17 มิ.ย. เวลา 00:36 • ท่องเที่ยว
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ

ตำนาน “คิทสึเนะ” ผู้รับสารของเทพอินาริ

หากใครได้ไปเยือนศาลเจ้า Fushimi Inari Taisha คงได้เห็นเสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้นที่เรียงรายขึ้นเขาอินาริ เป็นภาพที่เราคุ้นตาจากภาพถ่ายหรือหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อง
แต่ที่ศาลเจ้า Fushimi Inari Taisha ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ มีความหมายและมีความสำคัญกับทางศาลเจ้าเป็นอย่างมาก นั่นคือรูปปั้น “คิทสึเนะ” หรือสุนัขจิ้งจอก
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพอินาริ เทพแห่งการเก็บเกี่ยว ข้าว และพืชผลทางการเกษตร โดยชาวบ้านมีความเชื่อว่าเทพอินาริจะประทับอยู่บนยอดเขาอินาริ และจะมีคิทสึเนะ สุนัขจิ้งจอกคอยรับใช้เป็นผู้รับสารจากเทพอินาริมายังมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ที่ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริจึงมีรูปปั้นคิทสึเนะอยู่เต็มวัด
สุนัขจิ้งจอกในญี่ปุ่นถือเป็นสัตว์ที่ฉลาด ปราดเปรื่อง คล่องแคล่ว และสามารถติดต่อกับโลกวิญญาณได้ ซึ่งสุนัขจิ้งจอกที่เราเห็นตามศาลเจ้าอินาริจะไม่ใช่จิ้งจอกธรรมดา ไม่ใช่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์แบบในนิทานทั่วไป แต่เป็นจิ้งจอกที่คอยรับใช้เทพเจ้า คิทสึเนะจึงเปรียบเหมือนผู้นำพรจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์ เป็นสื่อกลางระหว่างเทพกับมนุษย์
และหากเราสังเกตดีๆ รูปปั้นคิทสึเนะที่อยู่รอบๆ ศาลเจ้า จะมีของบางอย่างอยู่ในปาก เช่น
กุญแจคลังข้าว ที่สื่อถึงโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์
รวงข้าว ที่สื่อถึงการเก็บเกี่ยว
ลูกแก้ว ที่สื่อถึงพลังแห่งการสื่อสารและความศักดิ์สิทธิ์
โดยตำนานคิทสึเนะก็มีเรื่องเล่าว่า
นานมาแล้วในยุคเฮอัน มีชายผู้หนึ่งชื่อว่า โยชิซึเนะ
เป็นชาวนาในหมู่บ้านเล็กๆ เชิงเขาอินาริ
ครอบครัวเขายากจน ฝนไม่ตกตามฤดูกาล พืชผลเสียหาย
ทำให้ชีวิตเขายิ่งยากลำบากมากขึ้นไปอีก
วันหนึ่งเขาตัดสินใจเดินขึ้นภูเขาอินาริเพื่ออธิษฐานต่อเทพอินาริ ให้ช่วยคุ้มครองหมู่บ้าน
ให้พวกเขามีข้าว มีพืชผลผลิดอกออกผล มีกินมีใช้ไม่ต้องอดอยาก
ในคืนนั้นเอง โยชิซึเนะได้นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ศาลเจ้า เขาฝันเห็น จิ้งจอกสีขาว ปรากฏตรงหน้า
มันไม่พูดอะไร แต่ส่งมอบรวงข้าวสีทองให้เขา จากนั้นก็วิ่งหายวับไปกับสายหมอก
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าในมือมีรวงข้าวอยู่จริงๆ
โยชิซึเนะได้นำรวงข้าวนี้ไปเพาะปลูกในผืนดินแห้งแล้งของตน ซึ่งมันก็ได้ออกรวง ออกผล เจริญเติบโตอย่างงดงาม ทำให้ครอบครัวเขามีกินมีใช้ไม่อดอยากอีกต่อไป
โยชิซึเนะจึงได้สร้างศาลไม้เล็กๆ ขึ้นบนพื้นที่ตรงนั้น เพื่อเป็นการขอบคุณ
และสักการะคิทสึเนะจิ้งจองแห่งอินาริ
ต่อมาชาวบ้านก็ได้ทราบข่าวก็ได้ก็มากราบไหว้สักการะที่ศาลเจ้า
ซึ่งก็ได้พืชผลงอกงามเช่นกัน ทั่วทั้งหมู่บ้านจึงกลายเป็นที่อุดมสมบูรณ์ปลูกอะไรก็เจริญเติบโตงอกงาม ศาลเจ้าอินาริจึงเป็นที่นับถือของชาวบ้านเป็นอย่างมาก และได้กลายเป็นศาลเจ้าใหญ่โต และกระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่นมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ โดยมีศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เป็นศูนย์กลาง
ทั้งนี้ในคัมภีร์ชินโตบางฉบับจะไม่ได้เรียก จิ้งจอกของเทพอินาริ ว่าเป็นสัตว์
แต่เป็น “มิโกะ” หรือร่างทรงที่เป็นผู้รับใช้ของเทพเจ้า
ด้วยเหตุนี้แม้จะผ่านกาลเวลามานานพันกว่า ปีคิทสึเนะก็ยังเป็นที่นับถือสักการะของคนญี่ปุ่นมาถึงปัจจุบัน เพราะเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่คอยทำหน้าที่เชื่อมโลกมนุษย์กับเทพเจ้าให้เราครับ
โฆษณา