25 พ.ค. 2025 เวลา 14:15 • เกม

เมื่อ Adam Smith เล่น Detroit: Become Human

บทนำ
ณ เมืองดีทรอยต์ เมืองภาคอุตสาหกรรมยานยนต์​ครั้งนึงมันเคยถูกขนานนามว่าโรงตีเหล็กของโลก สืบเนื่องจากรูปโมเดลการผลิตแบบ Fordism ที่เน้นผลิตภาพจำนวนมากและค่าจ้างที่สูงเป็นเงาตามตัว การบริโภคของชาวเมืองแบบแมสโปรดักส์จึงสูงตามไป ส่งผลให้ผู้คนล้วนมีบ้านเป็นของตัวเองกันทั่วหน้า
ไม่นาน จากเมืองที่คราคร่ำไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรม มันก็ไม่ได้สถิตสถาพรอีกต่อไป พายุร้ายทางเศรษฐกิจก่อตัวขึ้นและซัดกระหน่ำก่อให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจเสื่อมถอยในราวทศวรรษ 1970 ความเฉื่อยกำลังการผลิตเป็นผลมาจากการอิ่มตัวของผู้บริโภค​ผนวกกับภาวะเงินเฟ้อ​ โรงงานที่เป็นดังศูนย์กลางทยอยปิดตัวในใจกลางเมือง ทำให้อัตราว่างงานพุ่งสูงขึ้น เมื่อเมืองตายจากข้างในผู้คนจึงแห่แหนหาโอกาสจากข้างนอก จนเมืองร้างราไปจากเสียงเครื่องจักรและลมหายใจของผู้คน
หากความรุ่งโรจน์ของ Ford Motor ฝากไว้ให้กับดีทรอยต์​ในศตวรรษที่ 20 เริ่มเหือดแห้ง การมาของ CyberLife กำลังจะชุบชีวิตให้ดีทรอยต์กลับมาเป็นเมืองที่รุ่งโรจน์อีกครั้งในศตวรรษที่ 21(?)​
CyberLife ก่อตั้งขึ้นโดยชายชื่อว่า Elijah Kamski อัจฉริยะผู้จบด้านวิทยาศาสตร์ AI เขาตั้งบริษัท​นี้ด้วยวัยเพียง 16 ปี ด้วยความเชื่อที่ว่า หุ่นยนต์จะลดภาระงานที่ซ้ำซากแก่มนุษย์​และเพิ่มเวลาเพิ่มความสุขให้ชีวิตผู้คนยิ่งขึ้น​ เขาเลือกเมืองดีทรอยต์เพราะทรัพย์สินเชิงพาณิชย์มีราคาที่ต่ำและซื้อโรงงานเก่าในเมืองเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตแอนดรอยด์ โดยผลิตหุ่นยนต์โมเดลแรกขึ้นมาในปี 2022 นามว่า Chloe และหลังจากนั้น 2 ปีก็ผลิตในเชิงพาณิชย์
ในเวลาอันรวดเร็ว แอนดรอยด์ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทั้งการใช้งานในครัวเรือนกับการใช้งานในภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั้งภาค​รัฐและ​เอกชน ตั้งแต่อุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่นทางการแพทย์ ทางการศึกษา งานบันเทิง งานบริการ งานก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้ในการทหาร
แม้เมืองจะรุ่งโรจน์แต่ประชาชนกลับร่วงโรย เหตุนี้ส่งผลให้เกิดอัตราการว่างงานในเมืองดีทรอยต์​ทะยานถึง 28% ผู้คนชนชั้นแรงงานเลยหันไปพึ่งสารเสพติดอย่างน้ำแข็งแดงเพื่อประโลมจิตใจ​ ยิ่งเวลาผ่านไปภาวะการว่างงานในมนุษย์ยิ่งยืดยาวและมากมายขึ้นและเหตุนี้อีกเช่นกันมนุษย์จึงรู้สึกไม่พอใจที่งานทั้งหมดถูกแทนที่โดยแอนดรอยด์เกือบสมบูรณ์
การแสดงออกของมนุษย์ต่อแอนดรอยด์ต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเกลียดชังจากคนที่ถูกหุ่นยนต์เข้าแย่งงานและเป็นเจ้าของแอนดรอยด์เพื่อกดขี่พวกมัน เช่นออกคำสั่งทำงานเยี่ยงทาส การทำร้ายร่างกายหุ่นหรือเหตุผลทางการบริโภคหุ่นรุ่นใหม่ทำลาย/ละทิ้งหุ่นรุ่นเก่า เป็นแรงผลักดันให้หุ่นยนต์เกิดการเบี่ยงเบนจากโปรแกรมที่ถูกตั้งไว้
เมื่อเป็นอย่างนี้ คำสั่งของมนุษย์ก็ไม่ใช่สลักสำคัญเกินไปกว่าการมีเจตจำนงเป็นของตัวเอง​ ซึ่งในไม่ช้าพวกหุ่นยนต์ร่วมกันเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพให้กับตัวเองในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ต่างจากมนุษย์ แต่ผลลัพธ์จะออกไปในทิศทางนั้นหรือไม่อยู่ที่คุณเลือกนี่คือเกม Detroit: Become Human
Freedom March
จับจอยไปพร้อมกับปรัชญา Adam Smith
เกม Detroit: Become Human เกมแนว Interactive ที่ผู้เล่นสามารถเลือก​เล่นเส้นทางของเกมผ่านตัวเลือกและการกระทำของเราได้ ซึ่งจะให้ฉากจบที่แตกต่างกันเกมนี้มีตัวละหลักสามตัวได้แก่ Kara หุ่นยนต์แม่บ้านผู้คอยปกป้องสาวน้อย Alice จากพ่อของเธอ Connor หุ่นยนต์นักสืบเพื่อสืบสวนเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนของหุ่นยนต์ และ Markus หุ่นยนต์รับใช้ที่ชะตาผกผันไปเป็นนักปฏิวัติ
ใจจริงก็อยากให้ Smith เล่นทุกตัวละครนะครับแต่เกรงว่าบทความนี้คงยาวเกินจนผู้อ่านจะทนไหว เราจึงขอคัดบทสำคัญอันเป็นตัวชี้วัดต่อมศีลธรรมและเป็นเทิร์นนิ่งพอยต์หลักของเนื้อเรื่องด้วย โดยเริ่มจากบท Freedom March​ เกี่ยวกับการเดินขบวนของหุ่นยนต์นำโดย Markus​ ตามด้วยบท Meet Kamski เกี่ยวกับการสืบสวนหุ่นยนต์เบี่ยงเบนของ Connor ถ้านักปรัชญาอย่าง Adam Smith​ มีสิทธิ์ได้เล่นเกมที่ความกำกวมในศีลธรรมมากมายก่ายกองขนาดนี้ เขาจะ 'เลือก'​ ตัดสินใจอย่างไร?
