18 มิ.ย. 2025 เวลา 07:47 • ข่าวรอบโลก

🇮🇳 ปัดเยือนสหรัฐฯ! โมดีเมินทรัมป์หลัง G7 – เชิญเข้าร่วมประชุม QUAD แทน พร้อมเตือนแรงถึงปากีสถาน

Modi Declines Trump’s US Visit Invite After G7, Invites Him to QUAD Summit in India Instead
🔹 📞 เบื้องหลังสายตรง 35 นาที – โมดี-ทรัมป์ หารือข้ามชาติ
นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี ได้ปฏิเสธคำเชิญของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้แวะเยือนสหรัฐฯ หลังจบทริป G7 ที่แคนาดา โดยให้เหตุผลว่ามีภารกิจอื่นสำคัญรออยู่
กระทรวงการต่างประเทศอินเดียเปิดเผยว่า ทั้ง 2 ผู้นำได้หารือทางโทรศัพท์นานถึง 35 นาทีแทน เนื่องจากการประชุมตัวต่อตัวที่ G7 ต้องยกเลิกเพราะทรัมป์เดินทางกลับก่อนกำหนด
🔸 “โมดีบอกว่าไม่สามารถแวะได้ในครั้งนี้ แต่ทั้ง 2 ตกลงจะพบกันในโอกาสถัดไป” – วิกรม มีศรี เลขาธิการต่างประเทศอินเดียกล่าว
🟠 🇮🇳 เชิญทรัมป์เข้าร่วมประชุม QUAD ที่อินเดีย
แทนที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ โมดีกลับเชิญทรัมป์ให้มาร่วมการประชุม QUAD ที่จะจัดขึ้นในกรุงนิวเดลีปลายปีนี้
ทรัมป์ตอบรับด้วยความยินดี พร้อมกล่าวว่า "ตื่นเต้นที่จะได้มาเยือนอินเดีย"
💡 QUAD (Quadrilateral Security Dialogue) คือพันธมิตรทางการทูตของ 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น มีเป้าหมายร่วมมือเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยมีต้นกำเนิดจากการให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติสึนามิในปี 2004
🔴 🔥 โมดีส่งสัญญาณแข็งกร้าวถึงปากีสถาน
ระหว่างการสนทนา โมดียังกล่าวถึงปฏิบัติการ "Operation Sindoor" โดยย้ำว่านโยบายอินเดียคือ "ไม่รับการไกล่เกลี่ยกับปากีสถาน" และหากถูกโจมตี อินเดียจะตอบโต้หนักกว่าเดิม
รายงานเปิดเผยว่า ปากีสถานเคยเตรียมการโจมตีในคืนวันที่ 9 พฤษภาคม 2025 ซึ่งอินเดียสวนกลับอย่างรุนแรง จนสนามบินทางทหารของปากีสถานเสียหายหนัก จนฝ่ายปากีสถานต้องขอให้อินเดียยุติการปฏิบัติการทางทหาร
🟣 📊 วิเคราะห์ผลกระทบต่อไทยและตลาดหุ้นไทย (SET และ mai)
🇹🇭 แม้จะเป็นข่าวระหว่างอินเดีย-สหรัฐฯ-ปากีสถาน แต่ผลกระทบทางอ้อมต่อไทยมีความเป็นไปได้หลายด้าน เช่น
✨ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างอินเดีย-สหรัฐฯ ผ่านเวที QUAD อาจนำไปสู่
→ การขยายบทบาทด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีในภูมิภาค ซึ่งส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจในเอเชีย
💥 โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาด้านความมั่นคง อินเดียได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า จะตอบโต้ปากีสถานอย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียใต้มากขึ้น และส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกระมัดระวังมากขึ้นต่อสินทรัพย์ในเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่
📉 หุ้นที่อาจได้รับผลกระทบในตลาดหลักทรัพย์ไทย ได้แก่:
🔻 หุ้นในกลุ่มโลจิสติกส์และการส่งออกสินค้าไปยังอินเดียหรืออเมริกา
เช่น
– PSL (Precious Shipping) – ธุรกิจเดินเรือสินค้าเทกอง
– RCL (Regional Container Lines) – ธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ
– TTA (Thoresen Thai Agencies) – ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
📍 หากความตึงเครียดขยายวงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หรือการเดินทาง/ขนส่งถูกชะลอ อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าในภูมิภาค
🔻 หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีหรืออิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพิงตลาดส่งออก
เช่น
– KCE (KCE Electronics) – ผลิตแผงวงจรพิมพ์ส่งออก
– HANA (Hana Microelectronics) – ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
📍 หากอินเดียและสหรัฐฯ เดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีมากขึ้น บริษัทไทยที่ไม่ได้อยู่ใน Supply Chain หลักอาจถูกเบียดออกจากโอกาสการค้า
🔻 หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หากมีผลกระทบด้านความปลอดภัย
เช่น
– AOT (Airports of Thailand) – บริหารสนามบินหลักในไทย
– ERW (The Erawan Group) – ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว
📍 หากความตึงเครียดในภูมิภาคอินเดีย-ปากีสถานยืดเยื้อ อาจกระทบภาพลักษณ์การเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรวมในภูมิภาค
🟡 🔍 ข้อวิเคราะห์เพิ่มเติมที่น่าสนใจ
✔ ความสัมพันธ์ระหว่างโมดีกับทรัมป์ในบริบทใหม่นี้ ชี้ให้เห็นถึงการปรับสมดุลทางการทูตใหม่
✔ การเลือกจัด QUAD ที่อินเดียแสดงให้เห็นถึงความต้องการเป็นศูนย์กลางการเมืองและความมั่นคงของภูมิภาค
✔ การตอบโต้ปากีสถานอย่างแข็งกร้าวตอกย้ำภาพลักษณ์ “อินเดียใหม่” ที่ไม่ลังเลจะใช้กำลังเพื่อปกป้องอธิปไตย
💬 ประเด็นนี้จึงอาจส่งสัญญาณไปยังผู้ลงทุนในภูมิภาคว่า ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ควรจับตาในระยะสั้นถึงกลาง
🟠 Hashtags ที่เกี่ยวข้อง:
#ModiDeclinesTrump #QUADSummit2025 #IndoPacificStrategy #IndiaUSRelations #OperationSindoor #Geopolitics #เวทีมหาอำนาจ #ข่าวต่างประเทศ #StockAtlas

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา