24 พ.ค. เวลา 13:11 • ข่าวรอบโลก

รัสเซียพร้อมจ่ายเพื่อสงครามอีกนานแค่ไหน

“ซีมัวร์ เฮิร์ช” ระบุว่าเศรษฐกิจอาจเป็นปัจจัยชี้ขาดสันติภาพในยูเครน
ซีมัวร์ เฮิร์ช นักข่าวอเมริกันสายสืบสวนที่รายงานช็อคโลกไปเมื่อสองสามปีก่อนเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมท่อก๊าซนอร์ดสตรีมในทะเลบอลติก ล่าสุดเขาได้ลงบทความของเขาบน Substack เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 (ปลายสัปดาห์ที่ทรัมป์ต่อสายตรงคุยกับปูตินอีกรอบ) ชื่อว่า “HOW MUCH MORE WAR CAN RUSSIA AFFORD?”
ทางเพจได้สรุปประเด็นสำคัญจากทั้งบทความของเฮิร์ชฉบับดังกล่าวไว้ดังนี้
เครดิตภาพ: The Telegraph
หลายคนคงมีคำถามในหัวอยู่ว่า ปูตินยังคงมีแผนอะไรสำหรับสงครามในยูเครนอยู่อีก สงครามที่กำลังดำเนินไปด้วยกำลังพลและอาวุธจำนวนมหาศาล ในขณะที่กองทัพรัสเซียได้รุกคืบเข้าไปในพื้นที่ชายแดนของยูเครนลึกขึ้นๆ “เหตุใดปูตินจึงไม่ยอมรับการหยุดยิง” (เป็นเพราะรัสเซียอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบอยู่มากใช่หรือไม่)
รัสเซียซึ่งอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงจากชาติตะวันตกในขณะนี้ จะสามารถก้าวไปข้างหน้าในยูเครนต่อไปได้จริงหรือไม่ ในขณะที่เมืองต่างๆ ดูเหมือนเบอร์ลินหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
นักธุรกิจชาวอเมริกันที่มีประสบการณ์สูงในการทำธุรกิจในรัสเซียเล่าให้เฮิร์ชฟังว่า ธนาคารของรัฐสองแห่งที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ได้แก่ Sberbank และ VTB มีมูลค่าสินเชื่อรวมกัน 3.1 แสนล้านดอลลาร์ โดยทั้งสองแห่งออกสินเชื่อให้กับธุรกิจและสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยประมาณ 20% GDP ของรัสเซียอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยไม่รวมส่วนแบ่งตลาดมืดที่คาดว่าจะสูงถึง 25%
อัตราส่วนหนี้ของรัสเซียอยู่ที่ราว 16% ของ GDP ซึ่ง “เป็นตัวเลขที่ต่ำมาก” ไม่มีประเทศในกลุ่ม G20 ประเทศใดที่ต่ำเท่านี้ “ปูตินยิ้มอยู่?” ขณะที่อัตราส่วนหนี้ของสหรัฐฯ อยู่ที่เกือบ 100% ของ GDP และพรรคการเมืองหลักทั้งสองพรรคไม่มีความสนใจที่จะสกัดกั้นมันไม่ให้ทยานสูงขึ้น
3
หนี้สาธารณะของสหรัฐอยู่ที่มากกว่า 36 ล้านล้านดอลลาร์ “ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างก็ฉกฉวยงบจากกระทรวงการคลังเพื่อทำตามวาระของตน สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือการลดค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดสิ้น แต่โลกเริ่มกลับสูญเสียศรัทธาในเงินดอลลาร์ไปแล้ว”
เครดิตภาพ: Zee Business
“ความโกลาหลนี้จะนำมาซึ่งอะไรในโลกที่กำลังร้อนระอุ” นักธุรกิจตั้งคำถาม และตอบอย่างเย้ยหยันด้วยตัวเองว่า “ในสหรัฐฯ ไม่มีใครสนใจหรอก”
ทางด้านเศรษฐกิจรัสเซียแข็งแกร่งกว่าและสหรัฐฯ อ่อนแอลง เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่? นักเศรษฐศาสตร์ที่เฮิร์ชคุยด้วยให้ความเห็นว่า สิ่งสำคัญคือเศรษฐกิจของรัสเซียมีประสิทธิภาพเพียงใด และเงินจำนวนดังกล่าวจะตกไปอยู่ในมือกองทัพมากเพียงใด
ธนาคารกลางของรัสเซียกำลังพยายามควบคุมเงินเฟ้อ (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10%) เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่า 20% ธุรกิจเอกชนก็จะทำกำไรได้ยาก “ภาคครัวเรือนมีแนวโน้มที่จะหดตัว บริษัทด้านกลาโหมสามารถสร้างการเติบโตในระยะสั้นได้ แต่ไม่ได้มีส่วนสนับสนุนความมั่นคั่งในระยะยาว”
