Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ย่านนี้ดีจัง
•
ติดตาม
18 ก.ค. 2025 เวลา 02:09 • ไลฟ์สไตล์
ถนน อินทยงยศ
เพลิดเพลินเยือนถิ่นรุ่มรวยวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าลำพูน
ใครมาลำพูนแล้วไม่ได้มาเยือนย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยความรุ่งเรืองสะท้อนยุคสมัยในแต่ละช่วงความเจริญก้าวหน้าของความเป็นเมือง อีกทั้งยังเป็นแหล่งวัฒนธรรมล้ำค่าของเมืองลำพูน อาจกล่าวได้ว่ายังมาไม่ถึงลำพูนก็ว่าได้
โครงการบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชน "12 พื้นที่วิจัย 44 ย่านวัฒนธรรมชุมชน" ได้อธิบายอย่างย่นย่อถึงย่านเมืองเก่าไว้อย่างน่าสนใจว่า “ย่านเมืองเก่าหรือย่านศาลากลางหลังเก่า เป็นย่านที่เน้นการผลิตเชิงวัฒนธรรม (Cultural Production Focus Districts) สร้างขึ้นในสมัยของเจ้าอินทยงยศโชติ (เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ 9)
เป็นถนนผ่านใจกลางเมืองเก่าลำพูน แหล่งรวมความเป็นยุคสมัย ทั้งงานเฉลิมฉลอง ร้านค้าที่อยู่คู่เมืองมาช้านาน อาทิ ร้านทำผม ร้านตัดเย็บ ห้องภาพ โรงทอผ้า กองประกวดนางงาม แหล่งรวมหญิงงาม สปอร์ตคลับ ฯลฯ คืออินทยงยศในความทรงจำก่อนจะมาเป็น "ถนนอินทยงยศ" ถนนสายวัฒนธรรมเก่าแก่ของลำพูนอย่างในทุกวันนี้
ถนนอินทยงยศจึงทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงของลำพูนแทบจะทุกยุคทุกสมัย ทั้งเป็นจุดเริ่มต้นในการรองรับความเปลี่ยนแปลง ความเจริญรุ่งเรือง การเติบโตทางธุรกิจ ศูนย์กลางราชการ ศูนย์รวมแฟชั่น จุดเริ่มต้นความทันสมัย กิจกรรมเก่า-ใหม่ ที่เกิดขึ้นอันเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนละเอียดอ่อน อีกทั้งลักษณะของการใช้ถนนสายนี้ยังคงดำเนินในรูปแบบเดิมมาจนถึงปัจจุบันอันเป็นภาพ ตัวแทนการเป็นศูนย์กลางของเมืองลำพูน”
และแม้จะมีปัจจัยหลากหลายที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงไป แต่ความรุ่งเรืองและวิถีชีวิตของชาวลำพูนก็สามารถปรับเปลี่ยน มีพลวัตที่จะยังความคึกคักและเติบโตให้กับกิจการ และกิจกรรมต่างๆ บนถนนสายนี้อย่างต่อเนื่องและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ และจะทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าถึงความเป็นลำพูนคือ การเดินเท้าเที่ยวเล่นเพลิดเพลินในย่านเมืองเก่า ที่สามารถแวะชมอาคารบ้านเรือนในยุคเก่าก่อน ทั้งที่ยังคงหน้าที่เป็นบ้านเรือนพักอาศัย หรือที่มีการปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นร้านค้าของคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคสมัยในแต่ละช่วงของการพัฒนาเมืองลำพูน
ผู้เชี่ยวชาญโคมล้านนาเล่าว่า ในยุคสมัยก่อนการวางผังเมืองของชาวลำพูนจะต่างจากผังเมืองของเมืองใหญ่ๆ ทั่วไปทั้งนี้เพราะชาวลำพูนในยุคก่อร่างสร้างเมืองยก “พระธาตุหริภุญไชย” เป็นศูนย์กลางและศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ดังนั้น บ้านเรือนแต่ละหลังในยุคนั้นจะหันหน้าเข้าหาพระธาตุหริภุญไชยเป็นหลัก การไหว้พระสวดมนต์จะหันไปทางทิศพระธาตุฯ และจุดประทีป จุดโคมแล้วแขวนไว้ด้านหน้าบ้าน
”คนลําพูนปฏิบัติอย่างนี้ ซึ่งหมายถึงว่าเขาบูชาไฟไหว้สาพระธาตุทุกวัน เพราะฉะนั้นลักษณะกฎเกณฑ์ของบ้านเรือนที่เขตเมืองเก่าที่หันหน้าเข้าสู่พระธาตุฯ มีความสำคัญ เราไม่จำเป็นต้องไปไหว้ตัวองค์พระธาตุ เราแสดงออกนอกพื้นที่ก็ได้”
