16 เม.ย. 2025 เวลา 06:12 • ข่าวรอบโลก

📰 ฮ่องกงระงับส่งพัสดุไปสหรัฐฯ เหตุทรัมป์ขึ้นภาษี “แบบรังแก”

Hong Kong halts postal service for US-bound goods over Trump’s ‘bullying’ tariffs
📌 สรุปข่าวเด่น
📦 Hongkong Post ประกาศระงับบริการส่งพัสดุทางเรือไปยังสหรัฐฯ โดยทันที และจะระงับบริการทางอากาศสำหรับสินค้าทุกชนิดตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนนี้ เป็นต้นไป
💬 เหตุผลหลัก: สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกเลิกการยกเว้นภาษีสินค้าขาเข้าที่มีมูลค่าน้อย (de minimis threshold) และขึ้นภาษีสินค้าจากฮ่องกงแบบ “ไร้เหตุผล”
🧾 ฮ่องกงปฏิเสธที่จะเก็บภาษีแทนสหรัฐฯ โดยระบุในแถลงการณ์ว่า
“สหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการที่ไม่สมเหตุสมผลและรังแกประเทศอื่นในการจัดเก็บภาษี”
📃 การส่งจดหมายหรือเอกสารที่ไม่มีสินค้า ยังคงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ
🧭 พื้นหลังของเหตุการณ์นี้
🇭🇰 ฮ่องกงเคยมีสถานะพิเศษภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ ในฐานะศูนย์กลางการค้าเสรี แต่หลังจากจีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในปี 2020 สหรัฐฯ ได้ยกเลิกสถานะพิเศษนั้น และนับฮ่องกงเป็น “ส่วนหนึ่งของจีน” อย่างเป็นทางการในการจัดเก็บภาษี
🇺🇸 นโยบายของทรัมป์เน้น “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม-เทคโนโลยี เช่น ชิปและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมใช้นโยบายภาษีเพื่อควบคุมการค้า
💥 ผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในฮ่องกง
🚫 ค่าขนส่งพัสดุไปสหรัฐฯ จะพุ่งสูงขึ้นมาก
🛍️ ร้านค้าออนไลน์และผู้ค้ารายย่อยในฮ่องกงอาจสูญเสียลูกค้าในอเมริกา
📉 ความน่าเชื่อถือของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศอาจลดลง
🇹🇭 ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทย
🧳 ธุรกิจส่งออกไทย ที่ใช้ ฮ่องกงเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าไปยังสหรัฐฯ อาจต้องหาช่องทางใหม่ ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น
🏬 ผู้ประกอบการไทย ที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าผ่านฮ่องกง อาจเผชิญความล่าช้าหรือค่าขนส่งที่แพงขึ้น
🛒 ผู้บริโภคไทย ที่ซื้อสินค้านำเข้าจากฮ่องกง (ผ่านสหรัฐฯ) อาจเจอราคาที่สูงขึ้น
📉 ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย: กลุ่มโลจิสติกส์-ส่งออกอาจเผชิญแรงกดดัน
การที่ฮ่องกงระงับการส่งพัสดุไปยังสหรัฐฯ จากนโยบายภาษีแบบแข็งกร้าวของรัฐบาลทรัมป์ อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึง หุ้นกลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ และส่งออก ของไทย ดังนี้:
🚛 1. หุ้นโลจิสติกส์และขนส่งระหว่างประเทศ
หุ้นที่ได้รับผลกระทบ:
WICE – บริษัทไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
SONIC – โซนิค อินเตอร์เฟรท
PSL – พรีเชียส ชิพปิ้ง
JWD – เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์
ผลกระทบ:
บริษัทที่มีการขนส่งสินค้าผ่านฮ่องกง หรือพึ่งพาเครือข่ายในเอเชียตะวันออกอาจเผชิญความล่าช้า และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐฯ-ฮ่องกง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับเส้นทางหรือใช้บริการอื่นแทน ซึ่งอาจกระทบกำไรในระยะสั้น
🏭 2. หุ้นส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ โดยอ้อมผ่านฮ่องกง
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:
DELTA – บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์)
KCE – ผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB)
HANA – ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่
SMT – สตาร์ มิกซ์ เทคโนโลยี
ผลกระทบ:
หากบริษัทใช้ฮ่องกงเป็นเส้นทางส่งออก สินค้าอาจต้องหาทางอื่น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตลาดหลักของผู้ผลิตเหล่านี้ จึงอาจเผชิญแรงกดดันจากภาษีทางอ้อมหรือความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน
📦 3. หุ้นค้าปลีก-นำเข้าสินค้าต่างประเทศ
หุ้นที่เกี่ยวข้อง:
CPALL – 7-Eleven และการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ
BJC – กลุ่มบีเจซี และ Big C
COM7, SPVI, SIS – ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีนำเข้า
ผลกระทบ:
สินค้าบางส่วนที่นำเข้าจากสหรัฐฯ หรือผ่านฮ่องกง อาจมีต้นทุนสูงขึ้นหากต้องเปลี่ยนเส้นทางโลจิสติกส์
หากราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น อาจทำให้ ต้นทุนสินค้าขายปลีกเพิ่ม และกระทบต่อกำไรขั้นต้น
📊 บทสรุปสำหรับนักลงทุนไทย
📌 แม้ว่าไทยจะไม่ถูกตั้งภาษีโดยตรงจากมาตรการของทรัมป์ในครั้งนี้ แต่ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะการพึ่งพาฮ่องกงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวน โดยเฉพาะ หุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ ส่งออก และเทคโนโลยี
🧠 นักลงทุนควร จับตาข่าวสารจากสหรัฐฯ และจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณาแนวโน้มการส่งออก การปรับขึ้นต้นทุน และแผนสำรองของบริษัทต่างๆ ในการรับมือกับสถานการณ์นี้
📲 Hashtags
#HongKongPost #TrumpTariffs #TradeWar #USChinaTensions #ส่งออกไทย #ข่าวต่างประเทศ #WorldScope #วิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจโลก

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา