Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ร้อยเรื่องหลากมุมกับ ภก.ปราโมทย์
•
ติดตาม
23 ก.ค. 2025 เวลา 16:50 • ประวัติศาสตร์
ชวนรู้จัก "เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ" สำคัญกับกองทัพไทยแค่ไหน
หลังจากกองทัพบกมีการสั่งเตรียมแผน "จักรพงษ์ภูวนาถ" ให้กองทัพภาคที่ 1 และภาคที่ 2 เตรียมแผนเผชิญเหตุความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ในกรณีที่มีการยกระดับความรุนแรงของความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น
นอกจากเรื่องของแผนยุทธศาสตร์แล้ว ทำให้หลายคนสงสัย และอยากรู้จักตัวตนของ "เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ" รวมถึงความสำคัญต่อกองทัพไทย และคุณูปการที่ท่านได้ทำไว้
แต่นอนว่าโพสต์นี้ ไม่มีการเปิดเผยแผนใดๆ ของกองทัพ และไม่่มีเจตนายั่วยุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพียงแต่ต้องการหยิบยกข้อมูลมาคุยกันเท่านั้น
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ หรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ประสูติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2426 ณ พระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 43 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
ในพ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศรัสเซีย ณ โรงเรียนนายร้อยทหารม้าประจำราชสำนัก และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (Nikolaevsky General Staff Academy) ซึ่งถือเป็นโรงเรียนชั้นสูงทางทหาร ทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนยอดเยี่ยม และทรงได้รับพระราชทานกระบี่ทองคำประดับเพชรจากสมเด็จพระจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย
หลังจากเสด็จนิวัติประเทศไทยในพ.ศ. 2449 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งต่างๆ ที่สำคัญในกระทรวงกลาโหม ทรงริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนเสนาธิการทหารบกขึ้นในประเทศไทย เพื่อผลิตนายทหารที่มีความรู้ความสามารถตามแบบอย่างตะวันตก ทำให้กองทัพไทยมีบุคลากรที่มีคุณภาพ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมองเห็นศักยภาพอันมหาศาลของอากาศยานในฐานะยุทโธปกรณ์ใหม่ที่มีความสำคัญต่อการป้องกันประเทศ ทรงตระหนักว่าการมีกำลังทางอากาศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความมั่นคงของชาติในอนาคต ซึ่งถือเป็นการคิดล้ำหน้ากว่าผู้บริหารประเทศส่วนใหญ่ในยุคนั้น
พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มและมีส่วนสำคัญในการจัดส่งนายทหารไทยไปศึกษาวิชาการบินและช่างอากาศยาน ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการบุกเบิกการเรียนรู้เทคโนโลยีการบินที่ทันสมัยที่สุดในเวลานั้น จนในปี พ.ศ. 2456 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงดำเนินการจัดตั้ง "แผนกการบิน" ถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของกิจการการบินทหารของไทย และเป็นรากฐานของกองทัพอากาศไทยในปัจจุบัน
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงได้จัดซื้อเครื่องบินแบบ เบรเกต์ (Breguet) และ นิวพอร์ต (Nieuport) จำนวน 8 ลำ จากฝรั่งเศส เพื่อนำมาใช้ในการฝึกอบรมและปฏิบัติงานของแผนกการบิน ซึ่งเป็นเครื่องบินรบชุดแรกของกองทัพไทย
ทรงมีส่วนในการวางแผนและจัดหาสถานที่สำหรับสร้างสนามบินแห่งแรกของไทย
ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ สนามบินดอนเมือง ทรงกำกับดูแลการฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินอย่างใกล้ชิด ทั้งนักบิน ช่างเครื่อง และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญและพร้อมปฏิบัติงาน แผนกการบินได้ขยายขีดความสามารถและบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การจัดตั้งเป็น กรมอากาศยานทหารบก ในเวลาต่อมา
1
ขณะที่สงครามโลกครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2457 - 2461) อุบัติขึ้นและดำเนินไป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ในโครงสร้างการบริหารประเทศและการทหารของสยาม
แม้สยามจะไม่ได้เข้าร่วมสงครามทันทีที่เริ่มขึ้น พระองค์ทรงตระหนักถึงความจำเป็นในการรักษากำลังและความพร้อมของกองทัพ ทรงกำกับดูแลการฝึกซ้อม การปรับปรุงยุทธวิธี และการเตรียมความพร้อมของกำลังพล เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงมีบทบาทสำคัญในการถวายคำแนะนำและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จนในที่สุด
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการประกาศสงครามกับฝ่ายมหาอำนาจกลาง (เยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี) ในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 การตัดสินใจนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อยกฐานะของสยามในเวทีระหว่างประเทศ และมีข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ด้วยทรงตรากตรำพระวรกายในการปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อชาติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้พระองค์ ทรงมีปัญหาเกี่ยวกับพระพลานามัย ไม่ค่อยแข็งแรงนักมาเป็นระยะ ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2463 พระองค์ได้เสด็จออกจากกรุงเทพฯ โดยทางรถไฟ เพื่อประทับที่สถานีรถไฟหัวลำโพง มุ่งหน้าสู่ สิงคโปร์ โดยมีพระประสงค์ที่จะเสด็จไปพักผ่อนพระวรกายและรักษาพระอาการประชวรที่นั่น เนื่องจากทรงเห็นว่าอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สิงคโปร์อาจจะช่วยให้พระองค์ฟื้นตัวได้ดีขึ้น
หลังจากที่เสด็จไปถึงสิงคโปร์ได้เพียงไม่นาน พระอาการประชวรของพระองค์ก็กลับทรุดลงอย่างรวดเร็วและหนักขึ้น จนกระทั่งใน วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2463 เวลาประมาณ 07.30 น. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ก็ได้สิ้นพระชนม์ลงอย่างกะทันหัน ณ สิงคโปร์ ด้วยพระอาการพระหทัยวาย (หัวใจล้มเหลว) สิริพระชนมายุได้เพียง 37 พรรษา 2 เดือน 25 วัน
การสิ้นพระชนม์ของพระองค์นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศชาติ ด้วยเป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงกำลังมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินและพัฒนาประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจการทหารและการวางรากฐานกองทัพอากาศไทย การจากไปของพระองค์อย่างกะทันหันในวัยอันไม่สมควร ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นต่างโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงมีส่วนอย่างมากในการปรับปรุงกองทัพไทยให้ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบกและกองทัพอากาศ ทำให้ไทยมีรากฐานกองทัพที่เข้มแข็ง อยู่ในระดับต้นๆ ของโลกจนถึงปัจจุบัน
ส่วนแผนจักรพงษ์ภูวนาถ จะเป็นอย่างไร ผมไม่ทราบ และผมก็ภาวนาให้ไม่มีวันได้ทราบ เพราะถ้าแผนยุทธศาสตร์นี้ถูกนำออกมาใช้ ในหมายความว่า ไทยก็อยู่ที่ปากเหวของสงคราม ในวันที่มหาอำนาจของโลกพร้อมเข้ามาแทรกแซง ไม่มีอะไร
การันตีได้ ว่าสุดท้ายไทย จะได้ยืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ
ข่าว
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
5 บันทึก
16
2
4
5
16
2
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย