เป็นครั้งแรกที่โลกเทคโนโลยีเห็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ CEO แห่ง OpenAI จับมือกับ นักออกแบบในตำนานที่เคยสร้างผลงานระดับ Masterpiece ให้กับ Apple เพื่อสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าจินตนาการอย่างจริงจังมาก่อน
เป็นการบอกว่าอนาคตของ AI จะไม่ได้วัดกันแค่พลังประมวลผล หรือจำนวนพารามิเตอร์ในโมเดลอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่คำถามว่า “ใครสามารถทำให้ AI กลายเป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิตประจำวันของผู้คน ได้จริง ๆ”
หลังจากร่วมงานกับ Steve Jobs ในการพัฒนา iMac G3 ปี 1998 ซึ่งกลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ที่พลิกชะตา Apple” Ive ก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบ และเป็นผู้สร้างปรัชญาการออกแบบที่กลายเป็น DNA ของ Apple ตลอด 20 ปี
ทีมของเขาประกอบด้วยนักออกแบบระดับสูงจากยุคทองของ Apple ทั้ง Evans Hankey, Scott Cannon, และ Tang Tan ซึ่งร่วมกันสร้างปรัชญาการออกแบบที่เน้น “ความรู้สึก” ไม่ใช่แค่ “ฟีเจอร์”
และวันนี้ ปรัชญานั้นกำลังถูกปลูกฝังในร่างกายของ AI ที่ OpenAI ตั้งใจจะสร้าง
Sam Altman มองเห็นอย่างชัดเจนว่า แม้ AI จะฉลาดขึ้นทุกวัน แต่มันยังขาดสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ “ความรู้สึกที่คนอยากอยู่ด้วย” และนั่นคือสิ่งที่ Jony Ive เข้าใจลึกกว่าคนไหนในโลก
ผู้ใช้ยังต้องเข้าถึง AI ผ่านสมาร์ทโฟน Android ของ Google หรือผ่าน App Store ของ Apple หรือผ่านคีย์บอร์ดของบริษัทอื่น และนั่นคือขีดจำกัดของพลัง
Sam Altman เห็นชัดว่า ถ้าอยากให้ AI กลายเป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิตจริง” ต้องสร้าง “ร่างกาย” ของมันขึ้นมาเอง
ต้องออกแบบฮาร์ดแวร์ใหม่ที่ไม่ได้แค่รองรับ AI แต่ “เกิดมาเพื่อ AI” ตั้งแต่ต้น เหมือนที่ iPhone ไม่ได้แค่เป็นมือถือที่เล่นอินเทอร์เน็ตได้
Altman กล่าวไว้ว่า “อุปกรณ์ในปัจจุบันถูกออกแบบมาในยุคก่อน AI มาถึง มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้มนุษย์ใช้พลังของ AI ได้เต็มที่” และเขาเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องสร้างอุปกรณ์ชุดใหม่ “a family of devices” ที่จะเปลี่ยนวิธีที่คนทั้งโลกใช้ชีวิตอยู่กับ AI ไม่ใช่ผ่านจอ ไม่ใช่ผ่านเมนู แต่ผ่านบางสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์ที่แนบเนียนกับชีวิต”
io = การควบคุม ecosystem ทั้งระบบ (เหมือนที่ Apple เคยทำ)
Apple กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากแรงกดดันทางการเมืองและการแข่งขันในตลาด AI การที่ Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple เข้าร่วมกับ OpenAI ในการพัฒนาอุปกรณ์ AI-native อาจเป็นสัญญาณว่า Apple จำเป็นต้องเร่งพัฒนาอุปกรณ์ AI ของตนเอง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการออกแบบ
Google: Gemini อาจฉลาด แต่ยังไม่มีอุปกรณ์ที่เป็น “บ้าน” ของ AI
Google เปิดตัวโมเดล Gemini 2.5 Pro และ Flash ในงาน Google I/O 2025 ซึ่งเป็นการพัฒนา AI ที่ก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม Google ยังไม่มีอุปกรณ์ที่สามารถเป็น “บ้าน” ให้กับ AI ได้อย่างแท้จริง การที่ OpenAI เปิดตัวบริษัท “io” อาจเป็นการท้าทาย Google ในการสร้างอุปกรณ์ที่สามารถผสาน AI เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง
Meta: Ray-Ban Meta Smart Glasses ยังไม่เพียงพอ
Meta มีการพัฒนา Ray-Ban Meta Smart Glasses ที่ผสาน AI เข้ากับแว่นตาอัจฉริยะ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวยังคงเน้นที่การแสดงผลและการสั่งงานผ่านเสียง การที่ OpenAI พัฒนาอุปกรณ์ AI-native ที่สามารถเข้าใจบริบทและโต้ตอบกับผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อาจทำให้ Meta ต้องเร่งพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในยุค AI ได้ดียิ่งขึ้น
Microsoft: พันธมิตรที่แข็งแกร่งของ OpenAI
Microsoft เป็นพันธมิตรหลักของ OpenAI โดยมีการร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การให้บริการ Azure เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ OpenAI การที่ OpenAI เปิดตัวบริษัท “io” อาจเป็นโอกาสที่ Microsoft จะขยายความร่วมมือในด้านฮาร์ดแวร์ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของตนเอง
การเปิดตัวบริษัท “io” โดย OpenAI และ Jony Ive ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม AI ทั้งระบบ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาอุปกรณ์ AI-native ที่สามารถผสาน AI เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในยุคของ AI