Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นายนุ
•
ติดตาม
15 พ.ค. 2025 เวลา 01:49 • ประวัติศาสตร์
อั๋นเต๋งก้า เศรษฐีตะกั่วป่าผู้รวบรวมคนแซ่ลิ่มสองตระกูล
ในช่วงราวปี พ.ศ. 2420 – 2430 อั๋นเต๋งก้า ได้ออกเดินทางร่วมกับพี่ชาย จากเมืองเจ๋งเสีย มณฑลกวางตั้ง มาเมืองไทย ท่านเป็นเศรษฐีคนหนึ่งที่อยู่ที่ตลาดเก่า เมืองตะกั่วป่า บ้านเดิมน่าจะอยู่แถว โรงพระตลาดเหนือ ข้างบริษัทจุติ ท่านมีลูก 4 คน
1. อั๋นฝุ้งหงี่ เป็นภรรยาของ ลิ่มเอ่งเซ่ง ต้นตระกูล บุญสูง
2. อั่นยิ่งคี่ เป็นชายบิดาของนายเป้งเหล็ง และนายเป้งเสี่ยม (มีลูกอีกหลายคน) ต้นตระกูล อัญสกุล
3. อั๋นฝุ้งหลิ่ง เป็นภรรยาของ ของ นายลิ่มหยู่ซุ่ย ต้นตระกูลลิ่มเศรษโฐ
4. อั๋นยิ่งหลี เป็นชายโสดไม่ได้แต่งงาน
อั๋นเต้งก้าน่าจะเป็นบุคคลคนหนึ่งที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และเป็นคนที่มองการเมืองในลักษณะอั่งยี่ได้เด็ดขาด ตอนนั้นใกล้ๆ บ้านท่าน มีบ้านของคนแซ่ลิ่ม สองตระกูล อยู่ใกล้ๆ กัน หนึ่งคือบ้านของ ลิ่มโฮ่เซ่ง (ต้นตระกูลลิ่มเศรษโฐ หรือ ลิ่มเสฎโฐ) อีกตระกูลหนึ่ง คือ ลิ่มบุนตก (ต้นตระกูลบุญสูง)
ทั้งสองตระกูล มีบุตรชาย ด้วยกันทั้งคู่
ลิ่มโฮ๋เซ้ง มีบุตรชายชื่อ ว่า ลิ่มหยู่ซุ่ย
ลิ่มบุนตก มีบุตรชาย ชื่อ ลิ่มเองเซ่ง
ในสมัยก่อน สองหนุ่มนี้น่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันพอสมควร และอาจจะไปเล็งสาวบ้านเดียวกัน เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน ประกอบกับผู้ใหญ่น่าจะเป็นใจด้วย ดังนั้น ลิ่มเองเซ่ง หรือเถ้าแก่พ่อแดง จึงได้ พี่สาว อั๋นฝุ่งหงี เป็นคู่ชีวิต และได้มีบุตร 3 คนได้แก่
ลูกสาวลิ่มโง่ยเสียว (ได้แต่งงานกับนายเจน กุลวานิช ทำให้ 4 ตระกูลกลายเป็นญาติที่ใกล้ชิดกัน) และลูกชายคนโตลิ่มหยู่โฮ่ (นายสมบัติ) และลูกชายคนเล็ก ลิ่มหยู่ตี๋ (นายจุติ)
ส่วนอีกหนึ่งหนุ่ม ลิ่มหยู่ซุ่ย (นายอุทก) (เป็นรองเทศมนตรีตะกั่วป่าในสมัยนายกกิ่๋มจู่) ได้บุตรสาวคนที่สาม อั๋นฝุ่งหลิง เป็นคู่ชีวิต มีบุตรธิดา 8 คน ได้แก่
ลิ่มโฮซุ่น ลิ่มโฮ๋หิ้น ลิ่มโง่ยจิ่น ลิ่มโฮ่ฮวด ลิ่มโฮฉุ้น ลิ่ม โฮกุ่ย ลิ่มโงยหงอ ลิ่มโฮจ่าย
จากจุดสังเกตจะพบว่า ลิ่มหยู่ซุ่ย ตามศักดิ์ น่าจะเป็นรุ่นที่ 2 ของ ลิ่มบุนตก ดังนั้น ตระกูลสองสายนี้จึงเขย่งลำดับกันอยู่ เพราะคนจีน จะมีชื่อตรงกลาง ตามลำดับรุ่น อย่างลิ่มหยู่โฮ บุตรของลิ่มเองเซง กับ ลิ่มโฮซุ่น บุตรของ ลิ่มหยู่ซุ่ย ตามลำดับถือว่าอยู่ลำดับเดียวกัน แต่ชื่อบ่งบอกว่าอยู่กันคนละรุ่น
(อันนี้สันนิษฐานเอง)
ซึ่งคนแซ่ลิ่มทั้งสองตระกูล ก็ได้เชื่อมสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานจนต่อมาได้พึ่งพากัน และทำให้มีกิจการที่ใหญ๋โต รุ่งเรื่อง ทั้งนี้ อั๋นเต้งก้า น่าจะเป็นคนที่วางรากฐานคนสำคัญของสองตระกูลในยุคนั้น ไม่เช่นนั้น ไม่มีทางที่จะให้ลูกสาว 2 คน แต่งงานกับคนแซ่เดียวกัน และมีอิทธิพลในลักษณะอั่งยี่ใหญทึ่สุดของตะกั่วป่า เด็ดขาด
ทุกวันนี้ลูกหลาน ของ อั๋นเต้งก้า ก็ยังมีอยู่ทั่วเมืองตะกั่วป่า ภูเก็ต และกรุงเทพ โดยสายตรงของท่านน่าจะอยู่ที่ภูเก็ตเป็นหลัก โดยเป็นลูกหลานของ อั่นยิ่งคี่ เป็นสำคัญ
แม้ท่านอั๋นเต้งก้า จะได้เสียชีวิตไปในปี 2453 ซึ่งยังไม่ได้ทันเห็นความยิ่งใหญ่ที่ท่านได้วางบุตรสาวทั้งสองไว้ในมืออั่งยี้กลุ่มนี้ แต่จากประวัติศาสตร์ ก็บ่งบอกได้ว่า ณ สมัยนั้น ท่านฝากชีวิตบุตรสาวไว้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกตระกูล ...
จากข้อมูลเพิ่มเติมจากการได้ไปสำรวจ และได้ไปไหว้ที่บ่อง หรือสุสาน ท่านอันเต้งก้า ได้พบว่าลูกหลานได้ทำบ่องป่าย ให้ยศตำแหน่งขุนนางแก่ท่าน ซึ่งจากข้อมูลคำบอกเล่า ท่านกับพี่ชาย เป็นขุนนางชาวแมนจู ที่ราชวงศ์ชิง ส่งมาดูแลคนจีนทำเหมืองในเมืองตะกั่วป่า
ที่ป้ายบอกว่า สุสานสร้างในปี ชวนถ่งที่ 3 ปีชวดธาตุทอง ราวปี พ.ศ.2453 – 2454 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ด้วยมงคลฤกษ์ โดยลูกหลานเป็นผู้ช่วยกันสร้าง ตำแหน่งสุสานเข้าไปยากพอสมควร แต่ได้ตำแหน่งที่ดี ตามหลักฮวงซุ้ย และฮวงจุ้ย เท่าที่เราพอรู้ บ่งบอกถึงการเอาใจใสดูแลของคนสมัยนั้น...
นายนุ
บันทึกไว้ไม่ให้ลืม คิดถึงวันเวลาและผู้คนที่ผ่านมา...
ตะกั่วป่า
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
1 บันทึก
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย