หากความรุ่งโรจน์ของ Ford Motor ฝากไว้ให้กับดีทรอยต์ในศตวรรษที่ 20 เริ่มเหือดแห้ง การมาของ CyberLife กำลังจะชุบชีวิตให้ดีทรอยต์กลับมาเป็นเมืองที่รุ่งโรจน์อีกครั้งในศตวรรษที่ 21(?)
เมื่อเป็นอย่างนี้ คำสั่งของมนุษย์ก็ไม่ใช่สลักสำคัญเกินไปกว่าการมีเจตจำนงเป็นของตัวเอง ซึ่งในไม่ช้าพวกหุ่นยนต์ร่วมกันเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพให้กับตัวเองในฐานะปัจเจกบุคคลไม่ต่างจากมนุษย์ แต่ผลลัพธ์จะออกไปในทิศทางนั้นหรือไม่อยู่ที่คุณเลือกนี่คือเกม Detroit: Become Human
Freedom March
จับจอยไปพร้อมกับปรัชญา Adam Smith
เกม Detroit: Become Human เกมแนว Interactive ที่ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นเส้นทางของเกมผ่านตัวเลือกและการกระทำของเราได้ ซึ่งจะให้ฉากจบที่แตกต่างกันเกมนี้มีตัวละหลักสามตัวได้แก่ Kara หุ่นยนต์แม่บ้านผู้คอยปกป้องสาวน้อย Alice จากพ่อของเธอ Connor หุ่นยนต์นักสืบเพื่อสืบสวนเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนของหุ่นยนต์ และ Markus หุ่นยนต์รับใช้ที่ชะตาผกผันไปเป็นนักปฏิวัติ
ในมุมมองนี้หุ่นยนต์ก็ควรจะมีสิทธิมีเสียงเท่าคนคนหนึ่งเช่นกัน แน่นอนว่าใช่แต่คงสักวันเพียง Smith ไม่ได้บอกตรง ๆ แต่เท่าที่เขาบอกเราก็คือ ถ้าหุ่นยนต์อยากได้สิทธิ์พร้อมไปกับให้มนุษย์เคารพในสิทธิ์นั้น หุ่นยนต์ต้องทำตนให้ควรค่าแก่มันและซึ่งหากทำได้ พวกหุ่นยนต์จะไม่ได้แค่สิทธิ์ แต่จะพ่วงมากับความเคารพรักและการให้เกียรติอย่างสัตย์จริงอีกด้วย
ทางที่เขาเลือกไม่ว่าถูกหรือผิดนั้นตอบยากเอาเรื่อง ผลของมันอาจคลาดเคลื่อนจากการคำนวณของ Smith ด้วยหรือไม่เรามิทราบ เพราะตอนท้ายบทนี้หุ่นยนต์ผู้ร่วมเดินขบวนถูกปราบปรามไปหลายตัว ซึ่ง Markus พร้อมกับเพื่อน ๆ แกนนำอย่าง North, Josh, และ Simon หนีมาได้ Smith ต้องมีอะไรไว้ในใจเกี่ยวกับการปฎิบัติตนให้คู่ควรเพื่อเหมาะสมในความเคารพรักของผู้คนแน่ ๆ แต่มันต้องทำยังไงล่ะครับ?
คนส่วนใหญ่รู้จัก Smith ในนามของนักเศรษฐศาสตร์ผู้วางแม่บทแห่งทุนนิยม แต่บทถัดไปของเกมอาจทำให้เรารู้จักเขาในฐานะปรัชญาศีลธรรมและวิถีคุณความดีของสมิธมากขึ้น
เอาล่ะคุณ Smith เป็นคุณจะเลือกอย่างไหน เลือกยิงเพื่อให้ได้ข้อมูลสำคัญและอาจทำให้หยุดยั้งหายนะของมนุษย์จากภัยแอนดรอยด์เบี่ยงเบนหรือเลือกเซฟชีวิตแอนดรอยด์เพียงหนึ่งตัวที่อยู่เบื้องหน้า?
เอาเข้าจริงเราจะเจอเธอเป็นแอนดรอยด์ตัวแรกบนหน้าจอเมนูของเกมด้วยซ้ำ เอาเป็นว่า เธอเตือนเราถึงการตัดสินใจที่มีผลในอนาคตตั้งแต่เริ่มเกมและก็คอยคั่นกลางระหว่างเกมไปจนถึงเกมจบก็ว่าได้ เธอทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ดูที่เป็นกลาง (Impartial spectator) จน Smith น่าจะยังอยากให้สมญาแก่เธอว่าเป็นผู้อื่นที่คอยแอบเฝ้าดูเราเสมอ
สาเหตุที่เราลดความเห็นแก่ตัวให้น้อยลงหรือไม่ทำร้ายใครให้บอบช้ำ Smith อธิบายไว้ใน The Theory of Moral Sentiments เป็นเพราะผู้ดูที่เป็นกลางที่อยู่ในใจเราดังกึกก้องบอกสิ่งที่ไม่ควรรักตัวเองมากเกินหรือละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ในทางกลับกันตัวเราก็คงไม่อยากให้ใครมากระทำเช่นเดียวกันนี้ ไม่เพียงเราที่คาดหวังที่จะได้การตอบรับเช่นว่าผู้อื่นก็พึงปรารถนาจากการปฏิบัติของเราเองก็ด้วย หรืออาจว่ามโนสำนึกของพวกเขาซึ่งคอยกำกับพฤติกรรมของเราไว้
ถ้าหาก Chloe คือผู้ดูที่เป็นกลางของผู้เล่น สาธารณชนก็คือผู้ดูที่เป็นกลางของแอนดรอยด์ ในบท Freedom March สมมุติผมแนะนำให้ Smith เลือก Stand ground เป็นอันแรก ผลสุดท้ายหุ่นยนต์ที่ร่วมขบวนจะถูกจนท.คฝ.ยิง
ซึ่งในอีกผลลัพธ์หากเราพลาดท่าทำ Markus เสียชีวิตโดยถูกจนท.คฝ.ยิง จากการเลือก Attack ไปในบทนี้ เคราะห์กรรมก็จะตกไปอยู่ Kara กับ Alice ในบทสุดท้ายของเกมด้วย เนื่องจากกลุ่มเจริโค่ขาดผู้นำอย่าง Markus ทำให้ North เพื่อนสาวของเขาขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มแทน ในท้ายที่สุดการเรียกร้องเหล่าแอนดรอยด์จะไม่เกิดผลและจบลงด้วยการปราบปรามหุ่นยนต์ทั้งหมดซึ่งรวมถึงชะตากรรม Kara และ Alice ด้วย
โชคดีที่เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องสมมุติเกิดขึ้นในเกมถึงกระนั้นแล้วเกมนี้ก็เป็นสนามซ้อมทางจริยธรรมกับเราได้แม้ในชีวิตจริงอาจยากกว่านี้เพราะไม่มีกฎเกณฑ์บอกเราว่าเรื่องที่ถูกศีลธรรมทำกันอย่างไร แม้แต่ Smith เองก็มองว่ามีความดีอีกอย่างที่เขาเรียกว่ากุศลกรรมนี้ก็ทำไม่ได้โดยง่าย