15 ก.ค. 2025 เวลา 15:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ
🖊️บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) : MEB📖
เหล่านักอ่านตัวยงคงรู้จักกันเป็นอย่างดี 'MEB' มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่หนึ่ง (วัดจากรายได้และกำไรสูงที่สุดในบรรดาบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายๆกัน)
👉มียอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นอันดับที่หนึ่งสำหรับธุรกิจขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ในประเทศไทย และมียอดใช้จ่ายเป็นอันดับที่หนึ่งจาก App Store กับ Google play ในประเทศไทยด้วย
1
🎯โดยดำเนินงานผ่าน 3 แพลตฟอร์ม/แอพพลิเคชันหลัก คือ
📱meb : ขายวรรณกรรมออนไลน์จากลิขสิทธิ์ของตนเอง สำนักพิมพ์ และนักเขียนอิสระ ทั้งนิยาย หนังสือทั่วไป การ์ตูน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ฯลฯ โดยอ่านผ่านทางแอพพลิเคชัน ‘meb’ ณ สิ้นปี 2024 มี E-Book เกือบ 300,000 SKU และหนังสือเสียง 6,000 SKU มีจำนวนผู้ใช้งาน (Registered Users) กว่า 13 ล้านราย และมีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือน (Monthly Active User) มากกว่า 700,000 รายต่อเดือน สร้างรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 2,600 บาทต่อปี ก่อนหักส่วนแบ่งกับเจ้าของผลงาน
📱readAwrite : เป็นชุมชนนักเขียน-นักอ่าน สมาชิกลงงานเขียนได้ด้วยตนเองโดยตรง และนักเขียนสามารถเลือกได้ว่างานที่ลงไปนั้นจะขาย ให้อ่านฟรี หรือแบบบริจาค (Donate) ส่วนใหญ่เป็นนิยายตอน/แชท โดยนักอ่านสามารถอ่านได้ทั้งทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน ‘readAwrite’ มีจำนวนผู้ใช้งาน (Registered Users) กว่า 13 ล้านราย และมีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือน (Monthly Active User) มากกว่า 5 ล้านรายต่อเดือน มีนิยายตอนมากกว่า 16 ล้านตอน สร้างรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 20 บาทต่อปี หลังหักส่วนแบ่งกับเจ้าของผลงาน
📱lunarwrite : ขายวรรณกรรมออนไลน์ภาษาต่างประเทศ จากสำนักพิมพ์และนักเขียนอิสระ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งลิขสิทธิ์ของบริษัทเองและสมาชิกก็สามารถลงงานได้ด้วยตนเองโดยตรงเช่นกัน นักอ่านสามารถอ่านได้ทั้งทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชัน ‘lunarwrite’ ส่วนใหญ่เป็นนิยายตอน มียอดดาวน์โหลด ณ สิ้นปี 2024 มากกว่า 300,000 ครั้ง มียอดผู้ใช้งาน (Registered User) มากกว่า 13 ล้านราย มีนิยายตอนมากกว่า 16 ล้านตอน
🎯‘MEB’ ยังมีธุรกิจอื่นๆที่ช่วยเสริมธุรกิจหลักให้เข้มแข็งมากขึ้นอีกด้วย เช่น
📎 Hytexts : ขายเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) ยี่ห้อ ‘Boox’ จำนวนผู้ใช้งาน (Registered Users) กว่า 60,000 ราย และมีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือน (Monthly Active User) มากกว่า 16,000 รายต่อเดือน มี E-Book มากกว่า 60,000 SKU
และให้บริการระบบห้องสมุดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) สำหรับองค์กรชื่อว่า ‘Hibrary’ ณ สิ้นปี 2024 มี E-Book เกือบ 70,000 SKU มีจำนวนผู้ใช้งาน (Registered Users) กว่า 300,000 ราย และมีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือน (Monthly Active User) มากกว่า 80,000 รายต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นนิยาย, E-Textbook, นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หนังสือเสียง
📎 Incognito Lab : บริการผู้ตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยี และขายโปรแกรม/อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ดำเนินธุรกิจผ่าน ‘บริษัท อินค็อกนิโตแล็บ จำกัด’ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ‘MEB’ ถือหุ้นอยู่ 51% (MEB เพิ่งเข้าลงทุนเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ด้วยงบลงทุน 180 ล้านบาท)
⭐‘meb’ ได้ Review Score บน App Store 4.9 ดาว และ Google Play Store 4.8 ดาว จากผู้ใช้งานเฉลี่ย 50,000 คน
⭐‘readAwrite’ ได้ Review Score บน App Store 4.8 ดาว และ Google Play Store 4.8 ดาว จากผู้ใช้งานเฉลี่ย 100,000 คน
🏆มีเจ้าของผลงานทั้งสำนักพิมพ์และนักเขียนอิสระอยู่บนทั้ง 2 แพลตฟอร์มประมาณ 230,000 ราย
📊ข้อมูลจากงบการเงินไตรมาสที่ 1/2025
🔷มูลค่าการขาย : 626 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6% YoY) เป็นรายได้ก่อนหักส่วนแบ่งกับเจ้าของผลงาน
🔷รายได้รวม : 571 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9% YoY) เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนแพลตฟอร์ม meb, Hytexts และ Hibrary โดยเป็นรายได้ก่อนหักส่วนแบ่งให้กับเจ้าของผลงาน แบ่งเป็น
🔸 หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) : 494 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6% YoY) คิดเป็นสัดส่วน 87% ของรายได้รวม
🔸 แพลตฟอร์ม readAwrite : 30 ล้านบาท (ไม่โต เท่าๆเดิม) คิดเป็นสัดส่วน 5% ของรายได้รวม
🔸 แพลตฟอร์ม lunarwrite, E-Buffet, Audio Book และ E-Reader : 35 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 40% YoY) คิดเป็นสัดส่วน 6% จากรายได้รวม การเติบโตหลักๆมาจากยอดขายเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักอ่านอย่างต่อเนื่อง
🔷ต้นทุนขาย : 387 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9% YoY) คิดเป็นสัดส่วน 69% จากรายได้รวม มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนสำนักพิมพ์และนักเขียน
🔷กำไรขั้นต้น : 173 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4% YoY), GPM=31% / GPM ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว จากการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
🔷ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร : 40 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8% YoY), SG&A to Sale = 7% / สาเหตุหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้
🔷กำไรจากกิจกรรมดำเนินงาน : 144 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8% YoY) คิดเป็นสัดส่วน 25% จากรายได้รวม
🔷กำไรสุทธิ : 114 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9% YoY), NPM = 20%
🟢‘meb’ มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 7 แสนราย นับเป็นการสร้างรายได้เฉลี่ยไตรมาสละ 700 บาทต่อราย
🟢‘readAwrite’ มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนเกือบ 6 แสนราย นับเป็นการสร้างรายได้เฉลี่ยไตรมาสละ 5 บาทต่อราย
✅หากเราจะมองว่า ‘MEB’ เป็นหุ้น ‘Asset -light’ ก็ไม่แปลก เพราะสินทรัพย์รวมทั้งหมดของบริษัทประมาณ 99% เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน (เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายและเร็ว) มีสินทรัพย์ถาวรเพียงแค่ 1% ซึ่งสินทรัพย์ของ ‘MEB’ ส่วนใหญ่เป็นเงินสดและเงินฝากประจำ
✅แถมหนี้สินทั้งหมดของ ‘MEB’ มากกว่า 96% ก็เป็นหนี้สินหมุนเวียน มีหนี้สินระยะยาวแค่ 4% และไม่ใช่เงินกู้อีกด้วย แต่ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
🏢‘MEB’ ถือเป็นบริษัทย่อยของ ‘บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)’ หรือ ‘CRC’ ผ่านการถือหุ้นใหญ่โดย ‘B2S’
✴️ผู้ถือหุ้นใหญ่ล่าสุด
🔹บริษัท บีทูเอส จำกัด : 51% (กรรมการ)
🔹กิตติพงษ์ แซ่ลิ้ม : 9% (กรรมการ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ)
🔹รวิวร มะหะสิทธิ์ : 9% (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ)
🔹กองทุนไทย : 6%
🔹กองทุนต่างชาติ : 5%
🔹บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) : 2%
📊ลองมาดูสรุปงบการเงินในช่วงปี 2023-2024 กันบ้าง
📈‘MEB’ ถือครองเงินสดมหาศาล คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับสินทรัพย์รวม และคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30% เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด (Market Cap.)
📈‘MEB’ มีสัดส่วนรายได้เกือบ 90% มาจากการขาย ‘E-Book’ ในจำนวนดังกล่าวมากกว่า 75% มาจากการขายนิยาย/วรรณกรรม (Fiction), และอีก 14% มาจากการขายการ์ตูน ไลท์โนเวล นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ฯลฯ
📈ต้นทุนขาย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 69% จากรายได้รวม ส่วนใหญ่เป็นค่าตอบแทนสำนักพิมพ์และนักเขียน รวมถึงค่าใช้พนักงาน หลักๆคือโปรแกรมเมอร์ ค่าใช้จ่าย Server และค่าจ้างแปลวรรณกรรม
📈สินทรัพย์มากกว่า 90% เป็นเงินสด และหนี้สินมากกว่า 50% เป็นเจ้าหนี้การค้า
🌍มาดูภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงออนไลน์ และ ‘E-Book’ กันต่อ แบบคร่าวๆเร็วๆ
🌐คนไทยที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป มีมือถือ 95% ใช้งานอินเตอร์เน็ต 90% และใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 9 ชม. ต่อวัน
🌐การซื้อสินค้าออนไลน์ที่นิยมมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ และหนังสือ
🌐บริการออนไลน์ที่นิยมมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สั่งอาหาร จัดส่งสินค้า และเรียกรถ Taxi
🌍ข้อมูลเชิงสถิติในระดับโลก
🌐มีการคาดการณ์แนวโน้มของรายได้และค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงออนไลน์ ในช่วงปี 2023-2028 ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 3.9% ต่อปี ส่วนประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 3.5% ต่อปี
🌐เจาะลึกมาที่อุตสาหกรรม ‘E-Book’ ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 1% ต่อปี ส่วนประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี เนื่องจากคนไทยเข้าถึงอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์มากขึ้น เจ้าของผลงานหนังสือหันมาเผยแพร่งานในออนไลน์มากขึ้น ทำให้นักอ่านเข้าถึงเนื้อหาที่หลากหลายและสะดวกมากขึ้น
🌐การซื้อสื่อดิจิทัลสำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลกที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เมื่อปี 2024 ‘E-Book’ อยู่ในอันดับที่ 8 เป็นสัดส่วนประมาณ 10% ซึ่งสื่อดิจิทัลที่คนทั่วโลกสนใจมากที่สุดคือ การดูภาพยนตร์และฟังเพลง และจากผลสำรวจในคนจำนวนนี้ ครอบครอง ‘E-Reader’ อยู่เพียง 8%
🌐ด้านคนไทยที่ซื้อสื่อบันเทิงออนไลน์เป็นประจำทุกเดือน มีจำนวนประมาณ 62% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 66% ยังพอมีโอกาสเติบโต ซึ่งนอเวย์เป็นประเทศที่ประชากรซื้อสื่อบันเทิงออนไลน์เป็นประจำมากที่สุดในโลกถึง 81%
🌐แต่คนไทยที่ซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งนั้น ชนะขาดลอย มากที่สุดในโลกถึง 67% ตามมาด้วยเกาหลีใต้ จีน UAE และฟิลิปปินส์ (เอเชียทั้งนั้น)
📊ย้อนไปดูงบกำไร-ขาดทุนย้อนหลัง ช่วงปี 2018-2024
🟩ทั้งรายได้ กำไรขั้นต้น กำไรจากการดำเนินงาน และกำไรสุทธิ มีการเติบโตสูงมากๆ เฉลี่ยย้อนหลัง 7 ปีมากกว่า 30%+ ต่อปี ขณะที่ในอนาคตนับจากนี้ผู้บริหารก็ยังคงคาดหวังการเติบโตของรายได้เฉลี่ยในระดับเลขสองหลัก
🟩อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เฉลี่ยสูงกว่า 30% ถือว่าดี
🟩อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เฉลี่ยเกือบ 19% ต่อปี ก็ยอดเยี่ยม
🟩2 ปี นับตั้งแต่ IPO เข้าตลาดหุ้นมาก็จ่ายเงินปันผลในระดับ 50% ของกำไรสุทธิ คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล ณ ราคาหุ้นปัจจุบัน (เทียบกำไรปีที่แล้ว) ก็สูงมากกว่า 5% ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ก็ยังเติบโตอยู่ท่ามกลางความย่ำแย่ของทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
📌‘MEB’ P/E ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 12 เท่า ส่วนค่าเฉลี่ยย้อนหลังนับตั้งแต่ IPO เข้าตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 19 เท่า
🌎ลองมาดูบริษัทในต่างประเทศ (เฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น) ที่ทำธุรกิจคล้ายๆกับ ‘MEB’ กันหน่อย
🇺🇸Amazon.com Inc. : P/E 36 เท่า (เจ้าของ Kindle อยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา)
🇯🇵Rakuten Group Inc. : ขาดทุนสะสม (Kobo แพลตฟอร์ม E Book และอุปกรณ์ E Reader อยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น)
🇰🇷Naver Corp. : P/E 21 เท่า (Wattpad, Webtoon อ่านเขียนนิยายออนไลน์ อยู่ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้)
🇰🇷Kakao Corp. : P/E เป็น100เท่า (Kakao Page/Kakao Webtoon นิยายและการ์ตูนออนไลน์ อยู่ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้)
🇨🇳China Literature Limited : ขาดทุนสะสม (Qidian เขียนอ่านนิยายออนไลน์ใหญ่ที่สุดในจีน อยู่ในตลาดหุ้นฮ่องกง)
💭สำหรับหุ้น ‘MEB’ ใครเป็นนักอ่านสายดิจิทัลคงรู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี ซึ่ง IPO เข้าตลาดหุ้นไทยมาในราคา 28.50 บาทต่อหุ้น เมื่อต้นปี 2023 ส่วนราคาตลาด ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 18.70 บาทต่อหุ้น ติดลบกันไปประมาณ 30%++
⚠️ส่วนตอนนี้ราคาหุ้นจะถูกหรือแพง อนาคตจะสดใสหรือหม่นหมอง ก็คงต้องวิเคราะห์กันต่อไป
ไม่ได้เชียร์หุ้นนะครับ ซึ่งตลาดหุ้นไทยก็คงเชียร์ไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไหร่ ฮ่าๆ
ขอให้มีความสุขกับการลงทุน ในทุกๆวันนะครับผม 😊
โฆษณา