15 ก.ค. 2025 เวลา 06:07 • สิ่งแวดล้อม

“บทบาทผู้พิทักษ์ป่า” กับภารกิจป้องกันและปราบปรามทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้กับประเทศไทย

อาจมีใครหลายคนสงสัยว่า “ทำไมถึงต้องมีผู้พิทักษ์ป่า” วันนี้เราจะพาทุกคนไปทราบถึงบทบาทของ “ผู้พิทักษ์ป่า” ผู้ที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้กับประเทศไทยด้วยดีเสมอมา
บทบาทหลักของผู้พิทักษ์ป่า คือการลาดตระเวนเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดต่าง ๆ เช่น การบุกรุกพื้นที่ การลักลอบตัดไม้ และการล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งบางครั้งจึงถูกเรียกว่า “พนักงานลาดตระเวน” เนื่องจากการลาดตระเวน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งการลาดตระเวนมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ แต่การลาดตระเวนด้วยเท้าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องจากพื้นที่ป่าในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่มีถนนตัดผ่านเป็นป่าทึบที่การเข้าถึงทำได้ยากลำบาก
แนวคิดในการลาดตระเวนนี้สะท้อนผ่านการปฏิบัติงานของหน่วยพิทักษ์ป่าและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของผู้พิทักษ์ป่าซึ่งได้ถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือ “ดร.ผ่อง เล่งอี้ ผู้เก็บสร้างผืนไพรให้แผ่นดิน” หนึ่งในข้อความสำคัญจากหนังสือระบุว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะต้องประกอบไปด้วยหน่วยพิทักษ์ป่ามีด่านตรวจเป็นระยะ ๆ
และหน่วยลาดตระเวนด้วยเท้า ห้ามใช้รถยนต์เพราะถ้าใช้รถจะไม่สามารถจับผู้กระทำผิดได้ชาวบ้านที่เข้ามาถางป่าหรือจับสัตว์มักเดินเท้าเราก็ต้องเดินเท้า ถ้าเราใช้รถไปพวกเขาก็จะหลบหนีหมดและการที่คนใช้รถนั้นไม่เดินเท้าจะทำให้พวกเขาขี้เกียจในการลาดตระเวน ดังนั้นเราจึงให้เดินเท้าเพื่อลาดตระเวนและดูแลป่าไม้ไม่ให้มีการล่าสัตว์หรือถางป่าและตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าตามเขตต่าง ๆ
โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกับหัวหน้าเขตฯ การดำเนินการในลักษณะนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และต่อมาอุทยานแห่งชาติก็ได้นำแนวทางนี้ไปใช้ในการปฏิบัติงานของตนเอง ” แนวทางการทำงานนี้เองที่แสดงถึงวิสัยทัศน์และความทุ่มเทในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
ภารกิจการลาดตระเวนของผู้พิทักษ์ป่าในแต่ละครั้งนั้น ผู้พิทักษ์ป่าจำเป็น ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าติดต่อกันระหว่าง 3-7 วัน อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศและระยะห่างจากพื้นที่เป้าหมายจึงจำเป็นต้องเตรียมเสบียงอาหาร ชุดประกอบอาหาร เครื่องนอนโดยผู้พิทักษ์ป่ามักใช้เปลสนามเพราะมีน้ำหนักเบาและสะดวกในการตั้งแคมป์สำหรับพักค้างแรมเสื้อผ้าและ ของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ รวมถึงอุปกรณ์เดินป่า
เช่น มีดเดินป่า GPS แผนที่ กล้องถ่ายรูป วิทยุสื่อสาร อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และปืนประจำกายด้วยเหตุนี้ผู้พิทักษ์ป่าจึงต้องแบกสัมภาระส่วนตัว น้ำหนักโดยรวมแล้วอาจมากถึง 30 กิโลกรัม ซึ่งต้องอาศัยทั้ง ความแข็งแรง ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเผชิญกับภารกิจ ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและยากลำบาก
31 กรกฎาคม วันผู้พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day).
ข้อมูลและภาพ : หนังสือผู้พิทักษ์ป่าไทย Thai Park Rangers โดยWWF Thailand
#บทบาทผู้พิทักษ์ป่า #ภารกิจ #ผู้พิทักษ์ป่าไทย #ผู้พิทักษ์ป่า #วันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก #31กรกฎาคม #กรมอุทยานแห่งชาติ #WWFThailand
โฆษณา