9 ส.ค. 2025 เวลา 12:48 • ข่าวรอบโลก
จีน

ผมแค่หวังว่าเขื่อนแม่น้ำยาร์ลุงจางป๋อจะล่มสลาย

มุกนี้ขอเปลี่ยนเวลาออกอากาศกันบ้างนะครับเพราะอากาศเปลี่ยนแปลบ่อย และระบบนิเวศน์ของสถานที่นั้นเปราะบางอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามย่อมก่อให้เกิดผลกระทบแบบปีกผีเสื้อและก่อให้เกิดหายนะของการล่มสลายครั้งใหญ่ได้
4
เมื่อนายหลี่เฉียงรับช่วงต่อจากหลี่เผิงและประกาศเริ่มต้นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำยาร์ลุงจางป๋อ
เบื้องหลังการส่งเสริมโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของจีนนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าผลกำไรมหาศาล
1
แต่งานนี้ผมว่าไม่เลิก....และ อู๋เจิ้งหลง ได้เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์
ส่วนหยูปิง ประธานบริษัทไชน่าหย่าเจียงกรุ๊ป (ระดับรองรัฐมนตรี และ กลายเป็นวิสาหกิจกลางลำดับที่ 99 ของจีนอย่างเป็นทางการ และเป็นอันดับที่ 22 รองจากไชน่าทรีกอร์จคอร์ปอเรชั่นและสเตทเอ็นเนอร์จีอินเวสต์เมนต์กรุ๊ป) เจ้าของโครงการ กล่าวสุนทรพจน์
ท่ามกลางเหตุการณ์ตอบโต้ทางสังคมก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และความแตกแยกทางสังคมที่ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) ยังคงหมกมุ่นอยู่กับภาพลวงตาของ
“การปกครองประเทศผ่านนวัตกรรมโครงการทางวิศวกรรม” ตั้งแต่การรื้อถอนโดยบังคับ ไปจนถึงการพัฒนาพลังงานน้ำแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่
1
ดูเหมือนว่า รัฐบาลได้มองข้ามความเสี่ยง จนถึงอาจจะเข้าปราบปรามผู้เห็นต่าง และมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จทางการเมือง
1
จนทุกภาคส่วนต่างเห็นว่าการพัฒนาพลังงานน้ำบนแม่น้ำยาร์หลุงจางป๋อจะก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบ
1
แน่นอนว่า เขื่อนแม่น้ำยาร์ลุงจางป๋อได้กัดกร่อนพื้นดินและทำลายกฎธรรมชาติอย่างรุนแรง โดยอธิบายว่าเป็น “เหตุการณ์ซ้ำจะรอยเขื่อนสามผา แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า”
โครงการนี้ได้เสนอให้สร้างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ โค้งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนยาร์ลุงจางป๋อ ซึ่งเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลก
เขื่อนจะมีความลึก 2,400 เมตร และมีอุโมงค์ผันน้ำยาวพิเศษสามแห่งที่ไหลตรงไปยังเมด็อก
ด้านความเสี่ยงต่าง ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่นี้อยู่ใน "ปมธรณีแปรสัณฐานหิมาลัยตะวันออก" ซึ่งมีลักษณะจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกอย่างรุนแรง
เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง และเครือข่ายรอยเลื่อนที่ก่อตัวอย่างหนาแน่น ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินถล่มและเศษซากต่างๆ
หากย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2493 มันเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.6 แมกนิจูดได้เกิดขึ้นในภูมิภาคซาหยู-เมด็อก(Sayu-Medoc region) ส่งผลให้เกิดดินถล่ม หิมะถล่ม และคร่าชีวิตผู้คนกว่า 1,800 คน
1
แผ่นดินไหวต่อเนื่องยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาหนึ่งปี นับแต่นั้นมาเกิดดินถล่มที่ไม่เสถียรหลายจุด
ซึ่งมีปริมาณมากกว่าสิบล้านลูกบาศก์เมตรยังคงตกค้างอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ และหากเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง ผลกระทบจะร้ายแรงมากขอบอก...
จะเห็นได้ว่าโครงสร้างดินในพื้นที่ที่เขื่อนที่เสนอตั้งอยู่นั้นมีความหลวม ไม่มั่นคง และการก่อสร้างจำเป็นต้องมีการระเบิดและกำจัดขยะขนาดใหญ่
ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงของความลาดชัน
และภัยพิบัติแบบลูกโซ่ การเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำมักจะทำให้ระดับน้ำผันผวน ส่งผลให้เกิดดินถล่มริมตลิ่ง
เกิดการกักเก็บตะกอนนั่นจะยิ่งทำให้น้ำท่วมต้นน้ำรุนแรงขึ้น
1
และการระบายตะกอนจะสร้างความเสียหายให้กับสภาวะแวดล้อมของแม่น้ำเดิม
1
ซึ่งอาจนำไปสู่การพังทลายของธรณีสัณฐานตลอดแนวแม่น้ำ
แต่ ผลกระทบทางนิเวศวิทยากลับร้ายแรงยิ่งกว่า
นั้นก็ คือ แกรนด์แคนยอนยาร์ลุงจางป๋อมีระบบนิเวศภูเขาแนวตั้ง
ตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อนไปจนถึงทุ่งทุนดราเย็น ทำให้เป็นหนึ่งในพื้นที่ไม่กี่แห่งบนโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
หากแม่น้ำถูกเปลี่ยนเส้นทางและอัตราการไหลลดลงอย่างมาก
ห่วงโซ่ระบบนิเวศจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
และแม่น้ำยาร์ลุงจางป๋อ ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาก็จะเผชิญกับความไม่สมดุลทางธรณีวิทยาและอุทกวิทยาเช่นกัน
ซึ่งนอกจากจะนำไปสู่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่องและสภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติในทั้งเสฉวนและทิเบต
1
อาจกล่าวได้ว่านี่คือจุดสูงสุดของสติปัญญาของพี่จีน ฮาาาาา..
3
โดยลุงสีและหลี่เฉียง คนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและอีกคนเป็นเลขาธิการ ได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับซีหลี่อย่างแท้จริง!
ผมเองยังไม่มั่นใจว่า ชาวจีนยังจำความเสียหายที่เขื่อนสามผาที่บริษัทดังกล่าวได้สร้างเขื่อนให้กับจีนในครั้งนั้นได้หรือไม่?
งบประมาณของโครงการนี้สูงถึงหนึ่งล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.4ล้านล้านบาท) ประชาชนหลายล้านคนต้องอพยพ
เพราะมีทะเลสาบเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งในตอนบน และทุ่งหญ้าเพิ่มขึ้นอีกสองแห่งในตอนล่าง มีพื้นที่เพาะปลูก และพื้นที่สวนผลไม้น้อยลงมาก
ไม่มีปลาสเตอร์เจียนจีนในตอนกลาง และไม่มีโลมาครีบขาวในตอนล่าง
1
เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าฉงชิ่งได้ และเรือขนาดเล็กไม่สามารถเข้าอู่ฮั่น(ถิ่นกำเนิดของโควิด19)ได้
ในด้านพลังงาน ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นกว่าเดิม คุณภาพน้ำก็แย่ลง ทั้งที่ไฟฟ้ากำลังมาจากน้ำขุ่นๆที่กำลังถูกบังคับให้ปั่นไฟ
1
ผมเองขอกระซิบว่า...โครงการนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะดูจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในท้องถิ่นของทิเบตต่ำมาก
ต้นทุนการส่งไฟฟ้าจากภายนอกก็มีค่าใช้จ่ายสูง และตลาดมีความไม่แน่นอน ท่ามกลางปัญหาน้ำเสียมหาศาลในภาคตะวันตกเฉียงใต้
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการวางแผนพลังงานที่มีประสิทธิภาพ แต่เป็น "โครงการที่ขับเคลื่อนด้วย GDP" แต่จะมีคนได้รับการจ้างงานกี่คนและ GDP ของทิเบตจะเพิ่มขึ้นเท่าใดนักล่ะ?
3
โดยการเทียบเคียงจากผลงานที่แล้วๆมา จนมีคนเคยทำนายไว้ว่าเขื่อนประเภทนี้(เขื่อนสามผา)จะก่อให้เกิดหายนะ 12 อย่างอันได้แก่
1
1. ตลิ่งพังทลายของเขื่อนแห้งในแม่น้ำแยงซีตอนล่าง
2. การกีดขวางการเดินเรือ
3. ปัญหาการอพยพ
4. ปัญหาตะกอนทับถม
5. คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม
6. การผลิตกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ
7. สภาพอากาศผิดปกติ
8. แผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
9. การแพร่ระบาดของโรคพยาธิใบไม้ในแม่น้ำ
1
10. ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ
11. น้ำท่วมรุนแรงในแม่น้ำตอนบน
12. ในที่สุดเขื่อนจะถูกบังคับให้ระเบิด
11 ข้อแรกจากทั้งหมด 12 ข้อเป็นจริง(ไปหมด)แล้ว และเหลือเพียงข้อเดียวเท่านั้น
3
และ บทวิเคราะห์จากสื่อต่างๆชี้ให้เห็นว่า
รูปแบบที่ผิดปกติของ "การใช้การพัฒนาเพื่อปกปิดความล้มเหลวในการกำกับดูแล" แบบนี้ได้แพร่กระจายไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับชาติไปแล้ว
เมื่อไม่มีทางออกสำหรับปัญหาสังคม ความพยายามที่จะสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสร้างภาพลวงตาผ่านโครงการขนาดใหญ่จึงเกิดขึ้น
ซึ่งไม่เพียงแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณะอีกด้วย
1
จนมีคนออกมาเตือนว่า หากโครงการนี้ถูกเร่งรัด จะกลายเป็นหายนะทางธรณีวิทยาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าเขื่อนสามผา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของสภาพสังคมที่ผันผวนอย่างรุนแรงในปัจจุบัน
หากโครงการนี้หลุดจากการควบคุม ก็จะกลายเป็นจุดชนวนให้เกิดการล่มสลายของระบบนิเวศน์รอบข้างได้ในที่สุด
ด้วยระบบนิเวศน์ของสถานที่นั้นเปราะบางมาก
การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามย่อมก่อให้เกิดผลกระทบแบบปีกผีเสื้อและก่อให้เกิดหายนะการล่มสลายครั้งใหญ่ได้
1
แต่ด้วย ผลตอบแทนจากธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ได้เกิดขึ้นแบบทันทีทันใดและไม่ได้มีประสิทธิภาพเพียงพอในช่วงชีวิตของคนคนนึง....
2
ดังนั้นการทำนายล่วงหน้าดังกล่าวในเรื่องนี้จึงไม่มีประโยชน์...
โฆษณา