16 มิ.ย. 2025 เวลา 01:17 • ความคิดเห็น

12 ข้อที่คนทำงานควรเอาอย่าง 'ปลาสบการณ์จริง'

เป็นเวลาพักใหญ่แล้วที่ผมได้อ่านหนังสือ 'ปลาสบการณ์จริง' ของพี่เอ๋ นิ้วกลม ที่สัมภาษณ์ 'คุณปลา iberry' ผู้ปลุกปั้นร้านอาหารอย่าง iberry, กับข้าว’ กับปลา, รส’นิยม, เบิร์นบุษบา, ทองสมิทธ์, ทองสวีท, เจริญแกง, ฟ้าปลาทาน, โรงสีโภชนา, Fran’s, อันเกิม-อันก๋า และชิ้นโบแดง
1
เรื่องความเพลิดเพลินในการอ่านนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึง คุณปลาเป็นคนมีของ ส่วนพี่เอ๋ก็เล่าเรื่องเก่งอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ได้มากไปกว่านั้น คือมุมมองที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับคนทำงานออฟฟิศที่ไม่เคยคิดทำร้านอาหาร
เลยขอคัดบางคำพูดมาบอกเล่าไว้ในพื้นที่นี้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนทำงานไม่มากก็น้อยครับ
1. รู้ไม่เยอะคือข้อได้เปรียบ
"ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลยค่ะลองคิดคำนวณเองคิดแค่ว่าฉันลงทุนเท่านี้ต้องขายได้เท่านี้จะเรียกว่าคิด feasibility ก็ได้ ศึกษาความเป็นไปได้ แต่ทำแบบบ้านๆ เลยคิดเรื่องง่ายๆ ค่าเช่าเท่านี้ ค่าของเท่านี้ ต้องขายได้เท่าไหร่มันก็เลยบ้าๆ บอๆ ข้อได้เปรียบคือปลาไม่รู้เยอะ ไม่ค่อยได้อ่านเยอะ อ่านพวก MBA ศึกษาเล็กๆ น้อยๆ บัญชีก็ทำไม่เป็น ต้องโทรไปหาพี่ที่เป็นเป็นบัญชี ช่วยอธิบายภายใน 3 วันได้ไหม เราไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง จู่ๆ ก็กระโดดลงไปทำเลย แล้วไปเรียนรู้เอาทีหลัง"
1
คนทำงานบริษัทนั้นจะมีอาการอย่างหนึ่ง คือความรู้ทางตำราเยอะ (book smart) แต่ความรู้ทางโลกน้อย (street smart) บางทีความรู้ในตำราก็เลยทำให้เราคิดเยอะเกินไป กลัวเกินไปที่จะเสี่ยง จึงติดอยู่ในพื้นที่เดิมๆ เป็นเวลาหลายปีหรือแม้กระทั่งหลายสิบปี
1
2. บ้าบิ่นอย่างมีสติ
"เหมือนแม่ให้เงินมาโรงเรียน 100 บาท ปลาจะกล้ามากเลยกับการใช้ 30 แต่ไม่เกิน 50 บาท จะยักอีกส่วนไว้ เพราะรู้ว่าต่อให้เจ๊ง เงินอีกก้อนก็ยังอยู่ ปลาเลยกล้าบ้าบิ่น กล้าลง กล้าทำ...ความบ้าของเราไม่ใช่มีสิบบาทลงทุนพันบาท ปลาไม่ใช่คนอย่างนั้น ปลามีความคอนเซอร์เวทีฟเหมือนกัน มีความกล้าอยู่ แต่รู้ขอบเขตของตัวเอง"
ภาษานักลงทุนน่าจะเรียกว่าการ cap your downside คือการสร้างขีดจำกัดของการสูญเสีย ต่อให้พลาดอย่างไรก็ไม่หมดตัวเพราะเราไม่ได้หน้ามืดตามัวตั้งแต่ต้น
3. อย่ายึดติดกับตัวตนเดิม
"สำนวนจีนคือ 'กิ่งไม้ใบหญ้าใช้แทนกระบี่' รู้สึกเลยว่าจริงๆ ก็ไม่ต้องยึดติดกับไอติมก็ได้นี่หว่า ฉันก็ขายยำ ขายก๋วยเตี๋ยว ขายอะไรก็ได้ ได้ตังค์เหมือนกัน รู้สึก breakthrough กลายเป็นว่าตอนนี้ อะไรเจ๊งไม่สนใจละ ถ้าเจ๊งก็ปิดตอนนี้ได้เลยนะ ไม่เสียดาย เดี๋ยวเปิดใหม่ รู้สึกอย่างนั้นเลย"
คุณปลาเคยรู้สึกไม่มั่นคงกับไอศครีมไอเบอรี่ เพราะบางสาขาเปิดแล้วขายไม่ดี เคยหมดความเชื่อมั่นไปเป็นปีด้วยซ้ำ แต่หลังจากคิดได้ว่าเราไม่จำเป็นต้องขายแต่ไอติมอย่างเดียว ก็เลยเป็นการปลดล็อกให้ตัวเองแบบพลิกเกม
2
คนทำงานอย่างเราเองมีแนวโน้มที่จะยึดติดกับสิ่งที่เราเรียนมา หรือสายงานที่เราทำมา แต่ในโลกยุคนี้ที่ความรู้ทุกอย่างอยู่แค่ปลายนิ้วมือ เราสามารถที่จะก่อร่างสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาได้ตลอด ความยากจึงไม่ใช่การสร้างใหม่ แต่คือการทิ้งตัวตนเก่า
1
4. งานของเรามีเสน่ห์หรือเปล่า
"ปลาคงไม่ค่อยตื่นเต้นถ้าไปกินร้านอาหารแล้วเจอแต่แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แม้น้ำพริกถ้วยนั้นจะอร่อยมาก แต่ปลาก็คงไม่หยิบกล้องมาถ่าย
แต่เราจะตื่นเต้นทุกครั้งเวลาขับรถหรือบินไปกระบี่ ไปกินน้ำพริกร้านหนึ่งแล้วมีผักแปลกๆ อะไรไม่รู้แนมมาด้วย ยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดมะตูม เวลาเจอก็จะไปถามว่าใบอะไร เราไม่เคยเห็นมาก่อน รู้สึกแบบนี้มีเสน่ห์จังเลย รู้สึกว่าเขาต้องรู้จริงเรื่องอาหารไทย เขาไปเสาะแสวงหามาจากไหน เราก็ไปดั้นด้นหาบ้าง บอกฝ่ายจัดซื้อว่าไม่เอานะผักที่คนทั่วไปใช้ ปลาอยากได้ผักแปลกๆ ที่ร้านอาหารกรุงเทพไม่ใช้กัน
3
ปลารู้สึกว่าการจัดจานสวยงามมันเหมือนการจัดดอกไม้ มันคือศิลปะอย่างหนึ่ง การคิดแบบนี้ทำให้ร้านของเราแตกต่าง"
1
Seth Godin เคยเขียนถึงสิ่งที่เรียกว่า 'emotional labor' มันคือการ 'ใส่ใจ' และ 'ทุ่มเทเกินเบอร์' ทำให้ของที่ออกมานั้นไม่เหมือนใคร และผู้คนรับรู้ได้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังผลงานนี้นั้นต้องใช้พลังงานมหาศาลแค่ไหนกว่าจะเข็นงานชิ้นนี้ออกมา
เมื่อลูกค้าหรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานสัมผัสได้ถึง emotional labor นี้ เขาก็จะมีใจให้กับเราเป็นพิเศษและยินดีที่จะอุดหนุนเราไปยาวๆ
5. ทำงานให้ดีทุกชิ้น
"[ถาม]: อาหารในร้านหนึ่ง ต้องอร่อยทุกรายการเลยไหมครับ หรือเน้นแค่ไม่กี่อย่างก็พอ
[ตอบ]: มันควรจะอร่อยทุกรายการนะคะ ไม่ควรจะบ้ง ถ้าจิ้มเมนูไหนก็อร่อยหมดนี่คนเขาจะปรบมือให้เลย แปลว่าลูกค้าไม่ต้องมานั่งแทงหวย สำหรับปลาเวลาทำวิจัยและพัฒนาอาหาร ถ้าปลายอยากจะขาย 50 เมนู มันจะมีสัก 8 เมนูที่ทำยังไงก็ไม่อร่อยสักที ปลาตัดเลยค่ะ ไม่ขายให้ลูกค้าผิดหวัง"
1
การทำงานของเราก็เหมือนกัน ถ้าคุณภาพงานของเราดีทุกชิ้น ไม่ต้องมานั่งลุ้น เราก็จะสร้างชื่อเสียงเป็นคนที่เชื่อมือได้ในองค์กร ส่งงานอะไรมาให้เราทำก็สำเร็จ
6. "ชิม" งานที่เราทำเองเสมอ
"[ถาม]: อาหารล่ะครับ กว่าจะได้รสชาติอร่อยอย่างที่เห็น
[ตอบ]: ผ่านการคิดทุกสเต็ป ทำ ปรุง ทดลอง บางทีเด็กบอกว่าอร่อย แต่เดี๋ยวก่อน น้องกินหนึ่งคำกับกินหมดถ้วยไม่เหมือนกันนะ ลองกินให้หมดถ้วยซิ แล้วบอกพี่ว่ามันยังอร่อยอยู่หรือเปล่า"
เคยกรอกแบบฟอร์มใบสมัครอะไรบางอย่าง แล้วรู้สึกว่าทำไมเขาถึงเว้นที่ว่างให้กรอกที่อยู่ไม่เยอะพอมั้ยครับ? เหตุผลก็เพราะว่าคนที่สร้างแบบฟอร์มนั้นเขาไม่ได้ทดลองกรอกมันด้วยตัวเอง
3
เวลาที่ทีมผมจะประกาศอะไรให้พนักงานทราบ ผมจะขอให้คนในทีมลองทำตัวเป็นพนักงานแล้วอ่านประกาศแล้วลองทำตามก่อน เพราะนั่นคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะตรวจสอบคุณภาพงานของเราว่ามันทำให้ชีวิตคนที่ปลายน้ำดีขึ้นหรือแย่ลง
7. เป็นหัวหน้าต้องจ่ายบอลเป็น
"[ถาม]: คนที่เป็นหัวหน้าทีมล่ะครับ ต้องมีคุณสมบัติยังไง
[ตอบ]: ต้องแจกบอลเป็นค่ะ เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักบริหารทีมได้ การเป็นหัวหน้าคือต้องปิดงานได้ มีเยอะเลยที่เก่ง จบปริญญาโท ฉลาด ภาษาดี แต่โยนงานไปให้แล้วไม่จบ การเป็นหัวหน้าต้องสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์จริงๆ ได้โดยไม่ต้องให้คนอื่นมานั่งบอก เวลาบอกว่าช่วยทำนี่ให้หน่อย เขาต้องคิดเอง ต้องแจกบอล อยากได้ผลลัพธ์แบบนี้ ต้องใช้วิธีไหนให้ได้มา ต้องคิดเองทำเอง"
1
พี่อ้น วรรณิภา ภักดีบุตร เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า Leadership คือการ get things done through others and with others – ทำงานให้สำเร็จผ่านคนอื่นและร่วมกับคนอื่น
3
ผู้นำจึงจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี เพราะเราต้องพึ่งพาคนอื่นเสมอ ไม่สามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องจ่ายงานเก่ง ติดตามผลได้ รู้ว่า 'ความสำเร็จ' สำหรับงานชิ้นนี้หน้าตาเป็นอย่างไร
8. ผู้นำคือเข็มสั้นของนาฬิกา
1
"ผู้บริหารคือคนที่ชี้นำว่าองค์กรจะไปทิศทางไหน การตัดสินใจของเราคือเข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกา ขยับแต่ละครั้งมีนัยสำคัญ เราตัดสินใจอะไรทีมันสะเทือนไปหมด"
มู้ดของผู้บริหารจะกลายเป็นมู้ดของคนในทีม
ถ้าผู้บริหารเครียด คนในทีมก็จะเครียด ถ้าผู้บริหารเบลอ คนในทีมก็จะเบลอ
1
ดังนั้นก็รักษาพลังงานที่ดีจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพราะสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราพูดจะถูก multiply และส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ที่อยู่ในความดูแลของเรา
9. โตไปไม่ป้า
"[ถาม]: เมื่อสักครู่เล่าว่าตอนเด็กต้องเรียนรู้จากพี่ๆ ผู้ใหญ่ ตอนนี้เราโตแล้ว เราได้เรียนรู้จากคนเด็กกว่าบ้างไหม"
1
[ตอบ]: เยอะมากเลยค่ะ เวลาจ้างเด็กๆ ปลาบอกน้องๆ เสมอว่า คุณน้อง ถ้าร้านพี่เชย พี่เป็นป้าเมื่อไหร่ช่วยบอกด้วยนะ อยากให้มีคนมาบอกตรงๆ เฮ้ย พี่ปลา พี่เอาต์แล้ว ทุกวันนี้ปลาเลยจ้างแต่น้องๆ การตลาดเด็กๆ อยากรู้ว่าเด็กสมัยนี้คิดอะไรกัน"
ยิ่งอยู่สูงยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับว่าตัวเองอ่อนด้อยในบางเรื่อง
1
แต่ถ้าทำได้ และสามารถสร้างสภาพแวดล้อมให้ยังมีคนกล้าเตือนเราเวลาที่เรากำลังจะไปผิดทาง ย่อมจะช่วยให้ทีมงานเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
10. ถ้าไม่มีทีมที่เราไว้ใจ ชีวิตจะไม่มีวันสบายได้เลย
"[ถาม]: มีคำเตือนสำหรับธุรกิจร้านอาหารไหมครับ เช่น จะเหนื่อยมากไหม
[ตอบ]: ที่มันเหนื่อยเพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีทีมที่วางใจได้ พอไม่มีระบบที่ไว้วางใจ หรือระบบที่สามารถตรวจสอบได้รอบด้าน ก็ทำให้ต้องทำเองในหลายขั้นตอน เช่น การจัดซื้อ ตรวจคุณภาพอาหาร อยู่เฝ้าร้านเอง ปิดเงิน นับเงิน เด็กจะโกงหรือเปล่า สต๊อกตรงหรือเปล่า ต้องเช็กของ ตรวจสอบนู่นนี่ อันนี้เหนื่อยจริงค่ะ
1
[ถาม]: แปลว่าการสร้างทีมกับระบบที่ไว้ใจได้สำคัญมา
[ตอบ]: ถ้าทำไม่ได้ จะไม่มีวันที่ชีวิตสบายเลย แต่ให้ขายดีมาก แต่ถ้าในใจคุณยังไม่ยอมมอบความไว้ใจให้คนอื่นทำ โดยเอาระบบเข้าไปครอบมัน ยังไงคุณก็เหนื่อย แล้วมันจะขยายไม่ได้"
2
ผมจะพูดอยู่เสมอว่า ความฝันของผู้บริหาร คือการมีทีมงานที่ไว้ใจได้
เพราะผู้บริหารต้องรับทั้งผิดและรับทั้งชอบ ผู้บริหารที่มีจรรยาบรรณจะยกความดีความชอบให้ทีมงาน แต่จะแบกรับความผิดด้วยตัวเอง ดังนั้นหากทีมงานทำผิดพลาดหรือทำงานชุ่ย ชีวิตของผู้บริหารย่อมต้องเจอกับความเหน็ดเหนื่อยไม่จบไม่สิ้น
11. ถ้าไม่ปรับปรุงก็ออกไป
"แต่ก่อนเราเด็ก เขาทำงานไม่ดีก็ไม่กล้าบอกเขา ไม่กล้าให้เขาออก เดี๋ยวคือดีดนิ้ว เรียกมาเลย ถ้าไม่ปรับปรุงก็ออกไป เราเด็ดขาดขึ้น รู้ว่าจะเลือกคนมาทำงานด้วยยังไง"
หนึ่งในจุดอ่อนของคนไทยคือเราเป็นคนใจอ่อนและไม่ค่อยอยากปะทะกับใครถ้าไม่จำเป็น
แต่หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่หัวหน้าหรือผู้บริหารจะทำให้ทีมงานได้ คือเป็น "คนใจร้ายคนนั้น" ที่จัดการกับคนที่ไม่เหมาะสมให้พ้นไปจากทีม
เพราะหากเราเก็บคนที่ไม่ได้เหมาะกับทีมเอาไว้ เราจะไม่สามารถสร้างทีมงานที่ไว้ใจได้จริงๆ เสียที
12. หลังวิกฤติคือความงอกงาม
(หลังโควิด) "ถ้าเปรียบเป็นจอมยุทธ์คือเหมือนโดนอะไรหนักๆ ซัดใส่ พายุโหมกระหน่ำ แล้วไปบรรลุวิชาอะไรมา ตีลังกาม้วนลงมาแล้วยืนอย่างสง่างาม พายุอาจพัดคู่แข่งล้มหายตายจากไปบ้างด้วย มันทำให้เรามีมุมมองธุรกิจใหม่ๆ พบเจอเพื่อนใหม่ ได้รับความช่วยเหลือจากคนที่กลายเป็นเพื่อนสนิทเราในตอนนี้ เห็นน้ำใจกัน วิกฤตก็ทำให้เราเติบโต ได้พบสิ่งดีๆ ในชีวิต ทำให้ปลาเข้าใจธุรกิจเดลิเวอรี่ มีคลาวด์คิทเช่นที่ค่าเช่าหลักหมื่นแต่ขายได้เป็นล้านต่อเดือน ทำให้ได้ลองเข้าไปในธุรกิจที่ไม่เคยทำ ได้พบโอกาสในความดิ้นรนของเรา"
1
เวลาเจอเรื่องหนักๆ ให้กระซิบบอกตัวเองว่า 'หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว' และเรื่องร้ายๆ เหมือนทุกอย่างในชีวิตที่จะผ่านพ้นไปเช่นกัน - This too shall pass.
โฆษณา