7 ส.ค. 2025 เวลา 04:00 • ธุรกิจ

‘ชงดี’ ชาไม่ส้มผู้มาก่อนกาล ลาออกจากเอเจนซีโฆษณา สู่ร้านชา ยอดขาย 1 แสนแก้ว/เดือน

คุยกับ “ก้อย-สุรีย์พร” อดีตเอเจนซีสาวผู้ก่อตั้ง “โรงชาชงดี” ร้านชาใต้ซีลอนไม่ใส่สีส้ม ลาออกจากงานประจำช่วงโควิด หันมาปั้นธุรกิจร้านชาจนโด่งดังภายใน 2 สัปดาห์ ผุดไอเดียแถม “ปาท่องโก๋” ทุกแก้ว ปีนี้มีครบ 15 สาขา กางแผนชิมลางต่างจังหวัด-ไปต่างประเทศภายในปี 2569
ท่ามกลางกระแส “ชาไทยไม่ส้ม” จากร้านชาไทยหลายแห่งในตลาด “ชงดี” (Chongdee) คือหนึ่งในร้านชาไทยที่ได้รับอานิสงส์จากปรากฏการณ์ดังกล่าวไปด้วย ไม่ใช่เพราะรังสรรค์เมนูชาไทยไม่ใส่สีออกมาตีตลาดเหมือนเพื่อนบ้าน แต่เพราะที่นี่มีเมนูชาไม่ใส่สีตั้งแต่วันแรก ทั้งยังเป็นที่จดจำด้วยคาแรกเตอร์ชาสีน้ำตาล พร้อมปาท่องโก๋อีก 2 ชิ้นแถมฟรีทุกเมนูภายในร้าน
หากย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นแรกสุด “ชงดี” ไม่ได้เกิดจากนักธุรกิจผู้คร่ำหวอดในวงการอาหาร “ก้อย-สุรีย์พร พูนศักดิ์ไพศาล” ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงชาชงดี ทำงานด้านในบริษัทเอเจนซียักษ์ใหญ่มากกว่า 10 ปี ตัดสินใจลาออกจากงานประจำในช่วงเวลาที่ทุกคนบอกให้กอดงานประจำแน่นๆ เพราะอยากสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองจริงๆ สักที ซึ่งนอกจาก “ก้อย” ยังมีพี่สาวและพี่เขยที่จับมือกันลาออกจากงานประจำ เพื่อมาสร้างร้านชาใต้แบบที่พี่เขยของก้อยบอกว่า ยังไม่สามารถหากินที่ไหนในกรุงเทพฯ ได้เลย
“ก้อย” เล่าว่า ไอเดียแรกสุดในการทำชงดีมาจากพี่เขยซึ่งมีพื้นเพทางภาคใต้ จึงชินกับรสชาติ กลิ่น สี แบบชาใต้แท้ๆ ที่ไม่ใส่สีส้ม พอมาอยู่กรุงเทพฯ สักพัก เธอมักได้ยินพี่เขยพูดถึงรสชาติชาไทยที่กรุงเทพฯ และชาไทยทางใต้บ่อยๆ ว่า รสชาติไม่เหมือนกัน ที่นี่หาชาใต้กินแทบไม่มี “ก้อย” จึงบอกพี่เขยว่า ให้พาไปชิมที่ใต้สักครั้งหรือส่งมาให้กินที่นี่ก็ได้
หลังจากได้ลิ้มรสก็ติดใจทันที เพราะชาแบบนี้หากินในกรุงเทพฯ ยากมาก จึงคุยกับพี่สาวและพี่เขยว่า อยากนำชาใต้มาขายที่กรุงเทพฯ ขณะนั้น “ก้อย” ทำงานเอเจนซีโฆษณายักษ์ใหญ่ ส่วนพี่สาวและพี่เขยทำงานด้านการเงินตำแหน่งระดับผู้บริหาร ช่วงที่ทุกคนทำงานอยู่บ้านเหมือนกันหมดก็เริ่มรู้สึกตรงกันว่า อยากออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำพร้อมกันทั้งสามคน
ประจวบเหมาะกับจังหวะที่ได้มีโอกาสเรียนคอร์สผู้ประกอบการกับเซ็นทรัล ช่วงเวลาก่อนจบคอร์ส ทุกคนต้องออกมาพิชชิ่งแผนธุรกิจ ปรากฏว่า ก้อยชนะเลิศอันดับ 1 “เซ็นทรัล” จึงเสนอพื้นที่เล็กๆ ราว 8 ตารางเมตรในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวเพื่อให้ทดลองเปิดร้าน Pop-up ระยะเวลา 3 เดือน ดูสิว่า จากแผนในกระดาษวันนั้น ถึงเวลาขายจริงจะเป็นอย่างไร
เป็นความโชคดีที่ได้เข้าไปอยู่ในห้างทราฟิกหลักแสนคนต่อวัน สัปดาห์แรกยังไม่มีความเคลื่อนไหว เพราะเป็นแบรนด์ใหม่ที่คนไม่รู้จัก แต่สองสัปดาห์ให้หลัง “ชงดี” ก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “ก้อย” บอกว่า ตอนนั้นมีบล็อกเกอร์และเพจรีวิวสายกินชื่นชอบ แล้วนำไปบอกต่อจนเริ่มเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดีย เมื่อจุดติดแล้วก็มีคิวแน่นตลอด 3 เดือนเต็ม พิสูจน์ได้แล้วว่า จากแผนธุรกิจในกระดาษวันนั้น ขายได้จริง ทำเงินได้จริง
แผนธุรกิจปีนี้ “ก้อย” บอกว่า จนถึงสิ้นปี 2568 “ชงดี” จะมีครบ 15 สาขา ยังโฟกัสพื้นที่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เพราะมองว่า มีโอกาสอีกมากมายที่จะโตต่อทั้งในปีนี้และปีหน้า ด้านแผนไปต่างประเทศเธอบอกว่า
ทุกวันนี้มีต่างชาติชักชวนไปเปิดแทบทุกวัน ทั้งโซนเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง โอกาสที่จะขยายทั้งในและต่างประเทศไปพร้อมๆ กันก็มีความเป็นไปได้ ถ้ามีความพร้อมคงเลือกปักหมุดประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงก่อน ซึ่งก็ไม่ลืมที่จะทำการตลาดในไทยไปด้วย ทั้งการทำ Collaboration ออกเมนูใหม่ และทำคอนเซปต์ร้านในสาขาใหม่ๆ โดยปีนี้ “ก้อย” ตั้งเป้ารายได้รวมทุกสาขาที่ “100 ล้านบาท”
โฆษณา