Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Glory Days Official
•
ติดตาม
5 พ.ค. เวลา 11:30 • ประวัติศาสตร์
เกาะอาโอกาชิมะ
บันทึกลับนักสำรวจดัตช์: 'เราเจอเกาะนี้โดยบังเอิญ' – ในปี 1702
คุณเคยนึกภาพไหมว่าในยุคที่แผนที่โลกยังไม่สมบูรณ์ นักเดินเรือชาวดัตช์ต้องรู้สึกอย่างไรเมื่อพวกเขาแล่นเรือออกจากเส้นทางที่คุ้นเคยและพบเกาะภูเขาไฟกลางมหาสมุทรโดยบังเอิญ? 🌋
เมื่อปี 1702 เรือสำรวจของบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย (VOC) ที่กำลังเดินทางระหว่างเกาะชวาและญี่ปุ่น ถูกพายุพัดออกนอกเส้นทาง และพบเกาะที่ไม่มีชื่อบนแผนที่ - เกาะที่เราเรียกว่า Aogashima ในปัจจุบัน! 😮 ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บันทึกลับที่เพิ่งถูกค้นพบเผยว่า นักสำรวจดัตช์ไม่กล้าขึ้นฝั่งเพราะกลัวว่าจะถูกทางการญี่ปุ่นจับกุม เนื่องจากในยุคนั้น ชาวต่างชาติถูกห้ามเข้าญี่ปุ่นอย่างเด็ดขาด ยกเว้นที่เกาะเดชิมะเท่านั้น! 🚢
คุณพร้อมหรือยังที่จะเปิดโลกประวัติศาสตร์ลับที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนเกี่ยวกับการค้นพบเกาะ Aogashima โดยนักสำรวจดัตช์?
การสำรวจของชาวดัตช์ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ในช่วงศตวรรษที่ 17 และต้นศตวรรษที่ 18 ชาวดัตช์เป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจทางทะเลที่สำคัญของโลก 🌊 บริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย (VOC) ได้ส่งเรือสำรวจออกไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อค้นหาเส้นทางการค้าใหม่ๆ และดินแดนที่ยังไม่มีใครค้นพบ
นักสำรวจชาวดัตช์หลายคนได้ค้นพบเกาะและดินแดนใหม่ๆ มากมาย เช่น วิลเลม สคูเทน (Willem Schouten) และยาคอบ เลอ แมร์ (Jacob le Maire) ที่ค้นพบแหลมฮอร์น (Cape Horn) ในปี 1616 หรือ อับราฮัม ทัสมาน (Abel Tasman) ที่ค้นพบนิวซีแลนด์และทาสมาเนียในปี 1642-1643
การสำรวจเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญเสมอไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ในบางครั้ง พายุและกระแสน้ำก็ทำให้เรือสำรวจหลงทางและพบสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน 🧭
ความสัมพันธ์ระหว่างดัตช์และญี่ปุ่นในยุคเอโดะ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ญี่ปุ่นอยู่ภายใต้นโยบายปิดประเทศ (Sakoku) ซึ่งเริ่มต้นในปี 1639 โดยโชกุนโทคุงาวะ อิเอมิตสึ 🏯 ภายใต้นโยบายนี้ ชาวญี่ปุ่นถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และชาวต่างชาติก็ถูกห้ามเข้าประเทศเช่นกัน ยกเว้นในบางพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ชาวดัตช์เป็นชาติตะวันตกเพียงชาติเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายกับญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น แต่พวกเขาถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะในเกาะเดชิมะ (Deshima) ซึ่งเป็นเกาะเทียมขนาดเล็กในอ่าวนางาซากิเท่านั้น 🏝️ ชาวดัตช์ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากเกาะโดยอิสระ และชาวญี่ปุ่นก็ถูกจำกัดการเข้าเกาะอย่างเข้มงวดเช่นกัน
เรือดัตช์ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าเพียงปีละครั้งเท่านั้น และสินค้าที่สามารถค้าขายได้ รวมถึงปริมาณและราคา ก็ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การละเมิดข้อตกลงเหล่านี้อาจนำไปสู่การยกเลิกสิทธิ์ในการค้าขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทดัตช์อีสต์อินเดียไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอย่างยิ่ง
การค้นพบ Aogashima โดยบังเอิญ
ตามบันทึกที่เพิ่งถูกค้นพบ ในปี 1702 เรือสำรวจของบริษัทดัตช์อีสต์อินเดียลำหนึ่งกำลังเดินทางจากบาตาเวีย (จาการ์ตาในปัจจุบัน) ไปยังนางาซากิ เมื่อพวกเขาเผชิญกับพายุรุนแรงที่พัดพาเรือออกนอกเส้นทางปกติ 🌪️
หลังจากพายุสงบลง พวกเขาพบตัวเองอยู่ในน่านน้ำที่ไม่คุ้นเคย และได้พบเกาะภูเขาไฟที่ไม่มีชื่อบนแผนที่ของพวกเขา กัปตันเรือได้บันทึกไว้ว่า "เราเจอเกาะนี้โดยบังเอิญ หลังจากพายุพัดพาเราออกนอกเส้นทางไปกว่า 100 ลี้ เกาะนี้มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น และมีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่บนชายฝั่ง"
กัปตันเรือตัดสินใจไม่ขึ้นฝั่ง เนื่องจากกลัวว่าจะละเมิดข้อตกลงกับทางการญี่ปุ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกสิทธิ์ในการค้าขาย แทนที่จะขึ้นฝั่ง พวกเขาเลือกที่จะบันทึกตำแหน่งของเกาะและเดินทางต่อไปยังนางาซากิ 🧭
7 เหตุผลที่บันทึกการค้นพบ Aogashima ถูกเก็บเป็นความลับ 🤫
1. ความกลัวต่อการละเมิดข้อตกลงกับญี่ปุ่น
ชาวดัตช์กลัวว่าการขึ้นฝั่งบนเกาะที่ไม่ได้รับอนุญาตจะถูกมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงกับทางการญี่ปุ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกสิทธิ์ในการค้าขาย
2. การแข่งขันกับชาติตะวันตกอื่นๆ
บริษัทดัตช์อีสต์อินเดียไม่ต้องการให้ชาติตะวันตกอื่นๆ รู้เกี่ยวกับการค้นพบนี้ เนื่องจากพวกเขาเป็นชาติตะวันตกเพียงชาติเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ค้าขายกับญี่ปุ่นในเวลานั้น
3. ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเรือ
กัปตันเรือกังวลว่าหากทางการญี่ปุ่นรู้ว่าเรือของพวกเขาออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต อาจนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต
4. ความไม่แน่ใจว่าเกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นหรือไม่
ในเวลานั้น ไม่มีแผนที่ที่ละเอียดของพื้นที่นี้ ทำให้ชาวดัตช์ไม่แน่ใจว่าเกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นหรือไม่
5. การปกป้องผลประโยชน์ทางการค้า
บริษัทดัตช์อีสต์อินเดียต้องการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของตนในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำไรมหาศาล
6. ความกลัวต่อการถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ
ในยุคที่ญี่ปุ่นหวาดระแวงชาวต่างชาติอย่างมาก การสำรวจพื้นที่นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตอาจทำให้ชาวดัตช์ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ
7. การขาดหลักฐานที่ชัดเจน
เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ขึ้นฝั่ง จึงไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเกาะนี้คือเกาะอะไร ทำให้การรายงานอย่างเป็นทางการเป็นไปได้ยาก
เปรียบเทียบกับการสำรวจอื่นๆ ของชาวดัตช์ในยุคเดียวกัน
การค้นพบ Aogashima โดยบังเอิญนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวดัตช์กำลังสำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกอย่างกว้างขวาง 🌏
ในปี 1696 วิลเลม เดอ ฟลามิงก์ (Willem de Vlamingh) ได้สำรวจชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลีย และค้นพบเกาะร็อตเนสต์ (Rottnest Island) และแม่น้ำสวอน (Swan River) ซึ่งเขาตั้งชื่อตามหงส์ดำจำนวนมากที่เขาพบที่นั่น
ในปี 1700 วิลเลียม แดมเปียร์ (William Dampier) ได้แล่นเรือผ่านและตั้งชื่อเกาะลอง (Long Island) ในปาปัวนิวกินี จากคำอธิบายของเขาที่ว่าเกาะนี้เขียวชอุ่มและมีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ แสดงให้เห็นว่าการปะทุครั้งใหญ่ล่าสุดของภูเขาไฟบนเกาะลองไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงปี 1670-1700
เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจเหล่านี้ การค้นพบ Aogashima โดยบังเอิญในปี 1702 ไม่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ และไม่ได้ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์การสำรวจของชาวดัตช์ เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองและการค้าที่ได้กล่าวไปแล้ว
ความสำคัญของการค้นพบนี้ต่อประวัติศาสตร์
การค้นพบบันทึกลับเกี่ยวกับ Aogashima นี้มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ในหลายด้าน 📜
เติมเต็มช่องว่างในประวัติศาสตร์
บันทึกนี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างในประวัติศาสตร์ของเกาะ Aogashima และความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับชาติตะวันตกในยุคเอโดะ
เผยให้เห็นความซับซ้อนของนโยบายปิดประเทศ
บันทึกนี้แสดงให้เห็นว่านโยบายปิดประเทศของญี่ปุ่นไม่ได้ปิดกั้นการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ แต่มีช่องว่างและความซับซ้อนมากมาย
สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ
การที่ชาวดัตช์เลือกที่จะไม่ขึ้นฝั่งและเก็บการค้นพบนี้เป็นความลับ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการค้าระหว่างประเทศในยุคนั้น
เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการสำรวจในยุคแรกๆ
บันทึกนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าการสำรวจในยุคแรกๆ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ทั้งหมด และอาจมีการค้นพบอีกมากมายที่ถูกเก็บเป็นความลับด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือการค้า
สรุป: บทเรียนจากบันทึกลับของนักสำรวจดัตช์ 🌈
บันทึกลับของนักสำรวจดัตช์เกี่ยวกับการค้นพบ Aogashima โดยบังเอิญในปี 1702 เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการสำรวจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคนั้น
ในขณะที่ชาวดัตช์เป็นนักสำรวจที่กล้าหาญและมีความทะเยอทะยาน แต่พวกเขาก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ทางการค้าและความสัมพันธ์ทางการเมืองด้วย การตัดสินใจไม่ขึ้นฝั่งบน Aogashima และเก็บการค้นพบนี้เป็นความลับแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังและการคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรอบคอบ
ในปัจจุบัน Aogashima เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่น้อยมาก และยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เข้าถึงได้ยากที่สุดในญี่ปุ่น แต่ประวัติศาสตร์อันน่าสนใจของเกาะนี้ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักประวัติศาสตร์จากทั่วโลก 🌱
บันทึกลับของนักสำรวจดัตช์เกี่ยวกับ Aogashima เตือนเราว่าประวัติศาสตร์มักซับซ้อนกว่าที่เราคิด และยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอการค้นพบและเปิดเผย
เขียนโดย The Glory Days
หากบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืมกดไลก์ กดติดตาม และแชร์ต่อให้เพื่อนๆ เพื่อส่งต่อความรู้ดีๆ
© The Glory Days | ขอสงวนสิทธิ์ในการนำเนื้อหานี้ไปใช้ซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการแชร์ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา กรุณาให้เครดิตพร้อมลิงก์กลับมายังเพจต้นฉบับด้วยความเคารพ
ความรู้รอบตัว
การศึกษา
ประวัติศาสตร์
1 บันทึก
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย