10 ก.ค. เวลา 03:03 • ปรัชญา
คนเราสะสมบุญกุศลบารมีมาไม่เหมือนกัน มีเหตุต่างๆ ไหลมาเกิดขึ้นที่กาย ที่จิตอาศัยไม่เหมือนกันเลย ชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง รูป เวทนา สังขาร วิญญาณ .ไม่คงที่..เราอาศัยเค้าอยู่ แต่เราก็ไม่เรียนรู้ ไม่ทำความรู้จักสิ่งที่จิตนั่นอาศัย ก็หลงใหลยึดสิ่งที่จิตอาศัยนั้นเป็นของเรา
ที่จริง การดำเนินชีวิต มันก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในเรื่องราวของอารมณ์ นึกคิด ที่ห้อมล้อมจิต ที่อาศัยอยู่สังขารกรรม แต่เราก็ไม่รู้จัก อารมณ์นึกคิด ที่สั่งจิตให้ใช้กาย ไปทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ มีกิริยาต่างๆ มีความอยากได้ อยากมี มีเงินมีทอง มีสิ่งอำนวยสะดวกมาบำรุงบำเรอกาย ..ทำอะไรก็กลัวเหน็ดเหนื่อย ขี้เกียจไม่อยากทำ กลัวสกปรกเลอะเทอะ บางที่ก็ทำตนเหมือนคนปัญญาอ่อน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาคนนั้นคนนี้มาทำให้
เมื่อมาเจอะเจอ พระที่ท่านปฏิบัติ ครั้งแรก ที่พบท่าน ก็..ตอนนั้นไปพักที่กุฏิท่าน ท่านบอกว่า คนเราอยู่กับอารมณ์ ก็ไม่รู้จักอารมณ์ อยู่กับกรรม ก็ไม่รู้จักกรรม ..แล้วก็พระบอกว่า มาที่นี่ ให้ศึกษา อยู่สามอย่าง เรื่อง กาย อารมณ์ จิต แล้วท่านก็บอกว่า มาเรียนๆกัน แล้วจะสนุก
พอเจอท่านครั้งแรกนั้น ท่านก็พูดให้ฟังว่า จิตที่เค้า .แข็งแรง เค้าส่งภาพเสียงเค้าไปในจิตได้ นั่นก็ทำให้เรา ค่อยทำความเข้าใจ ในเรื่องราว ที่ค้างคาใจ ที่เพื่อนชวนไป ไปเจอะเจอร่างทรง ..เค้ามีการสวดบทระเวท
แล้วให้เรา นั่งทำสมาธิ ..ไอ้เราก็ได้แต่นึกถึงพระ เค้าสวดเป็นชั่วโมง ก็มีภาพ คนนั่ง สี่กร ..ร่ายรำอยู่ตรงหน้า ..มีเสียงบอกให้เราทำตาม เราก็กดมือไว้แน่น ไม่ขยับเขยื้อนทำตามที่ภาพเสียงที่บอก เราก็ได้เล่าให้ท่านฟัง .
ท่านบอกว่า หากเราทำตามเค้่า ..นั้น สิ่งที่มองไม่เห็น ก็เข้ามาที่กายเป็นร่างทรง เค้าเรียกว่า ไปรับตัวกระทำ ตั้องไปทำบายศรี รับขันธ์ .กายเป็นร่างทรง รับผีเข้ามาในกาย .อวดเก่ง อวดอิทธิฤทธิ์ .แต่ก็ไม่รู้จักกรรม พอเรียนรู้จัก เรื่องราวพวกอิทธิฤทธิ์ต่างๆ โอ้ว..มันนำพาจิตลงนรกทั้งนั้น .ยิ่งเรี่องเจ้าพ่อเต้าแม่ ไสยศาสตร์ตุ๊กตา คาถาอาคม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ .มันมีแต่สีดำสีม่วง เมื่อจิตไม่มีกายยังตามไปเสียบจิต ลงนรก มันน่าเสียดาย ชีวิตมนุษย์มีเวลาแปดสิบปี แล้วต้องไปอยู่ในสถานที่ทุกข์ยาวนาน เป็นหมื่อเป็นแสนปี
การที่ได้เจอะเจอพระ .ที่เราก็นับถือท่าน ก็ไปๆมาๆ ท่านก็ชี้แนะ เรื่องราวอะไรต่างๆ ในการปฏิบัติ ที่ท่านบอกว่า การเรียนรู้นั้น เค้าทำไป จนเห็นตัวอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ภายในกาย ..ทำไปจนเห็นอารมณ์นั้นไปดึงตัวกระทำ ..อารมณ์นั้นสร้างตัวกระทำต่างๆ
คราวนี้เรื่องอารมณ์ นั่นมันมีมากมายก่ายกอง เราจะลดละอย่างไร ท่านก็บอกให้ทำที่ตัว เรียนรู้ ที่อารมณ์ไปที่ละตัว เช่น เราว่า จะไม่ให้อารมณ์ ไม่พอใจเกิดขึ้นที่ตัวเรา ..พออารมณ์ไม่พอใจเกิดขึ้น เราก็หยุดยั้ง มาดูที่ลมหายใจ ให้จิตนิ่งๆ อ้อ..อารมณ์อย่างนี้ เรียกว่า ตัวไม่พอใจ แล้วก็สังเกตดู เวลาไม่พอใจ มันมีอะไรเกิดขึ้น ที่หน้าตา วิญญาณทั้งหก ..เราก็เรียนรู้ไปไปที่ละตัว เอ้า ต่อไป..ก็ตัวเห็นตัวเองดีแล้ว ..เราก็ค่อยๆเรียนรู้ไป ..มันมีมากมาย ตัวติเตียน ตัวรำคาญ ตัวอิจฉาตาร้อน ตัวอยาก ตัวโมโห ตัว โกรธ
พอเรียนมากเค้า ก็มีพระมาสอน เรื่องราวของการสร้างบุญกุศล ในสมัยต้นพุทธกาล เค้าทำกันอย่างไร ที่คนสมัยนั้น ผู้ที่มีบุญเค้ามาเกิด ท่านก็สอน ตั้งแต่การกราบ กราบดีๆ ใช้กิริยาดี ทำมันขึ้นมา ให้ตาบันทึกภาพเสียงของตัวเอง เพื่อบันทึกลงไปในจิต ในธาตุทั้งสี่ กราบอย่างไร ถึงจะถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ..เกิดแสงรัตนะขึ้นมา ในการกราบ .แต่ละครั้ง
การปฏิบัติแต่ละครั้ง เมื่อเริ่มต้นดี มันก็ดีไปตลอด เข่น เราว่า ตั้งใจปฏิบัติธรรม นั่งพับเพียบ ครึ่งชั่วโมง ภาวนา พุทโธ เมื่อเริ่มต้นดี ก็จะดี ไปตลอดการปฏิบัติ .ในครึ่งชั่วโมงที่เราตั้งใจทำ
พอมาถึงตรงนี้ ก็มีเรื่องราวของคำว่า แสงสีรัตนะให้ได้เรียนรู้ ในเรื่องราว กายกรรม กายบุญ กายบารมี ไปจนเรื่องราวของกายพระ พอมาดู ก็เป็นเรื่องราวที่ว่า เรียนไปก็สนุกสนานในการเรียนรู้ ที่ว่าเป็น มะโนทะศึกษาของจิต ..คือ ต้องเอาจิตที่เกิดมา ได้กายเป็นมนุษย์ มาเรียนรู้ สนุกสนานในการเรียนรู้ อ่อนน้อมถมตน เหมือนเด็กน้อย ที่มีพระท่านช่วยสอนเด็กๆตัวน้อยๆที่ซุกซ่อน ได้เรียน
เหมือนไปเข้าเรียนอนุบาล ชีวิตมันก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะมีครูเมตตา ท่านช่วยสอนให้ นี่ หากไม่มีพระท่าน ช่วยบอก ช่วยแนะนำสั่งสอน..ก็คงซุกซนไปเรื่อยๆ คลุกโคลนตมไปเรื่อยๆ ไม่อาบน้ำอาบท่า ชำระสะสางกายวาจาใจไม่เป็นเลย
การที่ได้เรียนรู้จักเรื่องราวของบุญกุศล ..ก็ทำให้ได้เรียนรู้จัก เรื่องราวของจิตที่ไม่มีกาย .ที่จิตออกจากกายไปเมื่อหมดลม แหม..ตอนมีชีวิต เค้ายอกให้สร้างบุญกุศล ทำเป็นหยิ่งผยอง หลงว่ามีเงินมีทองอำนาจวาสนา ยศสรรเสริญ ไม่สนใจ ..พอจิตไม่มีกายเท่านั้นแหละ .. ก็ร้องขอ ..ช่วยด้วยๆ ส่งบุญให้ฉันบ้าง .นี่เคยเห็น ..ไม่นึกว่า จะเป็นไปได้ ..พอจิตไม่มีกายมนุษย์ จิตก็เปลี่ยนไปอาศัยรูปเปรต ตัวสูงๆ ขายาวๆ เท่าต้นตาล ..ดูแล้วก็ ..ไม่น่าเป็นไปได้ ..น่าสงสาร ..แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะไปด้วยรูปอย่างนั้น เพราะทำมาเอง
การได้เรียนรู้จัก จิตที่เค้าไม่มีกายมนุษย์แล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้จักว่า ตายแล้วจิตไม่สูญ ไปตามกายทีสลายหายไปจากโลก เราก็สะสมเตรียมสะเบียงของเรา สร้างบุญกุศลบารมีเก็บไว้ที่ธาตุทั้งสี ให้ธาตุทั้งสี่ นั้นมีบุญกุศล ที่จะนำพาจิตไปเรา ทีสถานที่ดีๆ เหมือนเป็นเมล็ดพืช ที่หว่านในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ มีดินฟ้าอากาศที่ดีๆ สะอาดสะอ้าน .จะได้เกิดมา มีพ่อแม่เป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างบุญกุศลบารมี ทุกชาติไป เราสร้างบุญกุศล เพื่อที่จะหนุนนำ ให้ยุติการเกิดแก่เจ็บตาย.เกิดที่ไรมันก็ทุกข์ .ยุติเกิดได้ ดีที่สุด
โฆษณา