28 ก.ค. 2025 เวลา 15:45 • การเมือง

🌏 “เล็กต้องรอด” ในโลกที่ไม่เลือกข้างไม่ได้

บทเรียนจากลี กวน ยู ถึงชายแดนไทย–กัมพูชา ที่กลายเป็นหมากตัวเล็กของจีน-สหรัฐ
ในช่วงเวลาที่ชีวิตของคนไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ลดน้อยลง เสียงปืนและความไม่ไว้ใจกันที่ชายแดนไทย–กัมพูชากลับกลายเป็นเงามืดที่สั่นคลอนความสงบสุขในภูมิภาค ความขัดแย้งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องระหว่างรัฐสองประเทศกลับส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วไป ทั้งพ่อค้าแรงงาน และเด็ก ๆ ที่ถูกบังคับให้หยุดเรียนกลางคัน
แต่เบื้องหลังความขัดแย้งนี้ คือเวทีแห่งการแย่งชิงอิทธิพลของมหาอำนาจ ที่ไม่ได้ใช้เพียงกำลังทหาร แต่ใช้ “อุดมการณ์” “เงินทุน” และการตีความความชอบธรรมทางการเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญ
ในหนังสือ From Third World to First: The Singapore Story ลี กวน ยู ผู้ซึ่งพลิกโฉมสิงคโปร์จากประเทศยากจนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก ได้เตือนเราอย่างเฉียบคมว่า ประเทศเล็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องตระหนักเสมอว่าตนเองนั้น “เล็ก” อธิปไตยของประเทศเล็กเหล่านี้จึงไม่ได้แข็งแรงเต็มที่ตามความต้องการ แต่เป็นอำนาจที่มหาอำนาจอนุญาตให้มีได้
เขาจึงเน้นย้ำว่า ประเทศเล็ก ๆ ควรเล่นเกมการทูตแบบหลายขั้วอย่างมีชั้นเชิง รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูดหรือเงียบ เพื่อรักษาตนให้อยู่รอดในเวทีโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการแทรกแซงจากมหาอำนาจ
เมื่อมองกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา เราจะเห็นว่าแม้ไทยจะยึดมั่นในหลักอธิปไตยเต็มรูปแบบ แต่ในความเป็นจริง เมื่อจีนแสดงบทบาทสนับสนุนกัมพูชาอย่างแข็งขันผ่านโครงการ Belt and Road และสหรัฐอเมริกาก็แสดงท่าทีห่วงใยและเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีอาเซียน อธิปไตยนั้นจึงกลายเป็น “อำนาจแบบมีเงื่อนไข” ที่ผูกพันกับแรงกดดันและผลประโยชน์ของมหาอำนาจ
ในขณะเดียวกัน สี จิ้นผิง ผู้นำจีน คำกล่าวในหนังสือ The Governance of China ได้เน้นย้ำเราว่าจีนต้องการสร้าง “ความสงบสุข ความเป็นมิตร และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค” โดยใช้แนวทาง “ความร่วมมือที่ชนะทั้งสองฝ่าย” ในนโยบายต่างประเทศของตน ภายใต้แนวคิดนี้ จีนมองว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรผูกพันและพึ่งพาจีนอย่างมีเงื่อนไข เพื่อรักษาความมั่นคงและประโยชน์ร่วมกันในภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม มหาอำนาจอีกฝ่ายอย่างสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย รายงานยุทธศาสตร์ Indo-Pacific Strategy 2024 ชี้ชัดว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ “หัวใจยุทธศาสตร์โลก” ที่สหรัฐฯ ต้องรักษาพื้นที่อิทธิพลเอาไว้ให้ได้ ผู้แทนวอชิงตันจึงเพิ่มการมีส่วนร่วมในเวทีอาเซียนและย้ำความสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาค ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ชายแดนที่เล็กน้อยกลายเป็น “เบี้ย” ตัวเล็กในเกมหมากรุกของมหาอำนาจที่แข่งขันกันด้วยกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ
เสียงปืนที่ดังก้องอยู่ชายแดนจึงมิได้มาจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือความเกลียดชังเฉพาะกิจ แต่เป็นผลสะท้อนของ “ความไม่ไว้ใจเชิงโครงสร้าง” ที่สั่งสมมานานและถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้งโดยแรงผลักดันทางผลประโยชน์ของผู้เล่นภายนอก
ดังนั้น หากเรายังมองแค่เพียงมุมมองของรัฐหรือการจัดการชายแดนอย่างผิวเผิน อาจทำให้เราพลาดประเด็นสำคัญที่แท้จริง โลกในวันนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยรัฐบาลฝ่ายเดียว หากแต่ถูกกำหนดโดยกระแสเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สื่อสารสนเทศ และการเปลี่ยนแปลงอำนาจในภูมิภาค ที่ประเทศเล็ก ๆ ต้องปรับตัวให้ทันและเข้าใจกติกาของโลกให้ดี เพื่อไม่ถูกกลืนหรือตกขอบในเกมใหญ่ที่มีเพียงผู้เข้าใจสถานการณ์เท่านั้นจะรอด
บทเรียนที่ได้รับจากลี กวน ยู และสี จิ้นผิง จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของยุทธศาสตร์มหาอำนาจเท่านั้น หากแต่คือการทำความเข้าใจบทบาทและความเปราะบางของประเทศเล็กในบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อจะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรีท่ามกลางพลังที่ใหญ่กว่า
By: OakÉclats
โฆษณา