1 มิ.ย. 2025 เวลา 00:10 • หุ้น & เศรษฐกิจ

คิดยังไงว่า ซื้อกองทุนประหยัดภาษี ได้เท่าไหร่??

การลงทุนในกองทุนประหยัดภาษี RMF, TESG, TESGX สามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนได้ ซึ่ง RMF, TESG, TESGX (เงินลงทุนใหม่) จะมีเพดานที่สามารถซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีได้ ไม่ควรซื้อเกินเพดาน เพราะส่วนที่ซื้อเกินไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และส่วนที่ซื้อเกินนั้น เมื่อขายแล้วได้กำไรต้องนำส่วนต่างกำไรมายื่นภาษี ถึงแม้ส่วนที่ซื้อเกินนั้นจะถือจนครบกำหนดขายได้ก็ตาม
ดังนั้นซื้อน้อยกว่าได้ แต่ไม่ควรซื้อเกินสิทธิ
RMF ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวม PVD/กบข./กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน/ กอช. +ประกันบำนาญ แล้วไม่เกิน 500,000 บ.
ส่วน TESG นำมาเป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บ. แล้วแต่จำนวนไหนต่ำกว่า เพดานนี้แยกต่างหากไม่รวมกับอย่างอื่น
TESGX ส่วนที่ 1 เงินลงทุนใหม่ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 300,000 บ. ต้องซื้อในช่วง พ.ค.-มิ.ย. 68 เท่านั้น
TESGX ส่วนที่ 2 ส่วนของการย้าย LTF ไม่มีเพดานเรื่อง % ของรายได้ แต่มีเพดานลดหย่อนได้ในปี 68 ไม่เกิน 300,000 บ. และปี 69-72 ปีละไม่เกิน 50,000 บ. ซึ่ง LTF ที่จะใช้สิทธินี้ต้องไม่มีการขาย LTF ออกมา หรือสับเปลี่ยนระหว่าง LTF หลัง 11 มี.ค. 68 (ถ้าทำก่อนหน้านั้นได้) และต้องย้าย LTF ที่มีเหลือทั้งหมดไป TESGX ภายใน พ.ค.-มิ.ย. 68 เท่านั้น
เงินได้ที่ต้องเสียภาษี บางคนไม่แน่ใจว่า หมายถึงรายได้ตรงไหน หมายถึงรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย หรือเงินได้สุทธิก่อนที่มาเข้าคิดอัตราภาษีรึป่าว หรืออะไร
ลองมาดูตัวอย่างกัน
มนุษย์เงินเดือน โสด มีเงินเดือน 40,000 บ. รายได้เงินเดือนทั้งปี 480,000 บ.
มีหักเงินประกันสังคม 9,000 บ. /ปี
มีหักเงินสะสมเข้า PVD ที่ที่ทำงานมีสวัสดิการให้ เดือนละ 10% ของเงินเดือน คือ เดือนละ 4,000 บ. ทั้งปีก็เท่ากับ 48,000 บ.
มีรายได้อื่นๆ ของปี 68 คือ
- ปีนี้มีการขาย LTF เดิมที่ครบกำหนด ขายเมื่อ ม.ค. 68 ที่ทำตามเงื่อนไขอย่างถูกต้อง ได้เงิน 100,000 บ. เป็นต้นทุนเดิมที่ซื้อ 95,000 บ. เป็นส่วนต่างกำไร 5,000 บ.
- ได้เงินปันผลจากกองทุน 20,000 บ. (ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10% ได้เงิน 18,000 บ.)
เงินได้ที่ต้องเสียภาษี หมายถึงเงินได้ที่กฎหมายถือว่าเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาเสียภาษี ดังนั้นดูในส่วนของรายได้ที่เข้ามาว่าเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี หรือเป็นรายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี ที่นำมาคิดตรงนี้ได้ก็จะเป็น
- เงินเดือนทั้งปี 480,000 บ. เป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี เป็นรายได้ตาม 40(1)
- เงินได้จากกำไรส่วนต่างจากการขาย LTF แบบถูกเงื่อนไข ได้รับการยกเว้นภาษี ดังนั้น รายได้ 5,000 บ. ตรงนี้นำมาคิดคำนวณเพื่อซื้อไม่ได้
- รายได้จากเงินปันผล 20,000 บ. สามารถนำมารวมเพื่อซื้อได้ เพราะเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี เป็นรายได้ 40(4) โดยใช้ยอดก่อนหักภาษี ณ ที่จ่ายนะ
ดังนั้น เงินได้ที่ต้องเสียภาษี ที่จะมาคิดเพื่อซื้อกองทุนประหยัดภาษี 480,000 + 20,000 บ. = 500,000 บ.
RMF ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือ 150,000 บ. และ RMF+PVD+ประกันบำนาญ แล้วไม่เกิน 5 แสนบาทนะ
TESG ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือ 150,000 บ. (ซึ่งก็ไม่เกิน 300,000 บ.)
TESGX (เงินลงทุนใหม่) ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือ 150,000 บ. (ซึ่งก็ไม่เกิน 300,000 บ.)
TESGX ส่วนของการย้าย LTF ไม่มีเพดานเรื่อง % ของรายได้
เราสามารถนำยอดเงินปันผลจากกองทุนรวมหรือหุ้น หรือรายได้ดอกเบี้ยที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว มาเป็นฐานในการคิดซื้อกองทุนประหยัดภาษีได้ โดยไม่ใช้ยอดนี้มายื่นรวมเป็นรายได้ของเราในการคิดภาษีได้นะ โดยในการยื่นภาษี ให้เลือกหัวข้อ รายได้จากการลงทุน >> เงินได้พึงประเมินที่ได้ใช้สิทธิเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น
ที่คิดข้างต้นเป็นเพดานที่ซื้อได้ แต่จะซื้อเท่าไหร่ก็แล้วแต่เรา ซื้อน้อยกว่าได้แต่ไม่เกินนี้
#กองทุนลดหย่อนภาษี #หมอยุ่งอยากมีเวลา #หุ้น #ThaiESGX #TESG #กองทุนรวม #RMF #LTF
โฆษณา