา !
หลังสงครามโลก 2 สิ้นสุด ในปี 1945 ( 2488 )
สายการบินเมกา - PAN AM เริ่มบินเข้าไทย
กรุงเทพเลยเป็นฮับที่ ใครต่อใครก็เข้ามาเพื่อหาข่าวและทำภารกิจใต้ดินต่างๆ ของประเทศแถบ อุษาอาคเนย์
เพราะ หลัง WW 2 ภูมิรัฐศาสตร์การเมืองโลก เริ่มก่อตัวเป็น สงครามเย็น ( Cold war ) เข้ามาแทนที่
2
โลกเริ่มแบ่งเป็นฝ่ายค่ายโลกเสรี ( เมกาและยุโรปพันธมิตร ) กับ ค่ายคอมมูนิสต์ ( รัสเซียกับจีนแดง )
จิม ก็ได้รับการแต่งตั้งจากหน่วย OSS ให้มาประจำการในไทย ในตำแหน่ง ผอ.หน่วยในภูมิภาคนี้
ใหญ่ไม่ใช่เล่น !
รวมๆแล้ว จิมใช้เวลาเพียงแค่ 6 ปี ในการไต่เต้าจากพลทหารมาจนได้ยศ พันโท นับว่า มีความสามารถพอสมควร
แถมยังได้เหรียญตราต่างๆ ถึง 5 ชนิด ในชีวิตของการเป็นทหารและสายลับ
แถวบน เหรียญตราที่ได้รับ แถวล่างใบลาออกหรือใบปลดประจำการจาก OSS
จิมเมื่อมาอยู่เมืองไทย ก็รักและชอบชีวิตวิถีตะวันออกนี้มาก
อุปนิสัยของเขา โกรธง่ายหายเร็ว
มีโรคประจำตัว คือ มักปวดท้องจากนิ่วในไต ต้องพกยาแก้ปวดไว้ติดตัว
สูบบุหรี่จัด
ชอบเดินป่า ท่องเที่ยว และ ชอบสะสมงานศิลปะของตะวันออก
แถมชอบเพลง หมอลำ มากๆ !
ในปาร์ตี้ที่บ้าน จิมให้สามีแม่บ้านที่เป็นคนอีสาน อาชีพถีบสามล้อมาเป่าแคนและร้องหมอลำ เป็นประจำ !
จิมเดินทางหาข่าวไปทั่ว นายเตียงเคยพาไปเยี่ยมบ้านที่อีสาน พบเห็นผ้าทอจากฝีมือแม่นายเตียงก็ชอบ
ครั้งหนึ่ง จิมได้ล่องเรือกลไฟในลำน้ำโขงร่วมกับนายเตียงและเพื่อนๆ จิมดื่มสุราพื้นเมืองของไทย ชื่อว่า
สุราประเสริฐ จากบางยี่ขัน
จิมพูดแนะนำว่า
เหล้าขวดนี้ รสชาติดี น่าจะตั้งชื่อยี่ห้อว่า
แม่โขง
น่าจะขายดีมากขึ้นแน่ๆ และฉันจะช่วยอุดหนุนให้มากๆเลย
นามของสุราชื่อ แม่โขง ก็พลันอุบัติขึ้นแต่นั้นมา !
ประเทศไทยเองเวลานั้น ตกเป็นเป้าหมายสําคัญของทั้งสองค่าย คือ ค่ายเสรีเมกาและค่ายคอมมูนิสต์ มีรัสเซียและจีนเป็นพี่เอื้อย
ในเวลาไม่ นาน เมื่อค่ายคอมมิวนิสต์รุกคืบหน้าขับไล่ฝรั่งเศส ออกจากเวียดนาม, ลาว และเขมร
อเมริกาในฐานะ ผู้นำโลกเสรีหวาดผวากับทฤษฏีโดมิใน ว่าฐานที่มั่น สุดท้ายในอินโดจีน ( ไทย ) จะตกเป็นของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในที่สุด จึงพยายามทําทุกวิถีทางที่จะรักษาพื้นที่ยุทธศาสตร์นี้ไว้
มีการจัดตั้งองค์กรต่างๆ ขึ้นเพื่อ ป้องกันการรุกคืบของฝ่ายคอมมิวนิสต์
เวลานั้นเรียกได้ว่า สายลับเดินกันเพ่นพ่านเต็ม บ้านเต็มเมืองไทย
ดูเหมือนว่างาน "สร้าง" คอมมิวนิสต์ของอเมริกา ประสบความสําเร็จอย่างสูงในประเทศไทย
เมกาวาดภาพให้ ทุกคนหวาดกลัวคําๆนี้
สร้างให้ทุกคนต้องการจะ ทำลายคอมมิวนิสต์ให้หมดไป
ด้วยเหตุผลนื้อเมริกา ในฐานะ "รัฐพี่เลี้ยง" จึงทุ่มเทงบและ ส่งกำลังคนเข้ามาควบคุม และแทรกแชง กิจการหลายๆด้านของประเทศไทย โดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยเอง
ระยะนี้เอง ที่เริ่มจะเห็นการเดินทางของจิมได้เด่นชัดขึ้น เขาได้เดินทางไปในที่ต่างๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้ง พม่า เขมร โดยเฉพาะลาว และภาคอีสานของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่สําคัญที่จิม ทอมป์สัน ได้พบเห็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ตลอดจนได้พบเห็นผ้าไหมชิ้นงามๆ จากชาวบ้าน
จิมได้ซื้อผ้าทอเหล่านี้เก็บสะสมไว้ แต่ยังไม่ได้ เข้าสู่ธุรกิจทางด้านนี้
การเดินทางของเขาไนเขตลาว และภาคอีสานของ ไทยนั้น นอกจากจะเป็นการเดินทางเพื่อเสาะหาผ้า ไหมแล้ว เชื่อได้ว่า นั่นเป็นการหาข่าวความ เคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในประเทศลาวให้กับรัฐบาลอเมริกาอีกด้วย เพราะระยะนั้นประเทศลาว อยู่ในภาวะที่สับสน และเกิดการต่อสู้กันระหว่างผู้นำ ลาวฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนฝรั่งเศสและ ฝ่ายที่เป็นกลาง รวมถึงฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจาก เวียดนาม และจีน
หลัง สงครามโลก 2 ( คศ. 1945) หน่วย OSS ยุบ และเปลี่ยนมาเป็น CIA ในปี 2490 ( คศ 1947 )
สถานภาพ ผอ.หน่วย OSS ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของจิม ก็หมดไปโดยปริยาย บ้างว่า จิมลาออก
หลังจากอยู่ในหน่วย OSS ในไทยได้ 10 เดือน ( ปี 1946 )
แต่ก็มีข้อถกเถียงและเป็นที่สงสัยกันอย่างหนัก ว่า
เมื่อ หน่วย OSS ยุบเลิกไป และแปลงร่างเป็น CIA ในปี 1947 นั้น
จิม ทอมป์สัน ลาออกจากภารกิจสายลับโดย สิ้นเชิง หรือไม่ ??
หรือว่า ออกข่าว และแจ้งคนทั่วไป ( มีใบลาออก ) ว่า ล้างมือแล้ว
แต่แท้ที่จริง ยังคงเป็น สายลับให้กับ CIA อยู่ต่อไป ???
ไม่ว่า จะเป็น CIA แบบเป็นทางการ หรือ แบบ ไม่เป็นทางการ ก็ตามที !
เหรียญตราที่ได้รับช่วงเป็นทหารและสายลับ OSS
ด้านล่างในรูปภาพ คือ ใบลาออกปลดประจำการของจิม ในปี 1946

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา