Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ย่านนี้ดีจัง
•
ติดตาม
30 ก.ค. 2025 เวลา 01:10 • ไลฟ์สไตล์
พิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์โล้วเฮงหมง LHM Motorcycle Museum
รู้จักท่าเรือ รู้จักโล้วเฮงหมง
ผ่านจุดตั้งต้นของความรักและการแบ่งปัน
ในยุค 1960s และ 1970s ประเทศญี่ปุ่นได้ส่งมอเตอร์ไซค์ออกสู่ตลาดโลกเป็นจำนวนมากรวมถึงประเทศไทยทั้ง Honda Kawasaki Yamaha และ Suzuki การตีตลาดด้วยราคาที่ถูก และคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้มอเตอร์ไซค์จากญี่ปุ่นเป็นที่นิยมในไทยเรื่อยมา อีกทั้งกระแสการฟื้นตัวของมอเตอร์ไซค์สไตล์ คาเฟ่เรเซอ (Café Racer) ส่งผลให้ในปัจจุบันมีการผลิตอะไหล่ทดแทนขึ้นมามากมาย
คนรักวินเทจไบค์จึงสามารถใช้เวลาไปกับการหาความรู้เรื่องกลไกเครื่องยนต์ การซ่อมบำรุงรักษา ยิ่งรถรุ่นเก่าๆ เหล่านี้มีระบบการทำงานของเครื่องยนต์ไม่ซับซ้อน ผู้ชื่นชอบจึงสามารถซ่อมแซมได้ด้วยเครื่องมือง่ายๆ
จะว่าไปแล้ว วินเทจไบค์ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม หรือแค่ได้ย้อนวันเวลาเท่านั้น แต่คนที่รักวินเทจไบค์สามารถทำให้มันกลับมามีชีวิตโลดแล่นไปบนถนน ริมทะเล หรือป่าเขาได้ด้วยมือของตัวเองอีกครั้ง
ในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์โล้วเฮงหมง หรือที่ต่างชาติรู้จักในชื่อ LHM Museum Kanachanaburi ตั้งอยู่ที่ถนนแสงชูโต ตำบลท่าเรืออำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่รวบรวมรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ Honda Kawasaki Yamaha และ Suzuki ในช่วงยุค 60-70 ไว้กว่า 300 คัน ที่คนรักวินเทจไบค์เห็นแล้วต้องใจสั่น และอยากพินิจพิเคราะห์นาน ๆ แน่ ๆ
คุณวรวุธ พงษ์วิทยภานุ เจ้าของกิจการโล้วเฮงหมง รุ่นที่ 3 และเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์โล้วเฮงหมง เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2557 กล่าวไว้ว่า
จากการที่โล้วเฮงหมง เป็นผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์มายาวนาน (ปัจจุบันคือกว่า 70 ปี) ทำให้มีรถมอเตอร์ไซค์เก่าสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งรถรุ่นเก่าๆ เหล่านั้นไม่สามารถขายได้ เนื่องจากลูกค้าต้องการรถรุ่นใหม่ๆ ดังนั้น จึงได้เก็บไว้ในโกดังสะสมมาอย่างยาวนาน
จนปัจจุบันตลาดเริ่มเปลี่ยน ลูกค้าเริ่มมีความนิยมนำรถรุ่นเก่าๆ มาใช้ และจำหน่าย เนื่องจากหาซื้อไม่ได้ในท้องตลาด จึงมีความคิดในการทำพิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์ "โล้วเฮงหมง" เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจมอเตอร์ไซค์ ได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมารวมทั้งวิวัฒนาการของรถจักรยานยนต์จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่
หากจะกล่าวว่ารถมอเตอร์ไซค์วินเทจเหล่านี้ คือเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งก็น่าจะว่าได้ เพราะสิ่งที่นำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้เป็นอย่างดี
เมื่อมองไปรอบๆ เราพบว่า รถมอเตอร์ไซค์วินเทจราว 300 กว่าคัน ถูกจัดเก็บเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ในพิพิธภัณฑ์ที่โปร่งโล่ง มีทั้งที่วางกับพื้น และที่วางเป็นแนวตั้ง แถมยังมีถึง 2 ชั้น
ผู้ชมสามารถเดินชมรถแต่ละคันที่ให้ข้อมูลยี่ห้อ ปีที่ผลิต รุ่น จำนวนซีซี ที่คนรักรถวินเทจเห็นแล้ว มีคำต่อท้ายได้อีกมากมาย เช่น Honda รุ่นสไมล์ 110 ซีซี ผลิตปี 2005 เป็นรถครอบครัว 2 จังหวะ รถรุ่นเดียวของฮอนด้าที่มีออกมาหลายลาย เป็นรถครอบครัวรุ่นเดียวที่มีโช้คหลังระบบโช้คเดี่ยว 4 เกียร์
หรือถ้าพูดถึง SUZUKI K90 ที่ผลิตในปี 1996 ก็อาจเป็นที่ชื่นชอบของวัยเก๋าหลายท่าน หรือ Honda Chaly เป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ภายในครอบครัว เพื่อใช้ขนของเล็ก ๆ น้อย ๆ ทางผู้ผลิตได้ทำออกมาโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือลูกค้าที่เป็นผู้หญิง ตัวรถจึงผลิตออกมาให้มีลักษณะที่กะทัดรัด
ส่วนไอเทมเด็ดยุค 90 ต้องรู้จัก Kawasaki Kr150 ราชันย์สปอร์ต 2 จังหวะ 150 ซีซี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นขวัญใจวัยซิ่งตลอดกาล เพราะทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังมีขับขี่กันอย่างแพร่หลาย
สำหรับคนรักรถมอเตอร์ไซค์วินเทจแล้ว เมื่อได้เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์น่าจะให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก โดยภายในประกอบด้วย 4 ส่วน คือ
หนึ่ง - ศูนย์เรียนรู้รถจักรยานยนต์
สอง - ศูนย์ประวัติศาสตร์ผู้ก่อตั้งรถจักรยานยนต์
สาม - ศูนย์วิวัฒนาการ โล้วเฮงหมง-ฮอนด้า-ยามาฮ่า ครบ 50 ปี
สี่ - ศูนย์สะสมโปสเตอร์รถจักรยานยนต์
แต่จุดที่น่าสนใจของโล้วเฮงหมง คือนอกจากจะทำธุรกิจ พิพิธภัณฑ์แล้ว ยังให้ความสนใจในการพัฒนาเมืองท่าเรือให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่แค่เมืองผ่านอีกต่อไป แต่อยากให้ผู้คนได้เห็นว่าเมืองแห่งนี้มีทั้งอาหารการกิน สถานที่ และศิลปะหลากหลายแขนงอีกด้วย
คุณวิทารณ์ พงษ์วิทยภานุ คณะกรรมการพัฒนาเมืองท่าเรือพระแท่น ทายาทรุ่นที่ 4 ของโล้วเฮงหมง และบุตรชายของคุณวรวุธที่เข้ามาสานต่อธุรกิจและดูแลพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า อยากให้ท่าเรือได้รับการพัฒนาและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่อไปในอนาคต
“ผมทำแผนที่ท่าเรือ เพราะอยากให้ทุกส่วนในท่าเรือได้เชื่อมโยงและแชร์ข้อมูลกัน ไปเที่ยวที่นี่แล้ว ก็ไปกินอาหารที่ไหนได้บ้าง หรือไปเที่ยวยังจุดต่างๆได้ด้วย ให้ผู้คนสามารถมาท่องเที่ยว ผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดน่าสนใจของเรา เช่น วัด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เรามีโรงหนังเก่า สถานีตำรวจเก่า ปั๊มน้ำมันเก่า หรือผมเองก็ได้รวบรวมคนทำงานศิลปะ ทำร้านกาแฟ ทำ Co-Working Space ทำคราฟท์เบียร์ หรือเซียนพระ สิ่งเหล่านี้เป็นความน่าสนใจของเมืองเราที่สามารถเชื่อมโยงกันได้”
แผนที่ท่าเรือที่คุณวิทารณ์ว่า ปรากฏอยู่ในส่วนแนะนำของหน้าเพจเฟซบุ๊ก “พิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์โล้วเฮงหมง กาญจนบุรี- LHM Museum Kanachanaburi” ชื่อว่า "เปิดลายแทง วันเดียวก็เที่ยวได้ ณ ตลาดท่าเรือ กาญจนบุรี "
เห็นแล้วบอกได้คำเดียวว่า ท่าเรือเป็นตำบลที่มีทั้งร้านอาหาร ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านกาแฟมากมาย แค่สถานที่ท่องเที่ยว นอกจากพิพิธภัณฑ์โล้วเฮงหมงแล้ว ยังมีจุดชมวิวริมน้ำหลังวัดท่าเรือ โรงเจเข่งซิ่วตั๊ว Street Art บริเวณชุมชนริมน้ำ Street Art ถนนแสงชูโต 6 โรงหนังเก่าท่าเรือ ตลาดสดท่าเรือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สถานีรถไฟท่าเรือน้อย สวนหลวง ร.9
ส่วนร้านอาหารนั้นมีให้เลือกหลากหลายมาก อย่างที่ทราบกันดีว่า ตำบลท่าเรือขึ้นชื่อเรื่องอาหารเส้น ดังนั้นไม่ควรพลาดที่จะได้ลิ้มลองก๋วยเตี๋ยวที่นี่ไม่ว่าจะก๋วยเตี๋ยวหมู เนื้อ หรือเย็นตาโฟล้วนมีทีเด็ดเคล็ดลับที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น หรือจะผัดไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ ต้มเลือดหมู หอยทอด ส้มตำคนที่นี่กระซิบบอกว่าเด็ด ต้องมาลองเที่ยวท่าเรือสักวัน แล้วจะเข้าใจว่าคนที่นี่มีของดีอย่างไร
ในวันนี้ที่โล้วเฮงหมงได้เชื่อมเอาผู้คน สถานที่ ร้านรวงไว้ในกระดาษแผ่นเดียว ทำให้เมืองนี้กลายเป็นหมุดหมายที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว สมเป็นเมืองของคนเก่งที่บุกเบิกธุรกิจจนประสบความสำเร็จ จนสามารถแบ่งปันความรักและความรู้ให้ผู้คนที่สนใจ เมืองที่คนรักการกินอยากกลับมาอีก และเมืองที่คนรักศิลปะและวัฒนธรรมจะสามารถทำงานร่วมกันกับชุมชนจนเกิดเป็นความรุ่มรวยของทุนทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนต่อไป
พิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์โล้วเฮงหมง เปิดจันทร์-เสาร์ เวลา 8.00 - 17.00 น.
................
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชน "12 พื้นที่วิจัย 44 ย่านวัฒนธรรมชุมชน" ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง "การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้รับทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ
#ย่านนี้ดีจัง
#12พื้นที่วิจัย44ย่านวัฒนธรรมชุมชน
#งานวิจัยสื่อวัฒนธรรมชุมชน
ผู้เขียน : อาจารย์เสาวลักษณ์ ศรีสุวรรณ สาขาวิชาบรอดคาสติงและสื่อสตรีมมิง คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก “พิพิธภัณฑ์รถจักรยานยนต์โล้วเฮงหมง กาญจนบุรี- LHM Museum Kanachanaburi”
ท่องเที่ยว
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย