5 มิ.ย. เวลา 15:46 • ข่าวรอบโลก

“อวดหรูเป็นเหตุ” นายกมองโกเลียถูกขับออก “เซ่น” โพสต์โซเซียลลูกชายกับคู่หมั้น

หรือมีเบื้องหลังมากกว่านั้น “การเมืองภายใน”
รัฐสภามองโกเลียมีมติลงความเห็นปลดนายกรัฐมนตรี “ลุฟซันนัมสไรน์ โอยุน-เออร์เดเน” ออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2025 โดยผู้นำรัฐบาลได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนไว้วางใจเพียง 44 เสียง ขณะที่เขาต้องการเสียงเกินกึ่งหนึ่งหรืออย่างน้อย 64 เสียงเพื่อยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อได้ (มองโกเลียมีสมาชิกรัฐสภา 126 คน)
เหตุผลในการปลดนายกมองโกเลียในครั้งนี้เกิดจาก “เทมูเลน” ลูกชายวัย 23 ปีของเขา รวมถึง “อูกูมูร์” คู่หมั้นของเขา เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่าน รูปถ่ายโพสต์บน IG ของอูกูมูร์ถูกแชร์ว่อนบนโลกอินเทอร์เน็ตมองโกเลีย โดยเธอสวมเสื้อเบลเซอร์มูลค่ากว่า 5,000 ดอลลาร์ ขับรถมูลค่า 50,000 ดอลลาร์ ถือกระเป๋าถือมูลค่า 5,000 ดอลลาร์ กระเป๋าจากร้านหรู แหวนหมั้นสุดหรู และขณะนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวด้วย ปัจจุบันรูปภาพเหล่านี้ถูกลบออกไปแล้ว แต่ก็มีคนแคปไว้ได้ตามด้านล่างบางส่วน
1
ที่มาภาพ: IG
ท่ามกลางสถานการณ์ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศ ความมั่งคั่งที่โอ้อวดของ “อูกูมูร์” คู่หมั้นของลูกชายนายก ก่อให้เกิดความโกรธแค้น ซึ่งส่งผลให้มีการชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสซูคบาตาร์ในใจกลางเมืองอูลานบาตาร์ ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล การชุมนุมประท้วงดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้สโลแกน “การออกจากตำแหน่งเป็นเรื่องง่ายมาก”
“เทมูเลน” ลูกชายนายกไม่มีแหล่งที่มาของรายได้อย่างชัดเจนและทางการ ผู้ประท้วงเชื่อว่าของขวัญที่เขาให้เจ้าสาวนั้นจ่ายโดยพ่อของเขา ซึ่งไม่เพียงขัดแย้งกับภาพลักษณ์ของเขาในฐานะ “คนของประชาชน” เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายอีกด้วย (ได้มาจากการคอร์รัปชัน)
1
“โอยุน-เออร์เดเน” (44 ปี) ตอนนี้ที่เป็นอดีตนายกไปแล้วไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยอะไร สายอาชีพการงานทั้งหมดของเขาหมดไปกับการทำงานเป็นพนักงานของรัฐและงานในพรรคการเมือง เงินเดือนของนายกรัฐมนตรีชัดเจนว่าไม่เพียงพอที่จะใช้ชีวิตในระดับที่ลูกชายและลูกสะใภ้ของเขาในอนาคตแสดงออกมาให้เห็น
เครดิตภาพ: Gogo Photo
การเมืองภายในของมองโกเลียล้วนเจอเหตุชุมนุมประท้วงบ่อยครั้ง ในปี 2021 นายกมองโกเลีย Ukhnaagiin Khurelsukh ถูกบังคับให้ลาออกเนื่องจากการประท้วงที่เกิดจากคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นผู้หญิงพร้อมลูกที่ยังเป็นทารกถูกพาตัวไปกักกันในสถานที่หนาวเย็นโดยไม่มีเสื้อผ้ากันหนาวให้ (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด)
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น การประท้วงครั้งนั้นสาเหตุเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมโควิด Khurelsukh กล่าวหาว่าประธานาธิบดีมองโกเลียคือ Khaltmaagiin Battulga ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคฝ่ายค้าน Democratic Party เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประท้วงครั้งนั้น และหกเดือนหลังจากตัวเขาลาออกในตำแหน่งนายก เขาเองก็ได้กลับมาแต่ครั้งนี้ได้รับเลือกมาเป็นประธานาธิบดีคนถัดไป โดยได้รับคะแนนเสียง 72% ในการเลือกตั้ง
สำหรับการประท้วงในปี 2025 นายกรัฐมนตรี “โอยุน-เออร์เดเน” ได้ประกาศในวันที่สี่ของการประท้วงของประชาชนว่าหน่วยงานต่อต้านการทุจริตอิสระของมองโกเลียกำลังดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับภาพอื้อฉาวดังกล่าว (ของลูกชายกับคู่หมั้น) เขาสัญญาว่าจะลาออกทันทีหากได้รับการพิสูจน์ว่าเขาทำผิดจริง
1
ในขณะเดียวกันเขายังกล่าวโทษกลุ่มผู้มีอิทธิพลในมองโกเลียที่หาทางควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของมองโกเลีย เช่น ถ่านหิน ทองแดง ทองคำ โมลิบดีนัม ดีบุก ทังสเตน และไม่ชอบนโยบายการยึดคืนกำไรส่วนเกินของพวกเขา คือเขาหาว่าเป็นเพราะเขาไปเหยียบเส้นผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจในประเทศ เขาจึงถูกเล่นงาน
1
เมื่อ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในการชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสซูคบาตาร์ ผู้ประท้วงได้ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ประการ คือ
  • การลาออกของนายกรัฐมนตรี “ลุฟซันนัมสไรน์ โอยุน-เออร์เดเน” เนื่องจากผิดหลักการด้านความรับผิดชอบทางการเมืองและศีลธรรม
  • ยุบรัฐบาลผสมและไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลผสมเดิมขึ้นมาใหม่
  • ทั้งหมดนี้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านเสถียรภาพของรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อหวังแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เครดิตภาพ: B. Rentsendorj / Reuters
ประเด็นแรกชัดเจนแล้ว (นายกถูกลงมติไม่เห็นชอบ จนต้องลงจากตำแหน่งแล้ว) แต่ประเด็นที่สองและสามต้องมีคำอธิบาย
มองโกเลียเป็นสาธารณรัฐที่มีระบบรัฐสภา People Party ซึ่ง “โอยุน-เออร์เดเน” สังกัดอยู่ คือพรรคปฏิวัติประชาชนในอดีต (คล้ายกับ CPSU ในมองโกเลียสมัยที่เป็นสังคมนิยม) หลังจากล้มล้างระบอบสังคมนิยมในปี 1990 การปกครองมองโกเลียก็มีการผลัดเปลี่ยนเหลือเป็นเพียงหนึ่งในพรรคการเมืองจากหลายพรรคเข้ามานั่งในสภา ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา มองโกเลียก็อยู่ภายใต้การปกครองของพรรคฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันมาโดยตลอด
ในขณะเดียวกันมองโกเลียมีระบบการเลือกตั้งคือ ปี 2024 สมาชิกรัฐสภา 126 คน มี 48 คนที่ได้รับเลือกจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง (ปาร์ตี้ลิสต์) ส่วนที่เหลืออีก 78 คนได้รับเลือกจากเขตเลือกตั้งที่มีจำนวนหลายสมาชิกทั้งหมด 13 เขต ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงแต่ละคนมีคะแนนเสียงในมือ 6 เสียงสำหรับผู้สมัคร 6 คนในแต่ละเขต (จำนวนที่นั่งในแต่ละเขตเลือกตั้งเท่ากัน)
ระบบการเลือกตั้งแบบนี้มักก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ค่อนข้างเทไปฝั่งหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2024 People Party ได้รับคะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์ 35% และที่นั่งในรัฐสภา 54% พรรคการเมืองเล็ก 2 พรรคได้รับคะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์พรรคละ 5% และที่นั่งในสภาเพียง 3% เท่านั้น
เครดิตภาพ: Byambasuren Byamba-Ochir / AFP
แม้ว่า People Party จะครองที่นั่งในรัฐสภาได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง แต่ “โอยุน-เออร์เดเน” กลับเลือกที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสมกับ Democratic Party และ Labor National Party เพื่อให้แน่ใจว่าการสนับสนุนนโยบายของเขาจะเกือบสมบูรณ์ (พรรคร่วมรัฐบาลครองที่นั่ง 118 จาก 126 ที่นั่ง) ส่งผลให้มองโกเลียแทบไม่มีฝ่ายค้านเหลืออยู่เลย หรือที่เราคุ้นหูได้ยินกันว่า ‘เผด็จการรัฐสภา’
ผู้แทนหลายคนของ Democratic Party แสดงการสนับสนุนผู้ประท้วง ทาง People Party เลยประกาศทันทีว่าจะขับไล่พรรคดังกล่าวออกจากรัฐบาลผสม เนื่องจากละเมิดข้อตกลงในการจัดตั้งรัฐบาลผสม หัวหน้า Democratic Party กล่าวว่าทางพรรคเองไม่เห็นด้วยกับส.ส.ที่สนับสนุนการประท้วงครั้งนี้ มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเข้าร่วมการเจรจาเพื่อรักษารัฐบาลผสมไว้ นี่คือที่มาของข้อเรียกร้องที่สองให้ยุบพรรครัฐบาลผสม
ข้อเรียกร้องสุดท้ายของผู้ประท้วงคือการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ “โอยุน-เออร์เดเน” เป็นเพียงผู้นำอย่างเป็นทางการ (ในนาม) ของ People Party
ในความเป็นจริงบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในพรรคคืออดีตนายกรัฐมนตรี Ukhnaagiin Khurelsukh ซึ่งถูกบังคับให้ลาออกเนื่องจากการประท้วงโควิดและต่อมาได้กลายมาเป็นประธานาธิบดีของมองโกเลีย วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาจะสิ้นสุดลงในปี 2027 รัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ดังนั้นเหตุผลของผู้ประท้วงคือไม่ต้องการให้คนนี้กลับมา
Ukhnaagiin Khurelsukh ประธานาธิบดีมองโกเลียคนปัจจุบัน (ซ้าย) ต้อนรับปูตินขณะเดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการ ขณะมีหมายจับจาก ICC เครดิตภาพ: EPA
ไม่เพียงแต่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังมีพันธมิตรจำนวนมากที่สงสัยมานานแล้วว่า Khurelsukh พยายามฟื้นฟูระบอบเผด็จการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจตนาที่จะเปลี่ยนมองโกเลียจากสาธารณรัฐที่มีรัฐสภาเป็นระบบที่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประธานาธิบดี
มีการยกเลิกข้อจำกัดที่ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ย้อนกลับไปในปี 2022 รัฐสภามองโกเลียซึ่งก็คือภายใต้ People Party ซึ่งสมาชิกในขณะนั้นเป็นเสียงข้างมาก ได้ผ่านกฎหมายชุดหนึ่งที่ทำให้รัฐสภาสามารถร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านการลงประชามติหรือขั้นตอนใดๆ นอกจากการลงคะแนนเสียงภายในของรัฐสภาเท่านั้น
เรียบเรียงโดย Right Style
5th June 2025
  • อ้างอิง:
<เครดิตภาพปก: L!fe / IG / AFP>
โฆษณา