17 มิ.ย. เวลา 14:02 • นิยาย เรื่องสั้น

“แผ่นดินอยู่ของมันดี ๆ ศาลโลกจะลากเส้นใหม่ ไทยต้องทำไง!?”

ถ้าไทยไม่ไปศาลโลก แล้วศาลตัดสินข้างเดียว – ไทยจะต้องยอมไหม?
โดย ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์
ผมเพิ่งเห็นข่าวเต็มตาว่า กัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อีกรอบ ให้ตีความคำพิพากษาเดิมกรณีปราสาทพระวิหาร และแนบเอาเทวสถานอื่น ๆ มาด้วย ไม่ว่าจะเป็นปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนต๊อก ตาควาย — เอาเป็นว่า ยกชายแดนเกือบทั้งแนวมาขยับเขตกันใหม่!
ทีนี้หลายคนถามว่า ถ้าไทยไม่ไปร่วมกระบวนการ แล้วศาลตัดสินข้างเดียว…ไทยต้องยอมไหม? ศาลโลกมีอำนาจบังคับหรือเปล่า? ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามจะเป็นอะไรไหม?
วันนี้ผมในฐานะ “ทนายรณณรงค์” ผู้รักชาติ รักอธิปไตยแบบที่ยอมไม่ได้ถ้าใครจะมาล้ำหน้ามาขีดเส้นบ้านเราใหม่ ขอมาอธิบายแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องร่างเป็น MOU แต่ฟังแล้วต้องร้องว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
ศาลโลกมีสิทธิพิจารณาข้างเดียวหรือไม่?
ตามกฎหมายของศาลโลก (ICJ Statute) มาตรา 53 ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ปรากฏตัว ศาลสามารถดำเนินคดีได้ต่อ เมื่อมีคำร้องจากอีกฝ่าย — ฟังไม่ผิดครับ! ไทยจะไปหรือไม่ไป ศาลก็ยังเดินหน้าได้
แต่เงื่อนไขคือ ศาลจะต้อง “ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมาย” อย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ว่าใครยื่นอะไรแล้วศาลตอบรับโดยไม่คิด
ฟังดูแฟร์…แต่ลองคิดสิครับ ถ้าอีกฝ่ายเอาหลักฐานมายาวเป็นกิโล แล้วเรานั่งเงียบอยู่เฉย ๆ ศาลจะเห็นอะไร? จะมองอย่างไร?
เพราะฉะนั้น ไทยจะนิ่งเฉยไม่ได้ แม้จะไม่ไปเข้ากระบวนการแบบเต็มรูปแบบ ก็ต้องมีการส่งเอกสารแสดงท่าทีทางกฎหมาย หรืออย่างน้อย “ไม่เงียบ” จนดูเหมือน “ปล่อยเลยตามเลย”
ถ้าศาลโลกวินิจฉัย แล้วไทยไม่ยอมทำตาม?
ศาลโลกไม่มีตำรวจ ไม่มีหน่วยคอมมานโด ไม่มีศาลบังคับคดีแบบไทย แต่ศาลโลกอาศัย หลักผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตามมาตรา 59 และมาตรา 94 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
คำวินิจฉัยของศาล จะมีผลผูกพันระหว่างประเทศที่เป็น “คู่กรณีในคดี” นั้นเท่านั้น แต่ไทยเป็นสมาชิก UN และเคยมีสถานะเป็น “คู่กรณี” กับกัมพูชาในคดีเดิมปี 2505 เพราะฉะนั้น ศาลจะถือว่าเรายังอยู่ในกรอบคำพิพากษานั้นต่อเนื่อง
ถ้าไทยไม่ยอม ศาลอาจให้กัมพูชาร้องไปที่ “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ” (UNSC) ขอให้ช่วยบังคับให้ไทยปฏิบัติตาม
แต่ตรงนี้แหละที่มันมี “ช่องโหว่ทางความจริง” คือใน UNSC มีมหาอำนาจที่ใช้ “สิทธิยับยั้ง” ได้ เช่น สหรัฐฯ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส
ลองคิดดู ถ้าฝ่ายไทยมีการทูตดี ๆ กับมหาอำนาจบางราย…เรื่องก็อาจไม่ถึงขั้นมี “มติบีบไทย” ได้ง่าย ๆ
เคยมีประเทศไหนไม่ทำตามศาลโลกบ้างไหม?
คำตอบคือ “มีครับ” และบางประเทศเป็นถึง “พี่ใหญ่ของโลก” เช่น สหรัฐอเมริกา เคยไม่รับอำนาจศาลโลกในคดี Nicaragua v. United States (1986) เรื่องส่ง CIA ไปแทรกแซงนิการากัว ศาลสั่งให้สหรัฐฯ ชดใช้ค่าเสียหาย แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธหัวชนฝา บอกไม่รับเขตอำนาจศาล ไม่จ่าย ไม่อธิบาย ไม่ปรากฏตัว
แล้วเป็นอะไรไหม? ก็แค่ถูกตำหนิในเวทีโลก ถูกตั้งข้อสังเกตทางการเมือง เสียหน้า…แต่ไม่โดน “จับตัว” หรือ “ริบทรัพย์” แต่อย่างใด
เพราะศาลโลกไม่มีมือ ไม่มีตีน ไม่มีลูกกระสุน มีแค่กระดาษกับตราประทับ
แล้วไทยควรทำอย่างไร?
ในมุมของผม ไทยควร:
✅ ยืนยันไม่รับอำนาจศาลโลกอย่างชัดเจน (ทำได้)
✅ แต่ “อย่านิ่ง” — ส่งเอกสารชี้แจง ชุดข้อเท็จจริง และบันทึกทางกฎหมายไปยังศาลโลก
✅ แถลงจุดยืนให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมสงสัยกันเองว่า “เราจะยอมไหม?”
✅ เสนอให้ใช้กลไก JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา) ทำงานอย่างโปร่งใสและถี่ยิบ
✅ เชิญตัวแทน UN หรืออาเซียน มาสังเกตการณ์แบบนุ่ม ๆ สร้างความชอบธรรมในการเจรจา
สิ่งที่ “ไม่ควรทำ” คือปล่อยให้ฝ่ายกัมพูชาใช้เวทีระหว่างประเทศชี้นำไปฝ่ายเดียว ขณะที่เรานั่งเงียบอยู่หลังฉากอย่างไทยสไตล์
สุดท้าย – ประเทศไทยต้องไม่เงียบอีกแล้ว!
ศาลโลกจะตัดสินอะไรยังไม่รู้ แต่สิ่งที่แน่ ๆ คือ “ถ้าเราไม่พูด ใครจะพูดแทนเรา?”
วันนี้ไทยอาจไม่ต้องไปถึงเฮก แต่ไทยต้องส่งเสียงของตัวเองออกไปให้ชัดเจน ทั้งในระดับศาลโลก และในใจประชาชน
ปราสาทพระวิหารอาจไม่ได้อยู่บนแผ่นดินไทยในแผนที่ แต่มันอยู่ในใจคนไทยทั้งชาติ และเราจะไม่ยอมให้ใครมาขีดเส้นเขตใหม่ ด้วยหมึกของต่างชาติ และความเงียบของเราเอง
#ปราสาทพระวิหาร #ศาลโลก #ชายแดนไทยกัมพูชา #ICJไม่ใช่เวทีบังคับไทย #อธิปไตยต้องพูดให้ชัด #ทนายรณณรงค์ #อย่าให้ความเงียบพาเราเสียเปรียบ
โฆษณา