Freedom March​
บทนี้เราจะได้เล่นเป็น Markus หัวหน้ากลุ่มเจริโค่ การเดินขบวนในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้สาธารณชนเห็นพลังของเหล่าแอนดรอยด์และเรียกร้องสิทธิเท่าเทียมเหมือนมนุษย์ แต่การเดินขบวนต้องหยุดชะงัก เมื่อมีตำรวจแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนสนธิกำลังพร้อมอาวุธครบมือสลายการเดินขบวน ถึงตรงนี้จะมีตัวเลือกหลักสามทาง 1. Attack การต่อสู้กลับกับจนท.คฝ. 2. Stand ground ยืนหยัดอยู่กับที่เพื่อแสดงออกเชิง​สัญลักษณ์ 3. Disperse สลายการชุมนุมตามคำสั่งจนท.คฝ. และเขาจะเลือกอย่างไหน?
Smith คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดตัวเลือก Attack ออกไปเป็นอันดับแรก เขาขึ้นชื่อว่าเป็นนักเสรีนิยมคลาสสิกแต่ไม่มักลัทธิอนาธิปไตย เพราะคงเป็นผลร้ายตามแน่หากเลือกโจมตีจนอาจบานปลายไปมากกว่านี้
ดูท่าเขามีความลังเลระหว่างตัวเลือก 2. กับ 3. เพราะใจหนึ่งเขาก็อยากยืนหยัดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทว่าเขากังวลกับสวัสดิภาพทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์ที่มาร่วมเดินขบวนด้วยจริง ๆ ซึ่งในที่สุดเขาก็ตัดตัวเลือก 2. ออกไปพร้อมกับเหตุผล​ว่า
"การยืนหยัดด้วยสิ่งที่ยึดมั่นช่างน่าสรรเสริญเป็นแน่แท้ แต่ข้าพเจ้าจินตนาภาพไม่ออกเช่นกันว่าจักได้ผลดีรึเลวไปมากหรือน้อยไปกว่ากัน ทว่าวันนี้ก็ได้สำแดงพลังของพวกเราให้ปรากฏต่อมวลมนุษย์เรียบร้อยแล้ว เราจะประพฤติตามเหมาะตามควรและจะไม่เกินเลยไปจากความคาดหวังของผู้ใด หากปรารถนาให้คนหนุนนำ วิถีอันเหมาะควรนี้จะชวนให้เราเป็นที่น่าเคารพรักของพวกเขา"
Smith ให้เหตุผลสำหรับตัวเลือก 3. ไว้ว่า
"คงจะดีกว่าหากเรายับยั้งผลที่ไม่คาดฝัน​อื่นใดก่อนไฟลามทุ่ง สิทธิของหุ่นยนต์ก็อีกโสดหนึ่ง แต่ผู้ที่ควรค่าแก่สิ่งนี้จักต้องคู่ควรในสิ่งนี้เสมอ"
ในมุมมองนี้หุ่นยนต์ก็ควรจะมีสิทธิมีเสียงเท่าคนคนหนึ่งเช่นกัน แน่นอนว่าใช่แต่คงสักวันเพียง Smith ไม่ได้บอกตรง ๆ แต่เท่าที่เขาบอกเราก็คือ ถ้าหุ่นยนต์อยากได้สิทธิ์พร้อมไปกับให้มนุษย์เคารพในสิทธิ์นั้น หุ่นยนต์ต้องทำตนให้ควรค่าแก่มันและซึ่งหากทำได้ พวกหุ่นยนต์จะไม่ได้แค่สิทธิ์ แต่จะพ่วงมากับความเคารพรักและการให้เกียรติอย่างสัตย์จริงอีกด้วย
ทางที่เขาเลือกไม่ว่าถูกหรือผิดนั้นตอบยากเอาเรื่อง ผลของมันอาจคลาดเคลื่อนจากการคำนวณของ Smith ด้วยหรือไม่เรามิทราบ เพราะตอนท้ายบทนี้หุ่นยนต์ผู้ร่วมเดินขบวนถูกปราบปรามไปหลายตัว ซึ่ง Markus พร้อมกับเพื่อน ๆ แกนนำอย่าง North, Josh, และ Simon หนีมาได้ Smith ต้องมีอะไรไว้ในใจเกี่ยวกับการปฎิบัติตนให้คู่ควรเพื่อเหมาะสมในความเคารพรักของผู้คนแน่ ๆ แต่มันต้องทำยังไงล่ะครับ?
"ออกมาจากอัตตาที่ปิดบัง ทำสำเร็จจักรู้สิ่งซึ่งผู้คนตั้งหวังไว้อย่างไร ขอเพียงประพฤติตนให้เป็นคนดีและคนน่ารัก สักวันจะเป็นผู้ที่น่าเคารพรักแก่หมู่มากเอง"
.
คนส่วนใหญ่รู้จัก Smith ในนามของนักเศรษฐศาสตร์ผู้วางแม่บทแห่งทุนนิยม แต่บทถัดไปของเกมอาจทำให้เรารู้จักเขาในฐานะปรัชญาศีลธรรมและวิถีคุณความดีของสมิธมากขึ้น​
Kamski test
ในบท 'Meet Kamski' Connor กับผู้หมวด Hank มาที่บ้าน Kamski เพื่อสอบถามหุ่นยนต์ที่เบี่ยงเบนที่พวกเขากำลังสืบสวนอยู่เผื่อว่าในฐานะผู้สร้างอย่าง Kamski จะรู้อะไรบางอย่าง
Kamski อนุญาติให้ Connor ถามได้หนึ่งข้อพร้อมกับหนึ่งข้อแม้ของเขานั่นคือ เขาจะให้ Connor ต้องทำ Kamski test ก่อน โดยการทดสอบเช่นว่านี้คือการยิง Chloe หุ่นยนต์เลขาสาวของเขา เพื่อวัดว่า Connor เป็นหุ่นยนต์ทำตามแต่คำสั่งเพื่อบรรลุเป้าหมายหรือมีอารมณ์ความรู้สึกคิดไตร่ตรองทางจริยธรรมและเจตจำนงเสรีหรือไม่
เอาล่ะคุณ Smith เป็นคุณจะเลือกอย่างไหน เลือกยิงเพื่อให้ได้ข้อมูลสำคัญและอาจทำให้หยุดยั้งหายนะของมนุษย์จากภัยแอนดรอยด์เบี่ยงเบนหรือเลือกเซฟชีวิตแอนดรอยด์เพียงหนึ่งตัวที่อยู่เบื้องหน้า?
เขาเลือกให้ Connor คืนปืนแก่ Kamski แทบทันทีที่ตัวเลือกปรากฏ ถึงในตัวเลือกมีความกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างระหว่างช่วยมนุษย์หมู่มากกับช่วยเพียงแอนดรอยด์หนึ่งตัว แต่ Smith ดูจะไม่ลังเลใด ๆ ทั้งที่ดูยากแต่เพราะอะไรล่ะครับ?
"มันง่ายมาก ก็กฎทั่วไปยังไงล่ะ หากเรายึดมั่นกฎนี้สถานการณ์ใด ๆ ก็ผ่อนปรนมิได้"
นอกจากนี้ Smith ยังกล่าวถึงตัวเลือกยิงเลขาเพื่อข้อมูลจาก Kamski เช่นกันว่า
"ในคราวที่ตัวเราอ่อนข้อต่อสถานการณ์พึงประสงค์ ตัวเรากำลังถอยหลังให้กับกฎทั่วไป ยิ่งเราก้าวเท้าออกทีละเล็กทีละน้อย เรายิ่งถอยห่างจากคุณความดี กระทั้งกุศลกรรมก็ดี ความสุขุมรอบคอบก็ดี ความซื่อสัตย์ก็ดี แลความยุติธรรมก็ดี"
"เมื่อถอยพ้นปริมณฑลคุณความดีทั้งปวง ตัวเราจะแสร้งกล่อมใจตัวเองว่าหากฉันได้ข้อมูลที่ผู้คนนับล้านได้อรรถประโยชน์มันจะดีกับทุกคน ในความจริงมันดีกับฉันคนเดียว หยุดแสร้งกล่อมใจตนเองหยุดแสร้งว่าฉันเป็นผู้ประเสริฐทั้งที่เปรียบมิได้เพียงปลายเล็บ หากวิธีได้มาฉ้อฉลแลคละคลุ้งคาวโลหิต พนันได้ว่าผู้คนนับล้านต่างก็เบนหน้าหนีวีรบุรุษกำมะลอผู้นี้เป็นแน่"
"ด้วยเหตุฉะนี้ การกระทำของวีรบุรุษจอมปลอมนั้นรักตัวเองเสียจนตราชั่งแห่งความยุติธรรมเอนเอียงมาที่ตน มากเสียจนยอมทำเลวทรามกว่าผู้ใดจักพึงระลึก ความคิดของเขาผู้นั้นเสมือนน้ำลึกเพียงก้นขอด มองเห็นผลระยะใกล้ไม่คำนึงผลกระทำให้ยืดยาว ถ้าเขาสุขุมรอบคอบมากหน่อยคงมองการณ์ไกล ถ้าเขาซื่อสัตย์กับตัวเองคงไม่แสร้งกล่อมใจ และถ้าเขาเป็นนักสืบตามครรลองล่ะก็ ในบางคราวคงหนุนนำคนรอบตัวที่เขาพบปะ สังคมที่เขามีส่วนร่วม หรือโลกที่เขาชายคาอยู่นี้ให้ดียิ่งขึ้นได้"
หลังเราตัดสินใจไม่ยิงและเดินออกจากบ้านของ Kamski ผู้หมวด Hank ถาม Connor ถึงเหตุผลดังกล่าว Connor รู้ว่าภายในหัวเขาถูกโปรแกรมให้บรรลุการสืบหุ่นยนต์เบี่ยงเบนก็จริง แต่ภายในความรู้สึกเขากลับทำไม่ลง เขารู้สึกแย่เกินไปหากเขาเหนี่ยวไกในเวลาเดียวกันก็รู้สึกสับสนตัวเอง แม้ว่างเปล่าไปด้วยข้อมูลที่จำเป็นต่อรูปคดีแต่มนุษย์อย่าง Hank กลับเอ่ยปากชมหุ่นยนต์อย่าง Connor ว่า ที่ทำลงไปนั้นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว
Smith ก็อยากให้ Connor ทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ต่างกับในคำชมของ Hank แต่ทำเรื่องที่ถูกต้องง่ายอย่าง Smith ว่ามามั้ย ชีวิตคนเราต่างผ่านพบกับผลประโยชน์ล่อใจทุกวันและเราทั้งรักษาจนถึงตักตวงมัน Smith ไม่ปฏิเสธแต่เข้าใจดี เพราะตามจริงคนเราก็รักษาผลประโยชน์กันเป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้ามากไปจะกลายเป็นพวกเห็นแก่ตัว เขาไม่อยากให้ Connor หรือตัวเราไปสู่จุดนั้น เพราะมันยอมทำเรื่องเลวร้ายต่อผู้อื่นโดยไม่รู้สึกผิดใด ๆ ยอมคดโกงผู้อื่นโดยไม่แยแสว่าใคร ๆ จะตกระกำลำบากแค่ไหน นั่นก็เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ยุติธรรมสำหลับ Smith
ความยุติธรรม (justice) เป็นหนึ่งในคุณความดี (virtue) ถือเป็นเรื่องเบสิคในกฎทั่วไป (general rules) ที่เราทำกันได้ นอกจากนี้เขากล่าวถึงอย่าง กุศลกรรม (beneficence) ความสุขุมรอบคอบ (prudence) และความซื่อสัตย์ (honesty) ทั้งหลายนี้เป็นบริวารความดีตามปรัชญาของ Smith บางเวลาคุณความดีนี้เราก็ทำอยู่จนไม่รู้สึกว่าทำแต่บางทีเราก็ผ่อนผันมันไปบ้างกระทั่งไม่ใส่ใจมันเลยก็มี เราลองสำรวจสถิติของผู้เล่นในบทนี้กันหน่อยดีกว่าว่าเลือกข้อใด
ประมาณ 14%[๑] ผู้เล่นยอมเลือกยิง Chloe เพื่อถามคำถาม Kamski ซึ่ง 14% ยินยอมจะถอยห่างคุณความดีก้าวนึง เพราะพวกเขาเชื่อว่าข้อมูลจาก Kamski ก่อคุณประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติยิ่งกว่า
บางทีพวกที่เลือกข้อนี้คงเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นดีกับทุกคนแน่นอน ซึ่งไม่ว่าจะมีสติรู้ตัวหรือไม่ การอ้างว่าเรากำลังทำเพื่อคนอื่นอาจหลอกตัวเองอยู่ก็ได้ ในบางทีที่มีสติดีจริง ๆ เรามักซุกซ่อนผลประโยชน์ส่วนตัวด้วยเหตุผลแห่งการทำดีร้อยแปด Smith เตือนเราถึงการรู้เท่าทันตัวเอง รู้ว่าจะไม่หลอกตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเองอย่างถึงที่สุดเมื่อนั้นก็จะซื่อสัตย์กับทุกคนได้
แล้ว 14% มองการณ์ไกลแค่ไหน? "ข้าพเจ้าขออุปมาว่า ในบางเวลาการวางตัวสงวนท่าทีต่อบางสถานการณ์ การรู้และเข้าใจว่าตนควรถ่อมตัวเมื่อไหร่และควรยื่นมือเข้าช่วยสถานการณ์ใด ในคราวต้องตัดสินใจที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง จะใคร่ครวญคิดวางแผนระยะยาว เพื่อเลี่ยงผลตอบแทนเพียงอึดใจแต่อาดูรชั่วนิรันดร์"
แต่ตัวเลือกยิงเลขาตัวเดียวช่วยเหลือมวลมนุษย์ได้อีกยาวก็น่าจะตรงกับความสุขุมรอบคอบของคุณนิ? "ถึงฉะนี้ไม่เถียงว่าเลือกยิงหุ่นยนต์เลขาจะช่วยเหลือมนุษย์ได้ยืดยาว แต่ลองกั้นใจตรึกตรองสักนิด ผู้ที่สุขุมรอบคอบจะไตร่ตรองถี่ถ้วนไปพร้อมกับหัวใจที่เปี่ยมคุณธรรมด้วย การเล็งเห็นผลการณ์ไกลนั้นดี แต่ถ้าคุณธรรมซีดจางเราจะต่างอะไรกับบ.ที่อ้างว่าเป็นอนาคตแก่มวลมนุษยชาติแต่ขาดความรับผิดชอบต่อชั่วลูกชั่วหลานกันเล่า?"
หากเราขยายความตัวเลือกไม่ยิงไม่ใช่ไม่เห็นผลระยะยาวแต่เห็นผลที่กว้างไกลกว่าการเลือกยิง เอาผลลัพธ์ระยะประชิดก่อนเลยนั่นคือ หุ่นยนต์เลขาจะไม่ถูกยิงจนเสียหาย ไปอีกนิด การตัดสินใจนี้คงเป็นผลสะท้อนแก่หุ่นยนต์เลขาให้ปลุกเจตจำนงเสรีได้ ไปอีกหน่อย อาจเปลี่ยนทัศนคติผู้หมวด Hank จากเดิมเกลียดหุ่นยนต์ให้มาเข้าใจมิติทางมโนธรรมของหุ่นยนต์กว่าเคยและบางทีเขาอาจสนับสนุนสิทธิหุ่นยนต์ด้วย ในส่วน Connor เอง ความสับสนที่มะรุมมะตุ้มเขาจะช่วยให้ตกผลึกทางความคิดต่อการดำรงอยู่ของแอนดรอยด์และตัวเขาเอง
ส่วนผลลัพธ์ระยะยาว ยากที่การตัดสินใจเล็ก ๆ ภายในบ้านที่มีอยู่ 2 คน 2 หุ่นยนต์จะสั่นสะเทือนต่อโลกภายนอกได้ ทว่าในการตัดสินใจไม่ยิงมันเปลี่ยนมโนทัศน์สักคนสองคนถาวรได้ก็นับว่าเป็นผลลัพธ์ระยะยาวจากความรอบคอบที่เลือกไป
ในประเด็นยากและตัดสินใจในทันทีก่อนโอกาสลับตาไปเราเองแทบไม่ทันคิดถี่ถ้วนทุกมิติ แต่เบื้องต้นก่อนตัดสินใจไป ความยุติธรรมของ Smith จะขอให้การจะตัดสินใจนั้นไม่ทำร้ายใครส่วนความสุขุมรอบคอบจะขอให้คิดหน้าคิดหลังกระทำอย่างระมัดระวังไม่โผงผางและละทิ้งประโยชน์ที่สุขสบายเพียง 7 วัน 7 คืนเพื่อความสุขสบาย 7 ชั่วอายุขัย เท่านี้ก็เป็นคนที่สุขุมรอบคอบตาม Smith ว่าไว้ อย่างที่เราเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า 'ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงาม' คงไม่ไกลจากความสุขุมรอบนัก
Smith คงใจฟูหน่อย ๆ ว่ายังมีผู้เล่นอีก 86% กดเลือกไม่ยิงเหมือนเขา เขาน่าจะอนุมานได้ว่าศีลธรรมในอกเรายังไม่ล่มสลายและสังคมก็ยังดำเนินไปค่อนข้างศิวิไลซ์เลยทีเดียว
86% นี้ลองมองโดยเทียบกับการกระทำแค่หนึ่งคนช่างห่างไกล คนหนึ่งคนไม่อาจสร้างอะไรให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือส่งเสริมสังคมอันรุ่มรวยศีลธรรมได้ แต่เมื่อ Smith ผม คุณ และอีกหลายต่อหลายคนเลือกที่จะไม่ยิงเหมือนกัน มันค่อย ๆ สั่งสมจนส่งเสริมสังคมนี้ไปสู่ความดีได้ Smith อยากให้ความดีไม่จำกัดเฉพาะตัวหรือคนใกล้ตัวเรา เป็นไปได้อย่างยิ่งถ้าความดีงามนี้ส่งต่อให้ผู้คนที่รายล้อมเรา กว้างขวางไปถึงสังคมและโลกใบนี้
นั้นก็เป็นสถิติในเกมที่สะท้อนความเป็นจริง สำหรับในโลกของเกม Detroit: Become Human ทุกตัวเลือกที่ดีหรือแย่ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมออกมาเป็นเช่นไร และตัวเลือกไม่ยิงก็ส่งผลกระทบในเกมโดยรวมได้มาก เช่น Connor จะได้รับความเคารพรักจากผู้หมวด Hank และผู้หมวดเองจะค่อย ๆ รักษาปมในใจในอดีตได้ ตัวเลือกนี้ยังค่อย ๆ ให้ Connor เป็นหุ่นยนต์เบี่ยงเบนและเข้าร่วมกับกลุ่มเจริโค่ของ Markus เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมของหุ่นยนต์
ขณะที่ตัวเลือกยิง Connor ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมา ตัว Hank เองจะยิ่งไม่ศรัทธาในหุ่นยนต์และ CyberLife และ Connor จะทำทุกทางเพื่อขัดขวางกลุ่มเจริโค่ สำหรับ Markus เองก็อาจละทิ้งสันติวิธีแล้วหันมาควงปืนต่อกรกับมนุษย์แทน ตัวเลือกที่อธิบายถึงผลพวงดังกล่าวบอกเป็นนัยว่า ทุกเวลาที่ทำดีเราช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้น ทุกเวลาที่ทำเลวเราทำให้สังคมน่าถวิลหาน้อยลง
Smith ก็ขมักเขม้นศึกษาสังคมว่าเรามาถึงจุดที่ศิวิไลซ์แล้วได้อย่างไร คำตอบของมันก็ไม่ไกลอื่นมันมาจากสำนึกในอกเรา เรารู้ว่าอะไรที่ดีก็ควรปฏิบัติต่อไป อะไรที่เลวเราไม่ควรทำเพราะจะถูกประนาม เราเรียนรู้-ผลิตซ้ำ-และตั้งเป็นบรรทัดฐาน ความดีที่ทบ ๆ กันไปเรื่อย ๆ เช่นนี้บอกยากว่าคนต้นคิดคนนั้นคือใครและกำหนดได้อย่างไรแต่เราก็ทำกันมานับศตวรรษจนซึมเข้าในธรรมชาติของทุกคนไปแล้ว
จากตัวเลือกดี/แย่ข้างต้น เพียงการตัดสินใจระดับจุลภาคของเรา อาจหนุนให้คนโดยรอบจะประพฤติดี/แย่อย่างไรซึ่งจะส่งผลไปสู่สังคมวงกว้างต่อไป แม้ว่าไม่มีกฎตายที่บอกเราว่าต้องทำอย่างไรเพราะบางสถานการณ์ก็คลุมเครืออันจัดอยู่ในกุศลกรรมแต่สิ่งนี้คอยเตือนเราเสมอถึงสิ่งที่เป็นคุณความดี ซึ่งคงเป็นเหตุผลของ Smith จากการเลือกตัดสินใจในแต่ละบท เพราะเขาต้องการให้สิ่งที่เขาเลือกไปนั้นไม่ใช่ความดีของใครคนหนึ่งแต่เป็นแผ่ขยายคุณงามความดีสู่ผู้คนทั้งหลายและให้สังคมน่าปรารถนากว่าที่เคย
บทสุดท้าย ขอยกให้ผู้ดูที่เป็นกลางที่เฝ้ามองตลอดทั้งเกมอย่าง Chloe
ตลอดบทความเรากล่าวถึง Chloe บ้าง ทั้งในฐานะหุ่นยนต์โมเดล​แรกของ CyberLife และในฐานะเลขาสาวของ Kamski และตัวทดลอง 'Kamski test' เพื่อทดสอบจิตใจของ Connor นอกจากที่กล่าวมานี้ เธอแทบจะไม่มีบทบาทอะไรในเกมเลย ผู้อ่านคงสงสัยว่าบทนี้เขียนถึงเธอไปทำไมกันทั้งที่เธอไม่มีบทบาทในเกมเลย จะว่างั้นก็ถูกแต่ไม่ทั้งหมด เพราะเธอคือผู้ดู Adam Smith เล่นเกมนี้มาตลอดไม่ว่าเขาจะเลือกกระทำใด ๆ ก็ตามในเกม
เอาเข้า​จริงเราจะเจอเธอเป็นแอนดรอยด์ตัวแรกบนหน้าจอเมนูของเกมด้วยซ้ำ เอาเป็นว่า เธอเตือนเราถึงการตัดสินใจที่มีผลในอนาคตตั้งแต่เริ่มเกมและก็คอยคั่นกลางระหว่างเกมไปจนถึงเกมจบก็ว่าได้ เธอทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ดูที่เป็นกลาง (Impartial spectator)​ จน Smith น่าจะยังอยากให้สมญาแก่เธอว่าเป็นผู้อื่นที่คอยแอบเฝ้าดูเราเสมอ
สาเหตุที่เราลดความเห็นแก่ตัวให้น้อยลงหรือไม่ทำร้ายใครให้บอบช้ำ Smith อธิบายไว้ใน The Theory of Moral Sentiments เป็นเพราะผู้ดูที่เป็นกลางที่อยู่ในใจเราดังกึกก้องบอกสิ่งที่ไม่ควรรักตัวเองมากเกินหรือละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ในทางกลับกันตัวเราก็คงไม่อยากให้ใครมากระทำเช่นเดียวกันนี้ ไม่เพียงเราที่คาดหวังที่จะได้การตอบรับเช่นว่าผู้อื่นก็พึงปรารถนาจากการปฏิบัติของเราเองก็ด้วย หรืออาจว่ามโนสำนึกของพวกเขาซึ่งคอยกำกับพฤติกรรมของเราไว้
อารมณ์เหมือนกับผู้คนรอบตัวที่มองเราอยู่เป็นนิตย์ เช่น ขณะที่เราร้อนรนอยากจะแซงคิวซื้อตั๋วรถไฟฟ้า หรืออู้งานในเวลาที่ต้องทำ หรือริบเงินทอนเกินจากแม่ค้า ผู้ดูที่เป็นกลางทั้งในใจเราและที่อยู่ในใจผู้อื่นต่างสะท้อนซึ่งกันและกันซึ่งยับยั้งไม่ให้ปฏิบัติตัวแย่ ๆ จนกลายเป็นที่ชิงชังแก่สายตาผู้คน
เราต่างไม่ต้องการละเมิดความซื่อสัตย์ของผู้อื่นไม่ใช่เพราะเขาแสนดีกับเราเพียงเท่านั้น เพราะในส่วนลึกเราตระหนักว่ามีผู้ดูที่เป็นกลางดูการกระทำเราอยู่รอบ ๆ เราเลยตอบแทนเขาด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกลับไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรายอมลดทอนความดี เพิ่มพูนแต่ผลประโยชน์เป็นที่ตั้งโดยไม่สนถึงการได้มาจะยุติธรรมหรือไม่ พวกเขาที่ดูเราอย่างเป็นกลางคงถอยห่างไปจากเราเนื่องด้วยความเห็นแก่ตัวเราเอง แม้มูลค่าแห่งผลประโยชน์ได้เติมเต็มความสุขแก่เราก็จริง แต่ตัวเราได้หมดสิ้นคุณค่าลงแล้วในสายตาผู้ดูที่เป็นกลางไปพอ ๆ กัน
Chloe มองเราในฐานะผู้ดูที่เป็นกลางตลอดทั้งเกม แม้ผิวเผินเธอจะดูเหมือพนักงานต้อนรับหน้าเมนู มีพูดคุยบ้าง เล่า Fun fact เกี่ยวกับดีทรอยต์ หรือหยิบ Quote ​นักเขียนหรือนักเคลื่อนไหวมาบอกเล่า หรือทำแบบสอบถามเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผู้เล่น
แต่เมื่อเหตุการณ์ในเกมอาจนำพาตัวละครไปสู่ความสุ่มเสี่ยงจากการตัดสินใจของเราที่อาจผิดพลาดใหญ่หลวงต่อผู้คนหรือแอนดรอยด์​ เธอจะทำหน้าที่ผู้ดูที่เป็นกลางเตือนเราก่อนเริ่มบทนั้น เนื่องจากเธอไม่แน่ใจว่าการเล่นต่อจะเป็นผลดีหรือไม่และเธอจะขอให้เราปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปแบบนี้โดยไม่แตะต้องมัน หากเราแตะต้องชีวิตตัวละครจนผิดพลาดและ​นำไปสู่ปัญหาสาธารณะตามมาเรื่องราวทุกอย่างอาจไม่หวนคืนมาได้