ข้อสรุปคือ “เศรษฐกิจของรัสเซียเนื้อในน่าจะอ่อนแอมาก เมื่อเทียบกับตัวเลขที่เราเห็น”
มีข้อสงสัยอีกด้วยเกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน “รัสเซียอาจมีหนี้สินในระดับต่ำ แต่พวกเขาต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูง ซึ่งทำให้หนี้สินของรัสเซียไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุน ลึกๆ ไม่เชื่อว่าปูตินจะสามารถนั่งรอดูไม่ทำอะไร และเพิกเฉยต่อต้นทุนเรื่องทรัพยากรมนุษย์ของรัสเซียได้”
2
เครดิตภาพ: Reuters
สถานการณ์หนี้ของสหรัฐฯ อาจไม่จำเป็นต้องเลวร้ายเสมอไป แม้ว่าสถานการณ์จะไม่ดีนัก แต่ก็สามารถจัดการได้จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ แต่รัฐบาลทรัมป์และสภาสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ได้ หากผ่านกฎหมายลดหย่อนภาษีครั้งใหญ่โดยไม่ต้องลดการใช้จ่าย อาจทำให้เงินเฟ้อและค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นความเสี่ยงในระยะยาว
  • นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดต่อสหรัฐฯ “ไม่ใช่หนี้สิน” แต่เป็น “ภาษีศุลกากร” ที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้จากทรัมป์ หากบริษัทต่างๆ ไม่รู้ล่วงหน้าว่าภาษีศุลกากรอัตราใหม่จะยังคงอยู่หรือจะถูกยกเลิก การลงทุนจะได้รับผลกระทบมากกว่าด้านหนี้สิน
1
ภาพรวมของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของรัสเซียและความวุ่นวายของอเมริกานั้นดูเบี่ยงประเด็นไป “ปูตินเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลในการทำสงคราม เงินถูกพิมพ์ออกมา รูเบิลกำลังสูญเสียมูลค่า ราคากำลังเพิ่มขึ้น เกิดเงินเฟ้อ”
ชาวรัสเซียโดยทั่วไปไม่ลงทุนในหุ้น แต่จะเก็บเงินไว้ โดยภาคอุตสาหกรรมจะกู้เงินมาผลิตอาวุธในอัตราดอกเบี้ยสูง แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ฝากเงินร่ำรวยขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพก็สูงขึ้นเช่นกัน อัตราเงินเฟ้อในรัสเซียกำลังสูงขึ้น ในขณะที่ในสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อกำลังลดลง โดยในเดือนเมษายนอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี
2
ความเป็นไปในด้านเศรษฐกิจของรัสเซียควรประเมินโดยพิจารณาถึงการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกด้วย การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล อิทธิพลของกลุ่ม BRICS ค่าเงินดอลลาร์ และความไม่ไว้วางใจที่เพิ่มมากขึ้นต่ออเมริกาภายใต้ทรัมป์ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้อีกต่อไป
เป็นที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าทรัมป์จะไม่สามารถยุติสงครามด้วยการประชุมสุดยอดสันติภาพครั้งใหญ่ตามที่เคยมีการคาดเดากันไว้
2
แต่รัสเซียมีแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่หายากสำรองอยู่มากมาย ซึ่งแตกต่างจากยูเครน ทั้งนี้ทั้งนั้นทรัพยากรเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งล่อใจที่ทรัมป์และนักธุรกิจในทำเนียบขาวใฝ่ฝันอยากได้ เขากับปูตินกลับมาเจรจากันอีกครั้ง บางทีสันติภาพและความมั่งคั่ง (ในมือของตัวเอง) อาจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมสำหรับบางคน
อ้างอิงบทความฉบับล่าสุดของ “ซีมัวร์ เฮิร์ช” ที่ชื่อว่า “HOW MUCH MORE WAR CAN RUSSIA AFFORD?” ได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้
เรียบเรียงโดย Right Style
24th May 2025
  • อ้างอิง:
<เครดิตภาพปก: Agnew /Getty Images / Eyevine>
โฆษณา