”สิ่งที่เล่าไปไม่ได้เกิดกับทุกหลัง ในส่วนของคนรุ่นใหม่หรือคนที่เข้ามาอยู่ใหม่ที่ซื้อตึก แต่สิ่งที่เราเห็นหน้าที่หรือบทบาทของอาคารบ้านเรือนที่ว่า คือ คุ้มเจ้านาย ซึ่งผมยืนยันว่าในช่วงเปลี่ยนมาผ่านเกือบ 200 กว่าปี
ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เป็นยุคที่เราฟื้นฟู พัฒนามาจนขีดสุดในช่วงเจ้าหลวงอินทยงยศ คุ้มเจ้านายต่างปฏิบัติตามจารีตเดิมอันนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะไปดู เราก็จะเห็นได้ตามคุ้มเจ้านายเก่าๆ ซึ่งก็เหลืออยู่ประมาณซัก 6- 7 หลังในเขตเมืองเก่า ทุกวันนี้การอธิบายเรื่องนี้ก็จะมีความสลับซับซ้อนนิดหนึ่งตรงที่อาคารบางหลังอาจมีการปรับเปลี่ยนไป แต่ก็ยังน่าสนใจและน่าชมอยู่มาก“
นอกจากนั้น ยังมี unseen อีกอย่างในย่านเมืองเก่าลําพูนที่สามารถยกระดับเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่สนใจวัฒนธรรมมาเรียนรู้ นั่นคือธรรมมาสน์หลวงในวัดย่านเมืองเก่าของลำพูน
“ยืนยันได้ว่าลำพูนเป็นพื้นที่เดียวที่ธรรมมาสน์หลวงมีความโดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งการเทศน์มหาชาติพระภิกษุต้องขึ้นเทศน์ 13 กัณฑ์นั้น ทุกจังหวัดในภาคเหนือหรือล้านนาเรา อาจสร้างเป็นไม้แกะสลัก ซึ่งเรียกว่าที่กั้น เพื่อบังไม่ให้คนข้างล่างได้เห็นอากัปกิริยาของพระภิกษุตอนขยับกายขณะเทศน์ ที่ลำพูนเป็นที่เดียวที่ใช้ ”ผ้า“ เรียกว่า “ผ้ากั้งธรรมมาสน์”
ปัจจุบันนี้เหลืออยู่ประมาณ 5 วัดในเขตย่านเก่าเมืองลำพูน เช่น วัดศรีบุญเรือง วัดช้างรอง วัดประตูลี้ วัดธงสัจจะ ซึ่งมีบางวัดก็แขวนผ้ากั้งธรรมหลวงค้างไว้โดยไม่ได้ถอดออกเลย อันนี้เราก็สามารถเดินชมเที่ยวย่านในวัดต่างๆ ของลําพูนได้“
”ถ้าถามว่าสำคัญอย่างไร คือ โครงสร้างของผ้ากั้งธรรมหลวงนี้วิจิตรมาก ใช้ทั้งแก้วจืนหรือกระจกแก้วอังวะชิ้นเล็กๆ ปักลงไป ปักดิ้นเงินดิ้นทองเป็นรูปเทวดา เป็นรูปสัตว์พาหนะของพระอินทร์ ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งทักษะหรือเรื่องงานดิ้นเงินทองนี้เกิดก่อนขึ้นที่จะมีผ้ายกดอกด้วยซ้ำไป“
ภูมิปัญญาในการสร้างอาคารบ้านเรือนและความงดงามวิจิตรของผ้ากั้งธรรมหลวง คือสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่มรวยรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมที่สืบสานถ่ายทอดและส่งต่อมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างให้ท้องถิ่นมีรายได้ และเป็นทุนของชาติที่สามารถอวดสายตาชาวโลกได้อย่างภาคภูมิ
......................................................
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชน "12 พื้นที่วิจัย 44 ย่านวัฒนธรรมชุมชน" ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง "การพัฒนาเมืองแห่งทุนวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และเครือข่ายย่านวัฒนธรรมชุมชน" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้รับทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
----------------------------------
ทุนทางวัฒนธรรมชุมชน = ทุนชาติ
-----------------------------------
#ย่านนี้ดีจัง
#12พื้นที่วิจัย44ย่านวัฒนธรรมชุมชน
#ย่านเมืองเก่า
#ลำพูน
ผู้เขียน : สกุณี ณัฐพูลวัฒน์ นักเขียนอิสระ
ท่องเที่ยว
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย