9 ก.ค. 2025 เวลา 14:38 • บันเทิง

GS-EP.11–สุสานโสเภณี

สถานบริการค้าประเวณีแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ถูกบังหน้าด้วยสถานบันเทิง มีการลักลอบใช้แรงงานหญิงสาวอย่างหนัก มีการทารุณกรรมหญิงสาวหลายรายจนถึงแก่ความตาย และอีกหลายรายก็ต้องติดโรคร้ายจนเสียชีวิต ณ สถานที่แห่งนี้
แม้ภายหลังสถานบริการแห่งนี้จะปิดตัวลงไปแล้ว ผู้คนที่อยู่แถวนั้นและผู้คนที่ผ่านไปมาก็ยังบอกเล่าเรื่องราวถึงความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ ประหนึ่งว่าหญิงสาวที่เคยเสียชีวิต ณ สถานที่แห่งนี้ยังคงวนเวียนเพื่ออะไรบางอย่าง และนี่คือเรื่องราวของสถานที่ที่เรียกกันว่าสุสานโสเภณี
พูดถึงสถานที่ที่น่ากลัว ชวนล่าท้าสิ่งเร้นลับของไทยแล้วล่ะก็ สุสานโสเภณี หรือสถานบันเทิงเก่าที่ ตำบลท่าล้อซอย 9 จังหวัดกาญจนบุรี ต้องถูกยกให้เป็นสถานที่หลอนชวนขนหัวลุกระดับตำนาน มีความหลอนเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยอย่างแน่นอน ใครหลายคนยกให้เป็นที่ 1 ของไทยเลยด้วยซ้ำ
ที่เรียกว่าสุสานไม่ได้เป็นที่ฝังศพหรือมีคนเอาศพมาฝังที่นี่เลยนะครับ แต่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความตาย วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวและรวบรวมที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ เรื่องราวทั้งหมดผมปะติดปะต่อจากแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง ด้วยความที่ธุรกิจสถานบริการเป็นธุรกิจผิดกฎหมายและเรื่องราวเร้นลับเหล่านี้ไม่ได้ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ข้อมูลบางอย่างอาจจะมีโอกาสผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ท่านผู้ฟังก็ฟังเอาบันเทิงแล้วกันนะครับ และโปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง
ผมขอเริ่มการเล่าเรื่องนี้แบบนี้ครับ ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ปีที่แน่นอนไม่ชัดเจนแต่เชื่อว่าน่าจะ ประมาณปี พ.ศ. 2525 – 2540 บริเวณตำบลท่าล้อ ซอย 9 อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีเนี่ยถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ก็เลยมีผู้คนหลั่งไหลมาอยู่อาศัยหรือทำการค้าขาย ประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก
พอสถานที่เริ่มเจริญ ก็เลยมีนักธุรกิจมาลงทุนเปิดเป็นสถานบันเทิงครับ แต่ทว่าเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกผู้ชายด้วย เบื้องหลังของสถานบันเทิงแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานบริการทางเพศอีกด้วย มีชื่อเรียกสำหรับนักเที่ยวและบุคคลทั่วไปว่า ซ่อง 35 ซึ่งที่นี่ก็เป็นสถานบริการทางเพศแห่งเดียวในย่านนี้เท่านั้น
ขอนอกเรื่องนิดหนึ่งครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเอ๊ะ สมัยนั้นธุรกิจสถานบริการแบบนี้มีแล้วหรอ ซึ่งจริงๆ แล้วธุรกิจสถานบริการนี่ไม่ได้ถือเป็นธุรกิจที่เกิดใหม่เพียงไม่กี่ปีนี้นะครับ แต่เป็นธุรกิจที่เก่าแก่มีมาช้านานแล้วทั้งของไทยและของโลกเราเลย ไว้มีโอกาสผมจะมาเล่าให้ฟังครับ