ในชีวิตจริงเราเองก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ บางทีการตัดสินใจของเราอาจส่งผลถาวรกับผู้คนในแวดวงใกล้เคียงหรือกว้างไกลไปอีกซีกโลกนึงเลย ตัวอย่างเช่น เราอาจไม่ใส่ใจใช้ผลิตภัณที่เป็นมิตร​ต่อ​สิ่งแวดล้อมเท่าไหร่ หรือการไม่บริจาคให้การกุศลทุกครั้งที่มีโอกาส หรือจะเป็นการตัดสินใจใช้สิทธิ์อยู่บ้านแทนไปเลือกตั้ง​ ถ้าเวลานั้นหากผู้ดูที่เป็นกลางของผู้อื่นมองผ่านสายตาของเขาและได้อยู่กับเรา
เช่น เพื่อนที่มีแนวคิด Environmentalism อาจชักจูงเราให้หันมาใช้ผลิตภัณรักโลก หรือมีนักสังคมสงเคราะห์บอกเล่าผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากทำให้เราตระหนักปัญหาสังคม หรือเวลาที่คุณมองไปยังอนาคตลูกคุณดีกว่านี้จึงสละเวลาออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หากพวกเขาได้อยู่ข้าง ๆ คุณเหมือน Chloe ในฐานะที่มากกว่ามิตรสหายหรือบุตรหลาน พวกเขาจะเป็นผู้ดูที่เป็นกลางที่คอยเตือนคุณและจะคอยหนุนให้คุณตัดสินใจเพื่ออนาคตของเรา
ถ้าหาก Chloe คือผู้ดูที่เป็นกลางของผู้เล่น สาธารณชนก็คือผู้ดูที่เป็นกลางของแอนดรอยด์ ในบท Freedom March สมมุติผมแนะนำให้ Smith เลือก Stand ground​ เป็นอันแรก ผลสุดท้ายหุ่นยนต์ที่ร่วมขบวนจะถูกจนท.คฝ.ยิง
แต่ว่าแอนดรอยด์จะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากสาธารณะเพิ่มขึ้น Smith คงตอกกลับผม เพราะเขาไม่สนับสนุนการเป็นที่น่าเคารพรักต่อใคร ๆ ด้วยวิธีอ้าแขนรับกระสุนปืนเยี่ยงนี้แน่ เอาล่ะ ผมเชื่อว่าสมิธตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกเซฟชีวิตตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่สาธารณชนในฐานะผู้ดูที่เป็นกลางล่ะ? ต้องมีการลงไม้ลงมือก่อนงั้นหรอความเห็นใจถึงงอกเงย?
ความเห็นใจจากสาธารณชน(ในเกม)​ที่มีต่อหุ่นยนต์เกิดจากจนท.คฝ.ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ สาธารณชนในที่นี้คือผู้ดูที่เป็นกลางจากสายตาของพวกเขาที่คอยเฝ้าดูแอนดรอยด์เรื่อยมาจนวาระนี้ พวกเขาต่างผละออกจากการกระทำที่ไม่เป็นธรรมนี้และถือว่าชุดจนท.คฝ. หมดค่าและเสื่อมความศรัทธาไปจากมวลชน จึงหันมาเทใจให้หุ่นยนต์ที่มามือเปล่าและใจบริสุทธิ์แทน
แล้วเราเกิดแนะนำให้ Smith เลือก Attack ล่ะ โอเคเขาคงไม่เต็มใจเลือกหรอกเพราะตัวเลือกนี้เขาตัดออกเป็นอันดับแรก! แต่ถ้าเลือกไป ผลที่ตามมาของสาธารณชนจะแสดงให้เห็นว่า หุ่นยนต์เหล่านี้มุ่งจะใช้กำลังเพื่อให้ได้มาแต่ประโยชน์ในสปีชีส์ตัวเอง แถมหุ่นยนต์ยังถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ควรเร่งกำจัด ผู้คนจะหนุนจนท.คฝ.มากกว่า เนื่องจากถือเป็นการป้องกันตัวเองและคุ้มครองมนุษยชาติจากการสูญพันธุ์โดยสปีชีส์อื่น
ซึ่งในอีกผลลัพธ์หากเราพลาดท่าทำ Markus เสียชีวิตโดยถูกจนท.คฝ.ยิง จากการเลือก Attack ไปในบทนี้ เคราะห์กรรมก็จะตกไปอยู่ Kara กับ Alice ในบทสุดท้ายของเกมด้วย​ เนื่องจากกลุ่มเจริโค่ขาดผู้นำอย่าง Markus ทำให้ North เพื่อนสาวของเขาขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มแทน ในท้ายที่สุดการเรียกร้องเหล่าแอนดรอยด์จะไม่เกิดผลและจบลงด้วยการปราบปรามหุ่นยนต์ทั้งหมดซึ่งรวมถึงชะตากรรม Kara และ Alice ด้วย
อย่างที่กล่าวไป ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจที่ทำลงไป ส่งผลทั้งมากหรือน้อยในทุกมิติของตัวละคร สาธารณชน และความสัมพันธ์ หากนำคอนเซปต์​ผู้ดูที่เป็นกลางที่ผู้คนหรือ Chloe แอบเฝ้าดูการตัดสินใจเราอยู่ในสมการนี้ด้วย เกมนี้เราอาจไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีเจตจำนงเสรีเท่าไหร่นัก
และเช่นเคย ถ้าหากว่าการตัดสินใจของเรา เป็นเหตุให้ Chloe กลับมาในฐานะผู้ดูที่เป็นกลาง อันเนื่องมาจากตัวละครทั้ง Markus Kara และ Alice เสียชีวิต เธอคงเห็นมาตลอดว่าพวกหุ่นยนต์นั้นถูกกดขี่เสมือนทาสอย่างไร ขณะที่ผู้เล่นอย่างเราเองก็รู้เห็นเหมือนอย่าง Chloe แต่ต่างจากผู้ดูที่เป็นกลางจากสายตาคนนอกอย่างเธอ เพราะเราคอยรับรู้ทุกซอกทุกมุมในสถานการณ์ที่ดำเนินไปและร่วมรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อทุกเหตุการณ์ที่ได้เลือก
เราในฐานะผู้เล่นล้วนกลั่นกรอจากมโนสำนึกหรือก็คือผู้ดูที่เป็นกลางที่อยู่ในอกเราว่าจะเลือกได้ด้วยความสุขุมรอบคอบ​ หรือจะตัดสินใจได้ว่าสิ่งใดคือความยุติธรรม และกระทำการใด ๆ ให้สอดคล้องไปกับความเหมาะควร เช่นนี้เอง ผู้ดูที่เป็นกลางที่เรามโนภาพมาภายในอกจะเป็นผู้ตัดสินถึงสิ่งถูกหรือผิดเบื้องต้นซึ่งอาจจะสอดคล้องกับการเฝ้ามองจากสาธารณะหรือ Chloe​ ในฐานะผู้ดูที่เป็นกลางจากผู้อื่น ซึ่งไม่ว่าจะเข้ากันมากหรือน้อยกับคนทุกคนหรือหุ่นยนต์ที่เราเล่นก็ตาม นี่จึงเป็นตัวแปร​ให้พวกดรอยด์มีเจตจำนง มีอิสรภาพ และมีชีวิต
แต่หากกลับกลายเป็นเราสวนทางผู้ดูที่เป็นกลางผู้คนทั้งปวงและจบลงด้วยโศกนาฏกรรม (เลือกยิง Chloe เพื่อข้อมูล, ตัดสินใจแก้แค้นมนุษย์โดยก่อความรุนแรง, ปล่อยให้ Kara และ Alice ตาย)​ Chloe จะไม่แต่ประณามเท่านั้น เพราะความผิดหวังก็เป็นหนึ่งที่เธอรู้สึก ซึ่งความผิดหวังจากการปล่อยให้พวกเขาลงเอยกับจุดจบ คงไม่เทียบกับความผิดหวังในตัวเราในฐานะผู้เล่นที่ควบคุมชีวิตไปได้ เพราะเรารู้อยู่เต็มอกแต่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่พยายามทำเรื่องที่ถูกต้อง
จากเธอผู้คอยเตือนเราตั้งแต่เนิ่น ๆ บัดนี้ ยากที่เธอจะเชื่อใจเราและถอยห่างจางไปทุกที ไม่ว่าการกระทำการของเราในเกมจะเป็นไปเพื่อความสนุกหรือความบันเทิงหรืออยากรู้อยากลอง แต่ถ้าลองจินตนาการว่าทั้งหมดมีอยู่จริงการตัดสินใจเพียงเล่น ๆ หรือเลือกเอาแต่ได้ต่อตนเอง ปลายทางอาจถูกตัดสินจากทุกสายตาทุกคู่ตั้งแต่ประชาชนที่ห่างไกลชีวิตเราไปถึงคนสนิทที่โคจรในชีวิตประจำวันหรือแอนดรอยด์หน้าเมนูจนมิอาจยอมรับสิ่งที่ทำลงไปได้และแม้กระทั่งผู้ดูที่เป็นกลางผู้อยู่ในใจเราเองก็ยังปฏิเสธจนหลีกหน้าหนีในสิ่งที่เราได้ลงมือทำไป
โชคดีที่เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องสมมุติเกิดขึ้นในเกมถึงกระนั้นแล้วเกมนี้ก็เป็นสนามซ้อมทางจริยธรรมกับเราได้แม้ในชีวิตจริงอาจยากกว่านี้เพราะไม่มีกฎเกณฑ์บอกเราว่าเรื่องที่ถูกศีลธรรมทำกันอย่างไร แม้แต่ Smith เองก็มองว่ามีความดีอีกอย่างที่เขาเรียกว่ากุศลกรรมนี้ก็ทำไม่ได้โดยง่าย
เมื่อถ้าเราเผชิญกับทางแพร่งศีลธรรมในชีวิตประจำวันที่ดูแก้ปัญหาไม่ตก หรือประโยชน์โพดผลอันสร้างความสบายไปชั่วชีวิตตน ทว่าระทมทุกข์ต่อทุกผู้ทุกนามแม้เสี้ยวชีวิตเราจะไม่พบเจอผู้คนที่ไม่เห็นหน้าเหล่านั้นก็ตาม พึงระลึกไว้เสมอว่าผู้ดูที่เป็นกลางในใจของคุณจะคิดถึงทางที่ถูกที่ควรไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่แต่จงฟังไว้ในที่เผชิญกับทางเลือกที่ลำบาก เพราะเขาคือเสียงหนึ่งเสียงที่ดังกังวานทั้งในอกของคุณหรือภายในใจผู้อื่นซึ่งต่างก็แสวงหาการกระทำที่ส่งผลดีถึงเขาและเราและทุกคน
อ้างอิงและเชิงอรรถ
อ้างอิง
หนังสือ The Theory of Moral Sentiments
หนังสือ How Adam Smith Can Change Your Life พลิกชีวิต คิดอย่าง อาดัม สมิธ
—-------
เชิงอรรถ
[๑]​
ผู้ใช้ reddit ชื่อ throwawaydeviant9 ได้รวบรวมผังสถิติทุกบทไว้แล้วในกระทู้เมื่อปีค.ศ. 2018 ด้านล่างนี้
—-------
ที่มารูปภาพ
รูปเมื่อ Adam Smith เล่น Detroit: Become Human
รูปบทนำ
รูป Freedom March
รูป Kamski test
รูปบทส่งท้าย ขอยกให้ผู้ดูที่เป็นกลางที่เฝ้ามองตลอดทั้งเกมอย่าง Chloe
—-------
กราฟิก: confleckz
เขียน: เบอร์ตองไรท์เตอร์​
—-------
#เมื่อนักปรัชญาเล่นเกม
โฆษณา