Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เจแปน - แจนแปล
•
ติดตาม
25 มิ.ย. 2025 เวลา 08:16 • ข่าวรอบโลก
ชายที่มินิมอลที่สุดในญี่ปุ่น : ตอน 1
ใช้ชีวิตเดือนละ 70,000 เยน
ย้ายบ้านเสร็จใน 10 นาที
“ไม่ต้องการทั้งของ ไม่ต้องการทั้งเงิน”
แล้วความสุขของคนเจน Z คืออะไร?
เราลองไปฟังจากชายผู้ใช้อาชีพว่า
‘ミニマリスト (มินิมอลลิสต์)มา
⸻
ที่ สตูดิโอ Persol
เราดำเนินงานด้วยแนวคิด
“ให้การทำงาน เป็นสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น”
และนำเสนอคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ
คนที่เราขอสัมภาษณ์ในครั้งนี้คือ
ชายที่ใช้ชีวิตในแบบมินิมอล
เผยแพร่เรื่องราวเหล่านั้นออกไป
ทั้งในรูปแบบหนังสือ YouTube รวมถึงแบรนด์ของตัวเอง
เขาชื่อว่า ชิบุ
ครั้งหนึ่ง
เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่าน
จากนั้นก็กลายเป็นฟรีแลนซ์
แล้วก็เริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
ด้วยเงินเริ่มต้น 20,000 เยน
ไม่มีเฟอร์นิเจอร์
ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า
แทบไม่มีอะไรเลย
และในตอนนั้น
เขาก็เริ่ม “ตื่นรู้” ว่า…
ชีวิตแบบมินิมอลนั้นเป็นยังไง
ชายที่พูดเองว่า
“ไม่อยากทำงาน”
เขาหาทางเจอได้อย่างไร
ที่จะได้ใช้ชีวิตทำงาน
ในแบบที่ “เป็นตัวของตัวเอง”
เส้นทางที่เขาเลือก
ซึ่งเริ่มต้นจากแนวคิดแบบมินิมอลลิในชีวิต
นำพาไปสู่ “งานที่ใช่”
เราจึงอยากฟังจากเขา
ว่าเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
และมีอะไรอยากฝากถึง
คนที่กำลังสับสนกับคำว่า “การทำงาน”
⸻
ชีวิตมินิมอลของผม
เริ่มจากแค่ของ 4 ชิ้นในห้องเปล่า
⸻
💬 อยากให้เล่าจุดเริ่มต้นของชีวิตแบบมินิมอลลิสต์ให้ละเอียดหน่อยค่ะ
💬 คุณชิบุ เริ่มต้นจากอะไร?
ชีวิตในฐานะมินิมอลลิสต์ของผม
เริ่มต้นตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่าน
กลายเป็นเด็กซิ่วถึงสองปี
และสุดท้าย… เลือกเป็นฟรีแลนซ์
ตอนนั้น ผมอยากเข้าคณะเฉพาะทาง
ที่ยังไม่มีเปิดสอนในญี่ปุ่น
เป็นสายวิชาที่แปลก และเฉพาะมาก
ผมก็เลยทุ่มหมดหน้าตักกับการสอบเข้าแค่นั้น
ถึงขั้นไม่ยื่นสมัครสำรองไว้ที่ไหนเลย
แต่ในความเป็นจริง
ผมใช้เวลาไปกับการทำงานพิเศษ กับเที่ยวเล่นมากกว่าอ่านหนังสือ
ทั้งที่ตั้งเป้าสูง แต่กลับไม่ลงมือทำ
พฤติกรรม… ไม่ได้ตามอุดมคติเลย
พอเข้าสู่ปีที่ 3 ของการซิ่ว
สุดท้ายใจก็พัง
และกลายมาเป็นฟรีแลนซ์อย่างเต็มตัว
เพื่อนร่วมรุ่นสมัยมัธยม มี 200 คน
มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น… ที่มาเป็นฟรีแลนซ์
ส่วนใหญ่ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยดี ๆ
บางคนก็เป็นหมอไปแล้ว
ผม…
กลายเป็น “คนหลุดวงโคจร”
ในกลุ่มเพื่อน
⸻
ตอนนั้นเอง
ผมก็ได้ยินคนพูดกันว่า
“จะอยู่คนเดียวได้ ต้องมีอย่างน้อย 140,000 เยนต่อเดือน”
เป็นค่าเฉลี่ยของการใช้ชีวิต
แต่ตัวผม…
ทำงานพิเศษยังไม่ถึงเดือนละแสนเยนเลยด้วยซ้ำ
ทั้งที่รู้อยู่ว่าเงินไม่พอ
แต่ข้างในกลับมีความรู้สึกคล้ายกับตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ที่ว่า
“ก็อยากเข้ามหาลัยดี ๆ นะ แต่ไม่อยากอ่านหนังสือ”
ในรอบนี้
ก็กลายเป็นว่า
“ก็อยากอยู่คนเดียวนะ แต่ไม่อยากทำงาน”
พูดอีกอย่างก็คือ
อุดมคติยังสูงเหมือนเดิม
แต่การกระทำ… ไม่เคยตามทันเลย
(หัวเราะ)
⸻
ผมตัดสินใจว่าจะเช่าห้องแบบวันรูมธรรมดา
ที่ค่าเช่าเดือนละ 19,000 เยน
หาให้ถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้
หลังจากนั้น
ผมก็เริ่มพิจารณาอีกว่า
จะลดค่าใช้จ่ายตรงไหนได้บ้างอีก
สุดท้าย
ผมเลือกที่จะ
ไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย
เพื่อลด “ค่าตั้งต้น” ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
และตรงนั้นเอง—
คือจุดเริ่มต้นของ “ชีวิตแบบมินิมอล” ของผม
⸻
2.
⸻
💬 ตอนที่ตัดสินใจไม่ซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
คุณเริ่มลดจากตรงไหนก่อน?
อย่างแรกเลย…
ผมเริ่มพิจารณาว่า จะ ใช้ชีวิตโดยไม่มีตู้เย็น ได้ไหม
พอลองค้นดูในอินเทอร์เน็ต
ก็เจอเลยครับ
มีคนที่ใช้ชีวิตแบบไม่มีตู้เย็นอยู่จริง ๆ
เขาเล่าว่า ถ้าเราซื้อของจากซูเปอร์แล้วกินให้หมดในวันนั้น
ก็ไม่ต้องเก็บในตู้เย็น ไม่ต้องแช่แข็ง
แถมยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ด้วย
ผมอ่านบทความนั้นแล้ว…
รู้สึกกินใจมาก
หลังจากนั้น
ผมก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่า
จะซื้อแค่ของที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น
แล้วสุดท้าย
ของที่ผมซื้อมีแค่
ที่นอนแบบพับได้
โต๊ะ
เก้าอี้
กับไดร์เป่าผม
รวมแล้ว
มีแค่ 4 อย่าง
เพราะซื้อแค่นั้น
ค่าของทั้งหมด
ก็เลยอยู่ไม่ถึง 20,000 เยน
ซักผ้าก็ไปซักที่ร้านหยอดเหรียญ
อาบน้ำก็ไปใช้ยิมที่มีห้องซาวน่า
ถือว่าได้ทำในสิ่งที่ชอบ
แต่ก็ประหยัดไปในตัวด้วย
พอเริ่มลดของแบบสุดทางจริง ๆ
และเริ่มใช้ “บริการจากข้างนอก” มาช่วยแทน
ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส…
ก็ลดลงแบบรู้สึกได้
พอของน้อยลง
แค่ห้องขนาด 6 เสื่อญี่ปุ่น
ก็อยู่ได้สบายแล้ว
ไม่ต้องเช่าห้องใหญ่
ค่าเช่าก็ถูกลง
รวม ๆ แล้ว
ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 60,000 เยน
⸻
💬 จากจุดนั้น
ชีวิตแบบมินิมอลกลายมาเป็น “อาชีพ” ได้ยังไง?
ตอนแรก
ผมแค่อยากบันทึกชีวิตตัวเอง
เลยเริ่มเขียนบล็อก
เป็นแค่ส่วนต่อของงานอดิเรก
ไม่ได้คิดจะหาเงินจากมันเลย
แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ
ก็เริ่มมีคนอ่านเพิ่มขึ้นทีละนิด
พอคนอ่านมากขึ้น
รายได้จากโฆษณาก็เพิ่มตามไปด้วย
พอถึงอายุ 21
ผมสามารถใช้รายได้จากบล็อก
เลี้ยงชีพตัวเองได้แบบมั่นคงแล้ว
ตอนนั้น
ผมก็ตัดสินใจเลยว่า
จะทำบล็อกเป็นงานหลัก
ไม่รับงานอื่นอีก
⸻
พอเขียนบล็อกมาได้ 4 ปี
ตอนผมอายุ 23
ก็มีสำนักพิมพ์ติดต่อมา
หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า
‘ใช้ชีวิตแบบไร้ของ
ทิ้งศักดิ์ศรีและกระเป๋าสตางค์
เพื่ออิสรภาพ 50 แบบ’
(ตีพิมพ์ในปี 2018)
ยอดขายเกิน 70,000 เล่ม
มีแปลไปอีก 3 ประเทศ
ได้รับเสียงตอบรับ…
มากกว่าที่เคยจินตนาการไว้มาก
หลังจากนั้น
ผมก็เริ่มขยายช่องทางออกไปนอกเหนือจากบล็อก
ไปที่ YouTube
และด้วยโปรเจกต์ที่ผมช่วยจัดห้องให้กับผู้ชม
ในปี 2024
ผมก็เริ่มเปิดบริการใหม่ชื่อว่า
‘โค้ชชิ่งลดของ’
ที่ไม่ใช่แค่ช่วยจัดของในห้อง
แต่รวมไปถึงการ “จัดใจ” ไปพร้อมกันด้วย
ตอนนี้
มีคนติดต่อเข้ามาตลอด
จนแทบไม่มีเวลาว่างเลย
ผมรู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ
⸻
ผ่านมาเกือบ 10 ปี
นับจากวันที่เริ่มใช้ชีวิตแบบมินิมอล
ทั้งหมดนี้
ผมแค่ทำสิ่งที่ชอบ
ทำไปเรื่อย ๆ
ไม่ได้คิดเลยว่าจะมีใครต้องการ
แต่ตอนนี้
กลับกลายเป็นว่ามีคนรออยู่เสมอ
รายได้ค่อย ๆ ขยับขึ้นช้า ๆ แต่มั่นคง
และผมก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลย
ว่าจะสามารถทำงานแบบที่ “ยั่งยืน” แบบนี้ได้จริง ๆ
⸻
ต่อตอน 2 : 👉🏻
https://www.facebook.com/share/p/1AEP5yv5TB/?mibextid=wwXIfr
❤️
พัฒนาตัวเอง
ญี่ปุ่น
ข่าวรอบโลก
1 บันทึก
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย