Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บันทึกสุขภาพ ฉบับคนไม่ชอบออกกำลังกาย
•
ติดตาม
12 ก.ค. 2025 เวลา 12:32 • สุขภาพ
Movement is medicine: การเคลื่อนไหวคือยารักษา
การเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม จึงเปรียบเสมือน “ยาธรรมชาติ” ที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะนอกจากจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูข้อต่อแล้ว ยังช่วยให้ระบบประสาททำงานสมดุลมากขึ้น ความเครียดลดลง และจิตใจกลับมาสงบเย็นขึ้น
นี่คือหัวใจของ “การบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว” หรือ movement therapy ซึ่งยืนยันหลักการสำคัญว่า
“ร่างกายและจิตใจเป็นระบบเดียวกัน และการเคลื่อนไหวที่มีเจตนา สามารถใช้เป็นเครื่องมือเยียวยาทั้งกาย ใจ และอารมณ์ได้”
โยคะในฐานะการฝึกการเคลื่อนไหวที่เก่าแก่ที่สุดรูปแบบหนึ่ง จึงเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด ที่จะใช้ดูแล “ระบบร่างกายอันซับซ้อนนี้” ให้กลับคืนสู่ความสมดุลอีกครั้ง
ในยุคที่มนุษย์โหยหาความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและใจ เราเริ่มหันกลับมามองศาสตร์ที่มีรากลึกในวัฒนธรรมโบราณมากขึ้น โดยเฉพาะ “โยคะ” ที่ไม่ใช่เพียงแค่การออกกำลังกายแบบยืดเส้นยืดสาย แต่เป็นวิธีคิด วิธีหายใจ วิธีเคลื่อนไหว และวิธีอยู่กับตัวเอง
ขณะเดียวกัน วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้พัฒนาแนวทางใหม่ที่เรียกว่า Movement Therapy หรือการบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว ซึ่งเน้นการใช้ “การขยับร่างกายอย่างมีเป้าหมาย” เพื่อฟื้นฟูทั้งระบบร่างกาย สมอง และอารมณ์
แม้จะมาจากรากฐานต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง เราจะพบว่า โยคะกับ movement therapy มีหัวใจที่เหมือนกันอยู่มากมาย และเมื่อนำมาผสานกันอย่างรู้เท่าทัน ก็จะกลายเป็นแนวทางดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ลึกซึ้งและมีพลัง
โยคะ: การฝึกที่ลึกกว่าท่าทาง
คำว่า “โยคะ” มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต “Yuj” แปลว่า “การเชื่อมโยง” หมายถึงการเชื่อมโยงระหว่างกาย ใจ และลมหายใจ ไม่ใช่เพียงการฝึกท่าทาง (อาสนะ) เท่านั้น โยคะแบบดั้งเดิมจึงรวมถึงสมาธิ (Dhyana) การควบคุมลมหายใจ (Pranayama) และการตระหนักรู้ตนเอง (Self-awareness) อย่างลึกซึ้ง
ในแง่ของร่างกาย โยคะคือการเคลื่อนไหวที่ตั้งอยู่บนหลักของ สมดุล การประสานจังหวะกับลมหายใจ และความอ่อนโยนต่อร่างกายของตัวเอง ทุกการขยับต้องไม่รีบ ไม่ฝืน และไม่เบียดเบียนตัวเอง
Movement Therapy: การเคลื่อนไหวเพื่อการเยียวยา
ขณะที่ในทางตะวันตก การบำบัดด้วยการเคลื่อนไหวเกิดจากความเข้าใจใหม่ว่า การเคลื่อนไหวของร่างกายส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ สมอง ระบบฮอร์โมน และการเชื่อมโยงกับผู้อื่น
Movement therapy จึงไม่ได้ฝึกเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงหรือยืดหยุ่นเท่านั้น แต่ยังมุ่งเป้าไปที่การ
• ฟื้นฟูรูปแบบการเคลื่อนไหว (movement pattern) ที่สมดุล
• กระตุ้นระบบประสาทให้กลับมาทำงานร่วมกับร่างกาย
• เพิ่มความสามารถในการรับรู้และปรับตัวของกล้ามเนื้อ
• คลายความเครียดและภาวะตึงเครียดเรื้อรัง
• ช่วยให้บุคคลเชื่อมโยงกับอารมณ์และภาวะภายในได้ดีขึ้น
ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า หรือผู้ที่ผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ (trauma) บ่อยครั้งจะมีลักษณะของ “ร่างกายที่ปิดกั้น” เช่น ไหล่ห่อ หายใจตื้น ขยับได้น้อย การฝึก movement therapy ช่วยคลายลักษณะเหล่านี้โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยคำพูดเสมอไป
วันถัดไป เราจะมาเรียนรู้ โยคะในฐานะ Movement Therapy
พบกันค่ะ
ไลฟ์สไตล์
ความรู้
การศึกษา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย