10 ก.ค. 2025 เวลา 06:33 • ข่าวรอบโลก

🇮🇩🤝🇺🇸 อินโดฯ–สหรัฐฯ เขย่าโลก "แร่หายาก" ขยายพันธมิตรใหม่ ปักหมุดอำนาจในศตวรรษที่ 21

🇮🇩🤝🇺🇸 Indonesia–US Deepen Critical Minerals Alliance in Global Power Realignment
🎯 การเจรจาที่มากกว่าภาษี: "แร่หายาก" กลายเป็นหมากสำคัญ
อินโดนีเซียในฐานะประเทศผู้ผลิต "นิกเกิล" อันดับต้นของโลก กำลังใช้โอกาสจากการถูกตั้งภาษี 32% จากสหรัฐฯ เป็น "แต้มต่อ" เพื่อขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านแร่หายาก (Critical Minerals) ซึ่งรวมถึงนิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์—แร่หลักในการผลิตแบตเตอรี่ EV และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
🟠 สำหรับสหรัฐฯ การเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้โดยไม่พึ่งจีนมากเกินไป ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม
📌 อินโดนีเซียเองก็เสนอเปิดตลาดสินค้าอเมริกันเกือบ "0%" และเร่งดีลการลงทุนจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 34,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนภาษี
🌏 Ripple Effect ถึงไทย: ไทยได้หรือเสียอะไรจากดีลนี้?
แม้ไทยจะไม่ใช่ผู้ผลิตแร่หายากหลัก แต่ไทยอยู่ในห่วงโซ่ผลิต EV อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ ซึ่งล้วนได้รับอิทธิพลจากต้นน้ำอย่างอินโดนีเซีย
🔹 หากอินโดนีเซียส่งออกแร่ได้มากขึ้น ไทยอาจได้วัตถุดิบถูกลงในการผลิต EV และแบตเตอรี่
🔹 แต่หากการลงทุนเทมาอินโดฯ มากเกินไป ไทยอาจเสียโอกาสในการเป็นฮับการผลิตและลงทุนในภูมิภาค
🔹 และหากสหรัฐฯ ปรับแนวนโยบายต่อ ASEAN อย่างเข้มข้นขึ้น ไทยอาจต้องเร่งกำหนดยุทธศาสตร์กลางระหว่างจีน–สหรัฐให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
📊 แรงสะเทือนถึงหุ้นไทย: ใครบ้างควรจับตา?
🔷 STA (ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี) และ NER (นอร์ทอีส รับเบอร์) – ผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ของไทยอาจได้อานิสงส์หากสหรัฐฯ เปิดรับสินค้าจาก ASEAN เพิ่มขึ้น
ยางพาราเป็นวัตถุดิบที่ใช้ใน EV และเครื่องจักรกล สอดคล้องกับแนวโน้มการกระจายซัพพลายจากจีน
🔷 KCE (เคซีอี อีเลคโทรนิคส์) และ HANA (ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์) – ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง หากแร่จากอินโดนีเซียไหลสู่ตลาดมากขึ้น
🔷 EA (พลังงานบริสุทธิ์) และ GPSC (โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่) – หากอินโดนีเซียสามารถส่งแร่แบตเตอรี่ได้มากขึ้น EA และ GPSC ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบตเตอรี่จะมีโอกาสลดต้นทุนในระยะกลาง
🔷 RCL (อาร์ ซี แอล) และ PSL (พรีเชียส ชิพปิ้ง) – หุ้นเดินเรือที่อาจได้แรงหนุนจากการค้าระหว่างประเทศที่คึกคักขึ้น โดยเฉพาะหากมีการขนส่งแร่และวัตถุดิบจากอินโดนีเซียสู่ตลาดโลกมากขึ้น
🔷 TFM (ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์) และ KBS (น้ำตาลครบุรี) – หุ้นสินค้าเกษตรที่อาจได้อานิสงส์ทางอ้อมจากดีลการค้าข้าวโพด ข้าวสาลี และฝ้าย ซึ่งอินโดฯ เซ็นกับสหรัฐฯ หากปริมาณความต้องการอาหารสัตว์ในภูมิภาคขยายตัว
💡 การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์
การเจรจาระหว่างอินโดนีเซียและสหรัฐฯ ครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่การ "ลดภาษี" แต่คือจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบห่วงโซ่โลจิสติกส์และแร่หายากใหม่ทั้งภูมิภาค
📍 อินโดนีเซียอาจขึ้นแท่นเป็น “พันธมิตรแร่หายาก” ของสหรัฐฯ ในเอเชีย
📍 ไทยต้องวางแผน "ต่อจิ๊กซอว์" ให้ตนเองอยู่ในห่วงโซ่ที่แข็งแรง ไม่ใช่เพียงเป็นแค่ศูนย์ประกอบ (Assembly Hub)
📣 คุณคิดอย่างไร?
อินโดนีเซียกำลังเดินหน้าเร็วมาก ไทยควร "เร่ง" หรือ "เลี่ยง" ในเกมแร่หายากและการค้าเสรีในภูมิภาคนี้?
🇹🇭 ไทยควรยืนจุดไหนในสมรภูมิใหม่นี้?
แสดงความคิดเห็นของคุณได้เลยนะคะ!
📌 Hashtags ที่เกี่ยวข้อง:
#BattleOfEconomies #แร่หายาก #CriticalMinerals #อินโดนีเซีย #USIndonesia #Geoeconomics #EVbattery #EVSupplyChain #GlobalTrade #หุ้นไทย #SET #เศรษฐกิจโลก #วิเคราะห์หุ้น #ParkSightAnalysis #ParkSightGlobal #ParkSightIntelligence

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา