6 พ.ค. 2025 เวลา 07:28 • หนังสือ

Red Queen Effect

กำลังอ่านหนังสือ The Narrow Corridor ของ Daron Acemoglu อยู่ แต่เขาพูดถึง Red Queen Effect บ่อยมาก จนสงสัยว่ามันคืออะไร เลยหยิบเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังกัน
แนวคิด Red Queen Effect มีที่มาจากบทที่ 2 ของหนังสือ Through the Looking-Glass and What Alice Found There (1871) ของ Lewis Carroll ซึ่งเป็นเล่มต่อของ Alice’s Adventures in Wonderland (หนังสือนิทานเด็กที่ดัง และคลาสสิกมากๆ) โดยฉากสำคัญอยู่ในช่วงที่ Alice ได้พบกับ Red Queen และมีบทสนทนาที่โด่งดังซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแนวคิดนี้
Alice เดินทางไปในโลกอีกด้านของกระจก และพบว่าโลกนี้มีกฎแปลกๆ แตกต่างจากโลกจริง เธอได้พบกับ Red Queen ซึ่งพาเธอ “วิ่ง” ไปพร้อมกัน แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ แม้จะวิ่งเร็วแค่ไหน Alice ก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในที่เดิม
ฉากนี้เกิดขึ้นกลางทุ่งกว้างใน “กระดานหมากรุก” ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นธีมของทั้งเล่ม โดย Red Queen เป็นตัวหมากรุกฝ่ายสีแดงที่มีอำนาจสูงสุด Alice เองก็กำลังพยายามเดินทางเพื่อ “เลื่อนขั้น” จากเบี้ยไปเป็นราชินี (queen) ด้วย
และมีบทสนทนาว่า
Red Queen: “Now, here, you see, it takes all the running you can do, to keep in the same place.
If you want to get somewhere else, you must run at least twice as fast as that!”
1
ราชินีแดง: “ที่นี่นะ เธอจะต้องวิ่งสุดแรงทั้งหมดที่มี ถึงจะยังยืนอยู่ที่เดิม
ถ้าเธออยากไปที่อื่น เธอจะต้องวิ่งให้เร็วเป็นสองเท่าจากนี้!”
2
🧬ในมุมชีววิทยา
นักชีววิทยา Leigh Van Valen นำแนวคิดนี้มาใช้ในปี 1973 อธิบายว่า
สิ่งมีชีวิตต้องมีการพัฒนาและวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา เพียงเพื่อจะ “อยู่รอด” ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอด รวมถึงการแข่งขันกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เช่น ปรสิต หรือผู้ล่า
หากสิ่งมีชีวิตไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับโลก และสามารถแข่งขันได้กับผู้ล่า เหยื่อ และสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น ตัวเองก็จะสูญพันธุ์ไปในที่สุด
แนวความคิดนี้ก็ถูกนำมาใช้ในด้านธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ด้วยเช่นกัน
📈ในเชิงธุรกิจ
บริษัทที่ไม่ปรับตัวก็มักจะประสบปัญหา และล้มละลายไป ตัวอย่างที่ดีคงจะเป็นเรื่อง innovator’s dilemma ของ Prof Clayton Christensen ที่อุตสาหกรรมหลายอุตสาหกรรม บริษัทที่เป็นผู้นำได้ขยับตัวไปผลิตสินค้าที่ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น แต่บริษัทที่เป็นผู้ตามก็ขยับตามมาเรื่อยๆ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์
ประเทศหรือองค์กร ก็เช่นกัน ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดหรือกฎเกณฑ์ทางเศรษฐกิจตลอดเวลา
🗳️ในบริบทของรัฐศาสตร์การเมืองก็เช่นกัน
รัฐต้อง “วิ่ง” อยู่ตลอด เพื่อพัฒนาตัวเองให้แข่งขัน และเอาชนะปัจจัยต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นประเทศอื่น คู่แข่งทางธุรกิจ นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล กลุ่มธุรกิจสีเทา
เพียงแค่อยู่เฉยๆ เราก็จะเดินถอยหลัง ตัวอย่างที่ดีคงหนีไม่พ้น “การเมืองไทย” ที่นอกจากเราจะไม่วิ่งแล้ว เรายังถอยหลังเสียด้วย
ตัวอย่างที่ดีที่สุด คือ ดัชนี corruption perception index ที่ประเทศไทย คะแนนอยู่แถวๆ เดิม แต่อันดับตกลง จนโดนเวียดนามแซงไปหลายปีแล้ว
เราถึงเป็นเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
โฆษณา