13 เม.ย. 2025 เวลา 09:57 • ประวัติศาสตร์

การถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกควีนอังกฤษ รายการทางโทรทัศน์ที่ปฏิวัติราชวงศ์และวงการสื่อแดนผู้ดี

เมื่อ “สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งสหราชอาณาจักร (George VI)” พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร สวรรคตเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1952 (พ.ศ.2495) ด้วยพระชนมายุ 56 พรรษา ก็ต้องมีพระประมุของค์ใหม่ขึ้นครองราชย์
ผู้ที่เป็นองค์รัชทายาท ก็คือ “สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร (Elizabeth II)” ซึ่งในเวลานั้นยังเป็น “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ (Princess Elizabeth)”
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระประมุของค์ต่อไปได้กำหนดให้จัดขึ้นที่ “มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Abbey)” ในวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ.1953 (พ.ศ.2496) และนี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะถูกถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชม
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร (Elizabeth II)
“เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ (Prince Philip, Duke of Edinburgh)” พระราชสวามีของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ได้ทรงอภิเษกสมรสกับพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และพบว่าพระองค์นั้นทรงอยู่ท่ามกลางราชวงศ์ที่ยังคงยึดกับธรรมเนียมเก่าๆ ไม่ค่อยปรับตัวให้เปลี่ยนแปลงเข้ากับยุคสมัย
เจ้าชายฟิลิปทรงเชื่อว่าธรรมเนียมเดิมๆ ของราชวงศ์นั้นตกยุคไปแล้ว และทรงต้องการให้ราชวงศ์ใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่านี้
และหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือ “โทรทัศน์”
เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ (Prince Philip, Duke of Edinburgh)
เจ้าชายฟิลิปทรงแนะนำให้ถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางโทรทัศน์ ซึ่งคำแนะนำนี้ได้เกิดการโต้เถียงและคลางแคลงใจในหมู่ผู้คน แม้แต่นายกรัฐมนตรีอย่าง “วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill)” ก็ลังเลและไม่แน่ใจว่าความคิดนี้จะดีจริงหรือไม่
ในเวลานั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกคือพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ให้ใครได้ชมง่ายๆ ผู้ที่จะเข้าร่วมก็ล้วนแต่เป็นแขกในพิธี มีแต่แขกคนสำคัญเท่านั้น
แม้แต่ “สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี (Queen Elizabeth The Queen Mother)” พระราชชนนีในพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก็ไม่ทรงเห็นด้วยและคัดค้านไอเดียนี้
แต่พระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเชื่อมั่นในไอเดียของพระราชสวามี และยืนยันให้มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางโทรทัศน์
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เฉพาะในสหราชอาณาจักร ก็มีผู้รับชมกว่า 27 ล้านคน
อันที่จริง กระบวนการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 นั้น ได้ถูกเตรียมการมานานแล้ว พระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก็ทรงเตรียมองค์ในการขึ้นครองราชย์มาอย่างดี
หลังจากพระเจ้าจอร์จที่ 6 สวรรคต พระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก็ทรงแต่งตั้งเจ้าชายฟิลิปเป็นหัวหน้าฝ่ายเตรียมการพระราชพิธี และคำแนะนำแรกของเจ้าชายฟิลิป นั่นก็คือให้ถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางโทรทัศน์
ถึงแม้คนอื่นๆ จะไม่เห็นด้วย แต่พระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงโปรดไอเดียนี้มาก โดยทรงมองว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการทลายกำแพงทางชนชั้น ทำให้ราชวงศ์ดูเข้าถึงง่ายขึ้น ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น
และเมื่อมีประกาศออกไปว่าจะมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ประชาชนรับชมทางโทรทัศน์ ก็ปรากฎว่ายอดขายโทรทัศน์นั้นพุ่งกระฉูด ประชาชนต่างแห่แหนกันไปซื้อโทรทัศน์เพื่อจะชมการถ่ายทอดสดนี้ และเมื่อถึงวันพระราชพิธี คนแทบทุกบ้านต่างชมพระราชพิธีนี้ผ่านโทรทัศน์
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ไม่เพียงแค่เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์อังกฤษเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้โทรทัศน์กลายเป็นสื่อกระแสหลัก และเป็นก้าวแรกของการปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ
ตัวเลขผู้รับชมการถ่ายทอดสดทั่วสหราชอาณาจักรเกิน 20 ล้านคนนี้ก็สร้างสถิติใหม่ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขผู้ชมโทรทัศน์ในสหราชอาณาจักรแซงหน้าจำนวนผู้ฟังวิทยุ
ผู้คนทั่วประเทศต่างเฉลิมฉลอง ห้างร้านและตามถนนมีการตกแต่ง ประดับประดาอย่างสวยงาม ถึงแม้ว่าฝนจะตก แต่ชาวอังกฤษต่างก็ออกมารวมตัวกันเพื่อฉลอง
ส่วนที่สหรัฐอเมริกา มีการตัดเข้าโฆษณาในช่วงพิธี ทำให้สื่ออังกฤษต่อว่าว่าสื่ออเมริกันไม่ให้เกียรติและไม่เคารพพวกตน
แต่เหตุการณ์นี้ ก็เป็นการปูทางสำหรับเหล่าบริษัทโฆษณาในสหราชอาณาจักร ที่ต่างก็เริ่มตั้งคำถามในประเด็นที่ว่า “BBC” ซึ่งเป็นช่องโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ในสหราขอาณาจักร กำลังผูกขาดวงการสื่อโทรทัศน์ในสหราชอาณาจักร และนำไปสู่การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์อิสระในสหราชอาณาจักร
ในปัจจุบัน ชาวอังกฤษมีปฏิสัมพันธ์ต่อราชวงศ์แตกต่างจากในอดีตมาก งานพิธีต่างๆ ก็ลดความเป็นทางการลงมาก พระราชวงศ์ก็ดูเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น
สมาชิกราชวงศ์มีช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเอง ทั้งอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ สามารถติดต่อสื่อสารกับประชาชนได้อีกทางหนึ่ง
และเหตุการณ์การถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก็เป็นเหมือนก้าวแรกของการปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ และทำให้ราชวงศ์อังกฤษก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป
โฆษณา