ตัดมาที่สถานบริการที่ท่าล้อซอย 9 ต่อครับ สถานที่แห่งนี้กลุ่มลูกค้าค่อนข้างหลากหลายครับ มีทั้งระดับอาเสี่ยเจ้าของกิจการ ข้าราชการ หรือแม้กระทั่งกรรมกร คนขับสามล้อ ก็แวะเวียนกันมาใช้บริการกันอย่างไม่ขาดสาย ถือว่าเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกระดับเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่เราอยากนำเสนอมากกว่าไม่ใช่กลุ่มลูกค้าครับ แต่เป็นกลุ่มของแรงงานหรือ sex worker ของสถานที่แห่งนี้ หญิงสาวที่มาทำงานค้าบริการที่นี่บางส่วนก็มาด้วยความสมัครใจเพื่อหารายได้ อันนี้ก็คงจะว่ากันได้ยาก แต่ทว่านอกจากหญิงสาวที่เต็มใจมาทำงานแล้ว มีหญิงสาวอีกหลายรายโดนบังคับหรือถูกหลอกเข้ามาทำงานอย่างไม่สมัครใจ หลายรายก็ถูกพ่อแม่จับมาขายให้ทำงานที่นี่เพื่อแลกเงิน
ด้วยความที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นชายแดนตะวันตกติดกับต่างประเทศใช่ไหมครับ ก็ทำให้มีแรงงานต่างชาติเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งก็พบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ก็ได้ทำการจัดหาผู้หญิงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งสมัครใจและไม่ได้สมัครใจ ทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่นหรือแม้กระทั่งเด็กที่บางคนยังไม่มีประจำเดือนซ้ำ เพื่อบำเรอบรรดาท่านชายทั้งหลาย คุณป้าผู้ดูแลที่นี่เคยสัมภาษณ์ให้ข้อมูลแก่สำนักข่าวแห่งหนึ่งว่าในสมัยนั้นราคาค่าบริการอยู่ที่ 50 บาท/คืน
ด้วยความที่สถานบริการยังเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายใช่ไหมครับ แน่นอนว่าสวัสดิการใดๆ ไม่มีแน่นอน มีการใช้แรงงานหญิงบริการอย่างหนักวันละหลายรอบ ไม่ให้วันหยุด หรือแม้กระทั่งการดูแลเรื่องสุขภาพกายและใจของหญิงสาวเหล่านี้
นอกจากนี้ครับพอหญิงสาวหลายหลายต้องเข้ามาทำงานด้วยความที่ไม่เต็มใจใช่ไหมครับ ก็จะมีปัญหาการขัดขืนไม่ยอมทำงาน การหลบหนี หญิงสาวเหล่านี้มักจะถูกทำโทษอย่างรุนแรง บ้างก็ถูกขังลืมในห้องใต้ดิน บ้างก็ถูกใช้กำลังทำร้ายจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปเลยก็มี สมัยนั้นองค์ความรู้เรื่องการป้องกันโรคก็ยังไม่ได้ดีเท่าปัจจุบันครับ หญิงสาวหลายรายก็มีอันต้องติดโรคร้ายจากเพศสัมพันธ์ นั่นก็คือโรคเอดส์นั่นเอง
ใครที่ติดโรคก็จะทำงานไม่ได้ และถูกขังทิ้งไว้ให้ทุกข์ทรมานจนตาย เท่านั้นยังไม่พอครับ ความโหดร้ายของที่นี่อีกอย่างหนึ่งคือ นอกจากการป้องกันโรคยังทำได้ไม่ดีแล้ว การป้องกันการตั้งครรภ์ก็มีปัญหาเช่นกัน ท่านผู้ฟังลองคิดดูนะครับ หากหญิงสาวหลายเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาทีนี้ก็จะทำงานไม่ได้ใช่ไหมครับ ทางแก้ของสถานบันเทิงแห่งนี้เพื่อให้หญิงสาวเหล่านั้นสามารถกลับมาทำงานบริการต่อได้ก็คือการจับหญิงสาวเหล่านั้นมาทำการยุติการตั้งครรภ์หรือการรีดเด็กออก
กระบวนการเป็นอย่างไรอันนี้ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่แค่คิดว่าต้องทำการยุติการตั้งครรภ์ในสมัยนั้นก็ขนลุกแล้ว คิดดูสิครับสถานที่เริงรมย์สำหรับชายหนุ่มในขณะเดียวกันกลับเป็นสถานที่สุดแสนจะโหดร้ายและน่าสลดสำหรับหญิงสาว
วันเวลาผ่านไปครับสถานบริการในคราบสถานบันเทิงแห่งนี้ประสบกับปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจ จนดำเนินกิจการต่อไปไม่ได้ทำให้สถานที่แห่งนี้ต้องปิดตัวลง แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นครับแทนที่จะมีการขายให้ผู้อื่นดำเนินกิจการต่อ สถานที่แห่งนี้กลับถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง ทรุดโทรมตามกาลเวลา ประกอบกับเรื่องราวในอดีตของสถานที่แห่งนี้ที่มีการบังคับขู่เข็ญหญิงสาวให้มาขายบริการจนเสียชีวิตจากทั้งการถูกทารุณกรรมและการติดโรคร้าย ไหนจะเรื่องราวของการบังคับหญิงสาวตั้งครรภ์อีกหลายรายรีดเด็กออกอีก
แม้จะไม่มีบันทึกว่ามีกี่ชีวิตที่ต้องจบลงที่สถานบันเทิงแห่งนี้และมีเด็กกี่คนที่ถูกรีดออกมา แต่จากปากคำบอกเล่าจากชาวบ้านละแวกนี้ก็ตรงกันว่ามีจำนวนเยอะมากๆ ทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกกันว่าเป็นสุสานของโสเภณีนั่นเอง
ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่าเมื่อก่อนตอนสถานบันเทิงแห่งนี้ปิดตัวไปใหม่ๆ ชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงของหญิงสาวหรือเด็กร้องขอความช่วยเหลือในตอนกลางคืนออกมาจากสถานบันเทิงแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็เป็นเสียงร้องไห้ บางครั้งก็เป็นเสียงร้องโหยหวนพร้อมกันหลายคน แรกๆ ชาวบ้านก็ยังไม่ได้คิดอะไรครับ มีการเข้าไปดูเพราะนึกว่าเป็นคนจะได้ช่วยเหลือได้ทัน
แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งหรือกี่คนที่เจอเหตุการณ์นี้ก็พูดตรงกันว่าเข้าไปก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ทีนี้ชาวบ้านก็เริ่มรู้แล้วครับว่ามันไม่ปกติ ไม่น่าจะใช่เสียงคนแล้วแน่ๆ น่าจะเป็นวิญญาณของบรรดาโสเภณีที่เสียชีวิตและยังไปเกิดไม่ได้ หลังๆ จึงไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าเข้าไปดูหรือเฉียดใกล้ที่นี่ในตอนกลางคืนอีกเลยครับ
พอเรื่องราวของสุสานโสเภณีแห่งนี้เริ่มดัง ก็จะต้องมีนักลองของ รายการทีวีต่างๆ เข้าไปแวะเวียนเยี่ยมชมอยู่เป็นระยะ แต่ด้วยความเฮี้ยนหรืออะไรไม่ทราบ ยังไม่พบว่ามีใครกล้าพอที่จะเดินเล่นรอบๆ ได้อย่างละเอียดได้ครับ ผู้คนที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้บอกเล่าว่าที่นี่บรรยากาศตอนกลางคืนน่ากลัวมาก ด้วยความที่ไม่มีไฟฟ้าทำให้รอบข้างมืดสนิท ทางเข้าจะมีรั้วโบกปูนขนาดใหญ่ กำแพงสูง 2 เมตร ปิดทึบ ด้านบนเป็นรั้วลวดหนามป้องกันการปีนหลบหนี
ด้วยความที่ปิดมานานกว่า 10 ปี ทำให้สถานที่นี้กลายเป็นที่รกร้าง มีกลิ่นเหม็นสาปแรงออกมาจนถึงบริเวณด้านนอกอาคาร ทางเดินด้านในซับซ้อนเหมือนเขาวงกต มีห้องโถงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องกระจกสำหรับให้หญิงสาวที่ค้าบริการออกมารับแขก ปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นที่จุดธูปขอขมาสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมเยือน
เมื่อสำรวจต่อจะพบว่ามีห้องย่อย ๆ ภายในอีกมากกว่า 20 ห้อง กระจกห้องต่างๆ แตกละเอียดหมดแล้ว บางห้องมีเสาตกน้ำมัน มีห้องมืดขนาดเล็กและห้องลับใต้ดินที่ไว้ขังทำโทษหญิงสาวที่พยายามหลบหนี ไม่เชื่อฟัง หรือติดโรคร้ายใกล้จะเสียชีวิต ห้องหลายห้องมีสายสิญจน์พาดผ่านอย่างไม่ทราบที่มาที่ไป หน้าห้องหลายต่อหลายห้องก็พบว่ามีเครื่องเซ่นวางอยู่
นอกจากนี้ยังน่าสงสัยว่าตอนที่นี่เลิกกิจการนั้นต้องย้ายออกอย่างกะทันหันหรือไม่ เพราะด้านในอาคารยังคงมีที่นอน หมอน เสื้อผ้า รองเท้า สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ จดหมายที่บางฉบับยังพออ่านได้ มีการบรรยายถึงความทุกข์ทรมานในการที่ต้องอยู่ที่นี่ บางฉบับมีการเขียนถึงคนรัก รวมทั้งยังมีรูปถ่ายของหญิงสาวประจำห้องนั้นๆ หลงเหลืออยู่ ขนาดผมไม่เคยไปด้วยตัวเองยังรู้สึกขนลุกตามเลยครับ
เคยมีคนไปลองของที่นี่จนเจอสิ่งเร้นลับแล้วไปเล่าในรายการคนอวดผีเลยนะครับ เรื่องค่อนข้างน่ากลัวอยู่ครับ เรื่องมีอยู่ว่ามีวัยรุ่นกุ่มหนึ่งไปเที่ยวลองของที่สุสานโสเภณีแห่งนี้ พอถึงที่ก็โยนระเบิดทำมือเข้าไปแล้วถ่ายคลิปเก็บไว้ วัยรุ่นคนที่เล่าเรื่องนี้เล่าว่าตัวเองเป็นคนปาระเบิดเป็นคนสุดท้ายก่อนจะกระโดดซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งจากไป
แต่ทว่าเพื่อนที่ไปด้วยกันภายหลังได้มาเล่าว่าท้ายรถยังมีผู้หญิงหน้าตาสละสลวย ผมยาวมัดผม ซ้อนท้ายต่ออีกคนหนึ่ง พอกลุ่มของพวกเขาขี่รถผ่านไปได้สักพักก็มีคนหนึ่งในกลุ่มได้อาเจียนออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ วัยรุ่นกลุ่มนี้ก็เริ่มกลัวแล้วสิครับเลยเลี้ยวรถเข้าวัดเพื่อไปขอขมากัน แต่ทว่าธูปที่ตั้งใจจะปักขอขมากลับปักไม่ลงดิน พวกเขาจึงไปปักที่ง่ามไม้แทน แต่ทว่าพอปักเสร็จธูปก็หล่นทันทีทั้งที่ตอนนั้นไม่มีลม เหมือนเป็นสัญญาณว่าไม่รับการขอขมา
รุ่งเช้าพบว่าเพื่อนที่ไปด้วยกัน 3 คน ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ส่วนตัวผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องนี้ในรายการบอกว่าตัวเขาก็ถูกทักเสมอๆ ว่ามีหญิงสาวชุดเขียวซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำทั้งที่มักจะเดินทางคนเดียว จนสุดท้ายตัดสินใจไปปรึกษาพระและบวชเพื่อเป็นการขอขมาในที่สุด
ครั้งหนึ่งเคยมีรายการผีได้จัดอันดับ 7 สถานที่เฮี้ยนและให้ดาราเข้าไปคนเดียว ซึ่งสุสานโสเภณีแห่งนี้ติดอันดับนั้นด้วย โดยคุณบุ๋ม ปนัดดา ได้เป็นผู้ที่ไปลองของที่สถานที่แห่งนี้แต่ก็ประสบกับเหตุกาณ์แปลกประหลาดจนไม่สามารถปฏิบัติภารกิจจนจบได้ ซึ่งคลิปเหตุการณ์นี้ปัจจุบันก็ยังสามารถหาดูได้อยู่เลยครับ
นอกจากนี้คนที่เคยเข้าไปหลายคนเล่าว่าระหว่างเดินอยู่ด้านในมักจะพบกับหญิงสาวที่พูดภาษาไทยไม่ชัดที่ปรากฏตัวและหายตัวไปอย่างปริศนา หลายคนก็พบกับเหตุการณ์หลังจากกลับจากที่นี่ก็มีหญิงสาวหน้าตาสละสลวยสวมชุดสีแดงติดตามกลับมาด้วย
ปัจจุบันสุสานโสเภณีแห่งนี้ถูกปิดกั้นให้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลแล้วครับ ผู้คนที่อยากลองดีไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้แล้ว หลงเหลือไว้เพียงตำนาน เรื่องเล่า ของสถานที่ทารุณโหดร้ายแห่งนี้ สุดท้ายนี้ทางช่อง Hi Story ที่นี่มีเรื่องเล่า ขอให้ดวงวิญญาณทุกดวง ณ สุสานโสเภณีแห่งนี้ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วยนะครับ
#สุสานโสเภณี #กาญจนบุรี #ประวัติ #history #ที่นี่มีเรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #gstory
โฆษณา