24 มิ.ย. เวลา 15:30 • ธุรกิจ

ไม้กายสิทธิ์ของพี่ตู๋-ชัยวัฒน์ CEO บางจาก

🎤บทสนทนาที่เริ่มต้นด้วยอะไรเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของพี่ตู๋ ที่พลิกให้บางจากเป็นองค์กรระดับประเทศในวันนี้?
⏳Luxury of time คือสิ่งที่พี่ตู๋บอกว่าแกโชคดีกว่า CEO ทั่วๆไป เพราะพี่ตู๋มีเวลามากกว่า 10 ปีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง
เรื่องราวของพี่ตู๋จากวันที่เริ่มต้นร่วมงานกับบางจาก และข้อคิดของการเป็นผู้นำมีอะไรน่าสนใจบ้างตามไปอ่านกันนะครับ
====
วิศวกรการเงิน - Finance Engineer
พี่ตู๋เริ่มต้นมาเกี่ยวข้องกับบางจากในฐานะที่ปรึกษา ในช่วงวิกฤต บริษัทมีหนี้กว่า 20,000 ล้านในช่วงต้มยำกุ้งจนเกือบต้องปิดกิจการ
ประสบการณ์ที่ทำงานใน IB ข้ามชาติทำให้พีาตู๋นำเสนอทางออกที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น financial structure ที่นำสมัย เปลี่ยนสถานะของกระทรวงการคลังจากค้ำหนี้ เป็นค้ำทุน IPO เข้าตลาด ปลดหนี้มีเงินมาสร้างความได้เปรียบในธุรกิจต่อเนื่อง
เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ disrupts มากในยุคนั้น
====
ไม่ใช่ไม่เคยผิด แต่เรียนรู้อะไรจากที่ผิด
เมื่อถามว่าพี่เคยพลาดไหม หนึ่งในเคสที่พี่ตู๋แชร์คือ เรื่องที่ไปซื้อบ่อน้ำมัน แต่เงินน้อยเลยลงบ่อเล็ก เจอช่วงโควิด น้ำนัมร่วงไปติดลบก็หนัก พอน้ำมันเริ่มฟื้นพอจะเหฺ็นแสง ปรากฏน้ำมันหมด
เลยตกผลึกว่ายังไงก็ควรต้องมีบ่อเป็นของตัวเอง แต่บ่อต้องใหญ่ ผลิตได้มากกว่า 7 ปี ต้นทุนการน้ำมันขึ้นต้องไม่เกินเท่าไร และต้องไม่ลงคนเดียว ต้องหาเพื่อนมาช่วยเเชร์ความเสี่ยง สุดท้ายทีมงานก็ไปหามาได้จริงๆ บ่อน้ำมันที่ตรงตามต้องการในนอร์เวย์ จึงเข้าไป take over ซึ่งเป็นอีกธุรกิจที่ช่วยสร้างกำไรให้บางจากเป็นอย่างดี จนสมทบเป็นทุนซื้อโรงกลั่นที่ศรีราชานั้นเอง
แท่นขุดเจอะน้ำมันที่นอร์เวย์
====
โอกาสในวิกฤต บางทีต้องเเทงสวน
ที่เกือบหลับในช่วงต้มยำกุ้ง ว่าสุดแล้ว การตัดสินใจซื้อโรงกลั่นเพิ่มหลังจากช่วงโควิด ก็เป็นอีกดีลที่เรียกเสียงฮือฮา
หลังจาก ปตท ขายหุ้นออก ก็ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของบางจากลดลง เนื่องจากโรงกลั่นขนาดเล็กมีเพียงแค่โรงเดียว การมองหาโอกาสสม่ำเสมอ บวกเงินสดสำรองในมือที่เกิดจากการขายกิจการที่ไผลงทุนไว้ เพื่อเตรียมเงินไว้ในภาวะวิกฤตทำให้เมื่อมีคนมาเสนอขายกิจการ บางจากอยู่ในสถานะที่ดี มีความพร้อม เมื่อสมการทุกอย่างอยู่ในความเสี่ยงที่ควบคุมได้ ดีลการควบรวมกับเอสโซ่จึงเกิดขึ้น
แน่นอนว่าการควบร่วมกิจการว่ายากแล้ว การที่รวมคนจากสองบริษัทที่เป็นต่างชาติจ๋า กับไทยจ๋าก็ท้าทานไม่แพ้กัน
ซึ่งพี่ตู๋ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ทั้งการดึงผู้บริหารเดิมให้เข้าใจวัฒนธรรมต่างๆ เปิดโอกาสให้ทีมได้แลกเปลี่ยน เพื่อนำสิ่งที่ดีที่สุดไปใช้ต่อ จนทำให้การควบร่วมและการดำเนินกิจการผ่านไปอย่างเรียบรื่น
====
สุดท้ายกับแนวทางการทำงาน เป็นผู้นำแบบพี่ตู๋
1. ผู้นำต้องอยากฟังข่าวร้าย - อยากฟังว่าทำไมถึงเกิดจุดดำ มีจุดดำ/ปัญหาได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่เดิม จะทำยังไงไม่ให้เกิดอีก จะแก้ปัญหาระหว่างนี้อย่างไร
2. ปัญหา/การตัดสินใจยาก? หลักคิด คุยเยอะๆ
3. เป็น CEO ต้องใจร้อน เพราะ chain มันยาวถ้าเราไม่ร้อนกว่าเรื่องจะไปถึงข้างล่างแล้วกลับขึ้นมาไม่ทันการ
2
4. วางเป้าหมายที่ยาก (Set challenge target) แต่มี reward ให้เล็กๆน้อยๆในทุกๆความสำเร็จ (ไม่ว่าเล็กใหญ่)
5. การเรียนรู้ตลอดเวลา
(1) อ่านเยอะ - พี่ตู๋ไม่เล่น social อาจความรู้จากสิ่งพิมพ์ เช่น the Economist, Financial Time และยังตัดเก็บบทความที่น่าสนใจด้วย 😄)
(2) เข้าร่วมสัมมนา
(3) คุยกับคน - ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว, ถามทำไมเยอะๆ
1
====
เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ฟังอิ่ม แถมได้หนังสือกลับมาด้วย (อ่านรวดเดียวจบไปเลย) ถ้าจะให้สรุปว่าไม้กายสิทธิ์ของพี่ตู๋คืออะไรคงต้องบอกว่า
Luxury to be brave, innovative and hand-on the whole time
#DTXbyRISE #DTX6 #dtx #รุ่นแผ่นดินไหว

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา