10 ส.ค. 2025 เวลา 15:50 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

F1 The movie

ทีแรกฉันคิดว่าการไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่เข้าใจ F1 จะทำให้อินมากกว่าเสียอีก แต่คำตอบคือไม่ใช่ การไม่รู้อะไรเลยทำให้ไม่เข้าใจบางการกระทำของตัวละคร ส่วนคนที่รู้จักกีฬาชนิดนี้ก็จะรู้ว่าบางการกระทำไม่สามารถทำได้จริงบนสนามแข่ง เช่น…
การจงใจขับให้เกิดอุบัติเหตุ
ถ้านักขับขับโดยจงใจให้เกิดอุบัติเหตุเพื่อเรียกเซฟตี้คาร์ออกมา ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม นักขับและทีมจะโดนลงโทษ ตั้งแต่โดนบวกเวลาเพิ่ม ไปจนถึงขั้นโดนแบนจากการแข่งขัน อย่างใดอย่างหนึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอน
แต่ฉันก็เข้าใจในบทนี้ได้เช่นกัน เพราะในความเป็นจริงการอัปเกรดรถในแต่ละครั้งมันไม่ได้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที ดังนั้น หนังจึงต้องสร้างวิธีการขับที่มีความหมิ่นเหม่จะผิดกฎนิด ๆ ให้ตัวละครซอนนี่พาทีมไปทำแต้ม “แรก” ได้เสียที
สิ่งต่อมาที่จะไม่เกิดขึ้นใน F1 คือ Team work (ที่มากเกินความเป็นจริง)
F1 เป็นกีฬาประเภททีมก็จริง แต่ถ้าจะให้เปรียบมันก็เหมือนกับการเป็นพี่น้องแบบเอื้อยอ้ายในปลาบู่ทอง หรือกาสะลองซ้องปีบนั่นละ นักขับแต่ละคนร่วมกันซิ่งเพื่อเก็บแต้มให้กับทีม เพื่อชัยชนะประเภททีม แต่ในขณะเดียวกันก็ซิ่งเพื่อชัยชนะของตัวเองด้วยเช่นกันในฐานะนักขับ ดังนั้น การเห็นซอนนี่คอยช่วยเจพีเพื่อแต้มเพื่อโพเดียมเต็มกำลังซะขนาดนั้น ฉันจึงมองว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นจริง แต่หนังก็มีคำตอบให้ว่าซอนนี่มาอยู่ที่ตรงนี้ก็เพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กด้วยส่วนหนึ่ง
ในมุมมองของฉันแม้จะเรียกมันว่ากีฬาประเภททีม แต่เป็นทีมแบบหยุมหัวกันมากกว่า และเพราะแบบนั้นฉันถึงชอบกีฬาชนิดนี้ เพราะโดยพื้นฐานฉันก็คือชาวบ้านสี่ที่เติบโตมากับละครน้ำเน่าช่อง 7
ลำดับที่สาม Plan C = สู้มัน!
F1 เป็นกีฬาที่มีมูลค่าสูง เคยถูกกล่าวถึงว่าเป็นกีฬาคนรวยเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ไม่ว่า Plan C มันจะดูไม่เข้าท่าขนาดไหนก็ตามฉันก็คิดว่ามันคงจะไม่ใช่การปลุกใจกันในออฟฟิศแค่สองพยางค์ง่าย ๆ แค่นี้แน่นอน เพราะสิ่งที่ทีมต้องจ่ายเป็นรูปธรรมคือเงินจริง…ในราคาที่สูงมาก แต่ตอนดูมันก็ให้อารมณ์ฮึกเหิมดี เหมือนพระเจ้าตากทุบหม้อข้าวก่อนออกรบ
ลำดับสุดท้ายที่ฉันไม่ชอบมากที่สุด คุณแม่จอมจุ้นจ้าน
บนโลกนี้คนที่จะสามารถระบุอาชีพ F1 driver ได้ มีแค่ 20 คนเท่านั้น (ณ ปี ค.ศ.2025) เด็กหนุ่มมากมายเหล่านั้นต่างก็รู้ดีว่านี่เป็นหนึ่งในกีฬาที่อันตรายที่สุดในโลก ที่เมื่อพลาดอาจหมายถึงชีวิต แต่พวกเขาก็สู้สุดใจเพื่อหนึ่งในยี่สิบที่นั่งนั้น ซึ่งการรักษาไว้ซึ่งที่นั่งนั้นยากเสียยิ่งกว่า แต่ในหนังกลับสร้างให้คุณแม่ของเจพีมาพูดโวยวายใส่ซอนนี่หลังอุบัติเหตุเหมือนเจพีเป็นเด็กตัวน้อย ๆ อย่างนั้นละ
สำหรับฉันบทนี้ไม่เข้าท่าเลย ลูกชายคุณอายุเท่าไร ทำอาชีพที่มีแค่คน 20 คนบนโลกนี้ทำได้ แต่บทกลับเขียนให้คุณแม่โวยวาย และจุ้นจ้าน เหมือนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดแล้วในหนังเรื่องนี้
ส่วนสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ แบรด พิทท์
โคตรเท่ เท่ชิบหายเลย!
จะมองซ้าย มองขวา หน้า หรือหลัง ให้ตีลังกามองก็ยังเท่
เพิ่มเติม
11/8/2568
ฉันลืมเรื่องสำคัญอย่าง drive to survive ไปเสียได้ เพราะมันคือจุดเริ่มต้นให้ฉันดู F1 อย่างจริงจัง ซึ่งทีแรกฉันก็คล้อยตามไปกับผู้คนมากมายที่บอกว่า Netflix สร้างดราม่าเกินจริง แต่พอได้ติดตามจริง ๆ ถึงได้เข้าใจว่าของจริงก็ดราม่าไม่แพ้กับเรื่องที่ Netflix สรรสร้างสักเท่าไรหรอก
แต่เรื่องเดียวที่ Netflix ทำ และมันไม่จริงเลยคือ การสร้างเรื่องเหมือนกับว่านักขับจะโกรธเกลียดกันไปชั่วกาลปาวสาน
เพิ่มเติม
14/8/2568
สำหรับนักกีฬาอาชีพทุก ๆ คน “วินัย“ คือสิ่งที่ทำให้ฉันเคารพในตัวพวกเขา เพราะในวันที่เราเล่นสนุกกัน บุคคลเหล่านั้นต้องมีชีวิตกับการฝึกซ้อม…และฝึกซ้อม
พ่อและแม่ของพวกเขาด้วยเช่นกันที่ฉันรู้สึกทึ่ง คนที่สร้างบุคคลที่น่าอัศจรรย์เหล่านั้นขึ้นมา การเป็นพ่อแม่ของเด็กธรรมดาสักคนหนึ่ง และประสบความสำเร็จด้วยก็ยากมากพออยู่แล้ว แต่การเป็นพ่อแม่ของมนุษย์จำพวก The one and only คงต้องใช้พลังขั้นซูเปอร์ไซย่า
นึกถึงข่าวตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นเรื่องการคบกันของเจ ชนาธิป กับดาราสาว คุณเมย์ ว่าคุณแม่ของฝ่ายชายไม่ปลื้ม (เขาเล่าว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง) ตอนนั้นเป็นเด็กฉันก็คิดได้แต่ว่าความรักจะเป็นแรงผลักดันให้ยิ่งบินได้สูงขึ้นไป แต่วันนี้ในวัย 34 ปี รู้แล้วว่าแรงฉุดให้ต่ำลงมันแรงมากกว่า และส่งผลร้ายทำลายทุกสิ่งอย่างได้ราบเป็นหน้ากองทีเดียว เพราะทุกคนไม่ได้โชคดีมีรักแท้จากวัยเยาว์ดังเช่น ลีโอเนล เมซซี่
แด่ “คนเคียงข้าง“ ทุก ๆ คน บุคคลที่ฉันเห็นใจมากที่สุด เพราะเมื่อคนหนึ่งไล่ตามความฝัน จะมีอีกคน หรือหลายคน ต้องเสียสละอยู่เสมอ
ในสารคดีเบ็คแฮม ผู้หญิงระดับวิคตอเรียก็ยังต้องเสียสละเพื่ออาชีพของสามีในการย้ายไปอยู่สเปน ที่ ๆ เธอบอกว่าไม่ชอบ แต่วิคตอเรียเธอได้ผลลัพธ์ที่น่าอิจฉามาก ๆ ซึ่งขอให้ตระหนักไว้ว่าผลลัพธ์นี้เป็นของกลุ่มคนเพียง 1% เท่านั้น มิใช่ของจำพวก “ทั่วไป”

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา