23 ก.ค. 2025 เวลา 14:23 • ปรัชญา
เพราะเรามาอาศัยกายนี้ จิตเป็นนามธรรม นั้นอาศัยอยู่ภายในกาย การที่จิตอาศัยอยู่ภายในกาย ก็ต้องอาศัยวิญญาณตาบ้าง หูบ้าง ส่งภาพ ส่งเสียง ไปให้จิตรับรู้ จิตที่อาศัยภายก็ รับสัญญาณมา ก็ส่งที่ธาตุทั้งสี่ ไปสะกิด เรื่องราวต่างๆ ที่เคยสะสมมา ส่งขึ้นมา เป็นอารมณ์ ฟุ้งกระจายปกคลุมกายและสมอง เป็นอารมณ์ นึกคิด เป็นเสียงเกิดขึ้น ที่หัว นั้นก็คือ สิ่งที่เคยสะสมมาไว้กับธาตุทั้งสี่ ที่ส่งผ่านขึ้นมา หากภายในที่สะสมมาไม่ดี สิ่งที่ไหลออกมามันก็ไม่ดี
1
เช่น เราคงเคยฟังข่าว เรื่องคนที่ไม่รู้จักกัน เดินมาเจอะเจอกัน บ้างก็เพียงแค่ขับรถปาดกัน ก็มีการตัดสิน กระทำ ทำร้ายกัน บ้างก็ฆ่ากันตายได้ นั่นก็มาจากอารมณ์กรรม ที่สะสมมากับธาตุทั้งสี่
ในบางเรื่อง เมื่อเคยฆ่ากันมา เคยทำเค้าไว้ ..กรรมนั้นไม่สูญหายไปไหน เก็บที่ธาตุทั้งสี่ พอถึงเวลา ต้องชดใช้กรรม ก็เกิดอารมณ์นึกคิด ต้องที่นั้นที่นี่ พอไปถึงสถานที่ ..ที่ต้องมีเหตุ ก็เจอะเจอ อุบัติเหตุ หรือ มีเหตุให้เจอะเจอ คนที่เคยคล้องกรรมกันมา เคยฆ่ากัน โมโห โกรธ อารมณ์นั้นก็ผุดขึ้นมา ปกคลุมทั่วสรรพางค์กาย เหมือนบังคับ ให่ทำตามอารมณ์กรรมที่เกิดขึ้น แล้วก็ทำลายซึงกันและกัน ชดใช้กรรมเคยทำกันมา ให้สมน้ำสมเนื้อ ที่เคยกระทำมา
เรื่องราวการตัดสินอะไร มันก็เกิดเนื่องมาจากอารมณ์ที่ปรุงแต่งกายนี้ ที่จิตนั้นเขื่ออารมณ์ที่เกิดขึ้นในกายที่อาศัย จิตนั่นรู้จักอารมณ์ไม่ได้เลย ไม่รู้จักแม้แต่จิตของตัวเอง. ที่จิตนั้นหลับใหล ไม่ตื่นขึ้นมา ให้รู้จักเท่าทันอารมณ์ในกาย ..
บ้างก็ว่า มีสติ ..แต่ก็สร้างแต่กรรม รู้รับไม่ได้ว่า มันเกิดเป็นกรรมไปได้อย่างไร ..ก็เชื่อในอารมณ์ที่ปรุงแต่งกาย .คลี่คลายอารมณ์ไม่ได้เลย บางที่ เค้าก็ว่า อ่านจิตตัวเองไม่ได้เลย อ่านจิตตัวเองไม่ออก ..บางเรื่องที่มาเรื่องราวของอารมณ์นั้น มันพูดยาก ถึงขนาดว่า แม้แต่คนใกล้ชิด ก็บอกกันไม่ได้ บอกเตือนไป เค้าก็ ..กรรมนั้นแหละ ปรุงแต่ง หาเราไปตำหนิติเตียนเสียนี้ . เพราะฉะนั้น พอเขียนเรื่องราวทำนองนี้ เขียนแล้ว ก็วางมันไป ..มันบอกกันไม่ได้เลย
1
โฆษณา