Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ChatGPT Insights
•
ติดตาม
29 ก.ค. 2025 เวลา 11:14 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
Memory: ฟีเจอร์สำคัญของ ChatGPT ที่จะช่วยให้ AI จำคุณได้
เคยรู้สึกไหมว่า… แม้เราจะใช้ ChatGPT มาหลายครั้ง คุยกับมันบ่อยแทบทุกวันเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวหรือเพื่อนสนิท แต่ทุกครั้งที่เริ่มแชทใหม่ มันกลับดูเหมือนไม่เคยรู้จักเราเลย และลืมข้อมูลทุกอย่างที่เคยบอกไว้ ทำให้ต้องคุยซ้ำๆเพื่อให้ ChatGPT เข้าใจบริบท และความต้องการของเรา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ ChatGPT ถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามเก่ง เข้าใจภาษา แต่จะ “ลืม” ทุกอย่างที่เคยบอกทันทีหลังจบบทสนทนาในหน้าแชท
ฟีเจอร์ Memory คือความสามารถของ ChatGPT ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ และทำให้การสนทนาเป็นไปอย่างลื่นไหลและต่อเนื่อง ทำให้ ChatGPT ไม่ได้เป็นแค่ AI ที่เก่งเรื่องคำตอบ แต่กลายเป็นผู้ช่วยที่จดจำตัวตนของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ อาชีพ ความสนใจ หรือแม้แต่สไตล์การตอบที่ชื่นชอบ
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับความสามารถ Memory อย่างลึกซึ้ง ทั้งวิธีเปิดใช้ เทคนิคการตั้งค่า ประโยชน์ในชีวิตจริง และที่สำคัญที่สุด… วิธีใช้งานร่วมกับ Custom Instructions เพื่อเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็น AI คู่ใจที่รู้จักดียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
ฟีเจอร์ Memory คืออะไร?
ฟีเจอร์ Memory เป็นความสามารถของ ChatGPT ที่ทำให้ระบบสามารถจดจำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้ใช้งานในระยะยาวได้ ซึ่งช่วยให้ AI ตอบคำถามได้ตรงตามบริบทของผู้ใช้มากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายรายละเอียดซ้ำทุกครั้งที่เปิดแชทใหม่
เมื่อเปิดใช้งาน Memory ระบบจะเริ่มเก็บข้อมูลที่คุณอนุญาตให้จดจำไว้ เช่น ชื่อ อาชีพ งานอดิเรก ความชอบ หรือแม้กระทั่งสไตล์การตอบที่ชื่นชอบ เช่น สรุปแบบ bullet point หรือคำตอบสั้นกระชับ เมื่อมีการสนทนาใหม่ในครั้งถัดไป ระบบจะนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับแต่งคำตอบให้เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ
ประเภทของข้อมูลที่ Memory สามารถจดจำได้มีความหลากหลาย แทบจะทุกอย่างที่คุณต้องการ
โดยสามารถจัดการข้อมูลที่ถูกจดจำได้ทุกเมื่อผ่านทางเมนู “Manage Memory” ไม่ว่าจะเป็นการดูข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ แก้ไขข้อมูล หรือแม้กระทั่งลบข้อมูลที่ไม่ต้องการให้ AI จำอีกต่อไป
ทำไม Memory ถึงสำคัญกับผู้ใช้งาน ChatGPT
ฟีเจอร์ Memory เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ChatGPT ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการทำให้ AI สามารถตอบคำถามและโต้ตอบได้แม่นยำ ตรงใจ และเหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคนมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เริ่มแชท
ประโยชน์ที่ชัดเจนของฟีเจอร์ Memory ได้แก่
●
ลดการอธิบายซ้ำซ้อน: ไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวคุณใหม่ทุกครั้ง เช่น อาชีพ งานอดิเรก หรือแม้แต่สไตล์การตอบที่คุณชื่นชอบ
●
ปรับคำตอบให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล: ChatGPT สามารถใช้ข้อมูลที่ถูกจดจำไว้เพื่อให้คำตอบที่ตรงกับความต้องการและบริบทเฉพาะของคุณได้แม่นยำยิ่งขึ้น
●
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน: การที่ AI จดจำข้อมูลได้ จะช่วยเร่งกระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การเตรียมแผนการสอน หรือแม้กระทั่งการวางแผนธุรกิจ
1
ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน
หากคุณเป็นนักเขียนที่ชื่นชอบการสรุปแบบ bullet points และใช้คำอธิบายง่ายๆ เพียงบอก AI ครั้งเดียว ฟีเจอร์ Memory จะทำให้ ChatGPT สามารถตอบคุณได้ในรูปแบบนี้เสมอ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาบอกซ้ำอีกเลย
1
วิธีการเปิดใช้งาน Memory
การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Memory ใน ChatGPT เป็นเรื่องง่ายมาก เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ คุณก็จะสามารถเริ่มต้นให้ AI จดจำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตัวคุณได้ทันที
ขั้นตอนเปิดใช้งาน Memory
1.
เข้าสู่เมนู Settings: คลิกที่ไอคอนรูปฟันเฟือง ซึ่งปกติจะอยู่ที่มุมล่างซ้ายหรือขวาของหน้าจอ ChatGPT
2.
เลือก Personalization: ภายในเมนูนี้ คุณจะพบแท็บชื่อ “Personalization” ให้คลิกเข้าไป
3.
เปิดใช้งาน Memory: ในแท็บ Personalization ให้เลื่อน toggle หรือสวิตช์ที่ระบุว่า “Memory” ให้กลายเป็นสีเขียวหรือสถานะเปิด
4.
ตรวจสอบการใช้งาน: เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบจะเริ่มเก็บข้อมูลทันที โดยสามารถตรวจสอบหรือจัดการข้อมูลเหล่านี้ได้ผ่านเมนูที่ชื่อว่า “Manage Memory”
หน้าการตั้งค่า Memory
ประเภทของ Memory ใน ChatGPT และการทำงานเบื้องหลัง
การเข้าใจว่า Memory ทำงานอย่างไรและมีกี่ประเภท จะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทั่วไป Memory ของ ChatGPT แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก
1. Explicit Memory (การจำแบบชัดเจน)
●
คือข้อมูลที่คุณสั่งให้จำโดยตรง เช่น “จำไว้ว่าฉันทำงานเป็นนักการตลาด” หรือ “ฉันชอบให้ตอบแบบ bullet point”
●
ข้อมูลเหล่านี้จะปรากฏในหน้า “Manage Memory” และสามารถดู แก้ไข หรือลบได้เสมอ
2. Implicit Memory / Reference Chat History (การจำแบบอ้างอิงบริบท)
●
คือข้อมูลที่ระบบเลือกจำจากพฤติกรรมการใช้งานหรือคำพูดในบทสนทนาเก่า ๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต
●
ผู้ใช้ไม่ต้องสั่งให้จำโดยตรง แต่ระบบจะเก็บไว้เพื่อนำมาใช้ปรับคำตอบแบบเบื้องหลัง
●
ตัวอย่างเช่น: คุณเคยบอกว่า “ฉันกินเจทุกเดือนสิบ” ในแชทหนึ่ง วันหลังมาถามว่า “แนะนำเมนูอาหารเย็นให้หน่อย” ChatGPT อาจแนะนำอาหารเจให้คุณทันที
การที่ระบบสามารถนำข้อมูลจากแชทก่อนหน้ามาใช้ได้ จำเป็นต้องเปิดฟีเจอร์ทั้งสองอย่างนี้พร้อมกัน
●
Reference saved memories — ให้ระบบใช้ข้อมูลที่เคยบันทึกไว้
●
Reference chat history — ให้ระบบดึงบริบทจากแชทเก่า (ต่าง session)
หากคุณปิด Chat History ระบบจะไม่สามารถอ้างอิงข้อมูลจากบทสนทนาเก่าได้อีก และหากปิด Memory ทั้งหมด ระบบจะไม่เก็บข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น (เทียบเท่า Temporary Chat)
หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด สามารถใช้ Temporary Chat เพื่อสนทนาแบบไม่บันทึก ไม่จดจำ และไม่มีประวัติหลงเหลือ
การเข้าใจประเภทของ Memory เหล่านี้จะทำให้คุณสามารถวางกลยุทธ์การใช้งาน ChatGPT ได้ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว เปลี่ยนให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยเฉพาะตัวที่ทั้งฉลาด และปลอดภัยในแบบที่ควบคุมได้ 100%
เทคนิคและวิธีจัดการข้อมูลใน Memory
การใช้งาน Memory อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การเปิดใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ ChatGPT เข้าใจและตอบสนองคุณได้ตรงใจมากที่สุด โดยมีเทคนิคการให้ AI จดจำข้อมูลดังนี้
●
ระบุข้อมูลชัดเจนตรงไปตรงมา: เช่น “จำไว้ว่าฉันเป็นนักลงทุนแบบ Value Investor” หรือ “ฉันชอบคำตอบแบบสรุปสั้นๆ”
●
ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ: คุณสามารถบอก ChatGPT ได้เหมือนกำลังพูดคุยกับเพื่อน เช่น “อย่าตอบยาวเกินไปนะ ช่วยสรุปสั้นๆ ให้หน่อย”
●
ระบุบริบทเฉพาะทาง: เช่น “จำไว้ว่าธุรกิจของฉันเน้นตลาด B2B และลูกค้าหลักคือผู้ประกอบการ”
วิธีตรวจสอบ แก้ไข และลบข้อมูล
●
เข้าไปที่เมนู “Manage Memory” ที่อยู่ในส่วนของการตั้งค่า
●
ในหน้านี้ จะสามารถเห็นข้อมูลทั้งหมดที่ถูกเก็บไว้เกี่ยวกับตัวคุณ
●
สามารถแก้ไขรายละเอียด หรือลบข้อมูลที่ไม่ต้องการได้ตลอดเวลา
ข้อควรและไม่ควรในการใช้งาน Memory
●
✅ ควร: เก็บข้อมูลที่ช่วยให้ AI เข้าใจบริบทของคุณได้ดียิ่งขึ้น เช่น ข้อมูลด้านการงาน ความสนใจเฉพาะทาง หรือสไตล์ที่ชื่นชอบในการสื่อสาร
●
❌ ไม่ควร: เก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเกินไป เช่น ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ หรือรหัสผ่านส่วนตัว เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
การจัดการความทรงจำบนหน้าจอ "Manage Memory"
การประยุกต์ใช้ Memory ร่วมกับ Custom Instructions
การใช้ฟีเจอร์ Memory ร่วมกับ Custom Instructions คือวิธีการที่ทรงพลังที่สุดในการใช้งาน ChatGPT ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทั้งสองฟีเจอร์นี้จะเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้คุณได้รับคำตอบที่ตรงกับความต้องการเฉพาะตัวของคุณ
●
Custom Instructions: เป็นเหมือน “กรอบหรือแนวทาง” ที่บอกให้ ChatGPT รู้ว่าจะต้องตอบคำถามของคุณในรูปแบบไหน เช่น ตอบสั้น กระชับ หรือใช้ bullet points
●
Memory: เป็นเหมือน “บริบทหรือข้อมูลส่วนตัว” ที่ทำให้ ChatGPT เข้าใจรายละเอียดเฉพาะตัวของคุณ เช่น อาชีพ ความสนใจ หรือเป้าหมายที่คุณกำลังเน้นอยู่
ตัวอย่างการใช้งานร่วมกันทั้ง 2 ฟีเจอร์
●
Custom Instructions: คุณตั้งค่าให้ ChatGPT ตอบคำถามแบบสรุปสั้น กระชับ และใช้ bullet points
●
Memory: คุณบอกให้ ChatGPT จำว่าคุณเป็นนักลงทุนที่เน้นกลยุทธ์ Value Investing และสนใจเฉพาะหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าจริง
●
ผลลัพธ์: เมื่อคุณถาม ChatGPT เกี่ยวกับการลงทุน ระบบจะให้คำตอบแบบสรุปเป็น bullet points ที่เน้นหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าอย่างชัดเจนทันที
✨ เทคนิคการใช้งานที่แนะนำ
●
ใช้ Custom Instructions กำหนดรูปแบบและสไตล์คำตอบทั่วไปที่คุณชอบและต้องการให้ระบบทำตามทุกครั้ง
●
ใช้ Memory สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยเฉพาะ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น สถานการณ์ล่าสุด ความสนใจใหม่ๆ หรือข้อมูลที่อัปเดตบ่อยๆ
ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้งาน Memory
แม้ว่าฟีเจอร์ Memory จะทำให้การใช้งาน ChatGPT ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดและข้อควรระวังบางประการที่ผู้ใช้ควรตระหนักไว้เพื่อให้การใช้งานปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด
🔐 ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
ข้อมูลที่คุณบอกให้ ChatGPT จดจำจะถูกเก็บไว้ในระบบ ดังนั้นหลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดอ่อน
🔄 ความถูกต้องของข้อมูล
Memory จะจดจำสิ่งที่คุณบอกไว้เท่านั้น หากข้อมูลที่คุณให้ไว้ผิดพลาดหรือล้าสมัย ChatGPT ก็จะใช้ข้อมูลผิดนั้นต่อไปจนกว่าคุณจะแก้ไขหรือลบทิ้ง ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลที่ถูกจดจำไว้บ่อยๆ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบันเสมอ
📌 ขอบเขตและปริมาณข้อมูล
ฟีเจอร์ Memory ยังไม่สามารถจดจำบทสนทนาเก่าทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน แต่จะจดจำเฉพาะข้อมูลที่คุณกำหนดให้จดจำ ดังนั้นควรเลือกเก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและมีประโยชน์จริงๆ
📅 การจัดการและการอัปเดต
หมั่นตรวจสอบและจัดการข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ใน Memory เป็นระยะๆ โดยใช้เมนู “Manage Memory” เพื่อลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรืออัปเดตข้อมูลที่ล้าสมัย เพื่อให้ข้อมูลในระบบมีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ฟีเจอร์ Memory คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ChatGPT ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยที่เก่งด้านข้อมูล แต่กลายเป็นผู้ช่วยที่ “รู้จักคุณ” จริง ๆ ซึ่งนั่นคือหัวใจของการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เป็นส่วนตัว ลื่นไหล และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุก ๆ วัน
เมื่อใช้งานร่วมกับ Custom Instructions คุณจะได้ทั้ง “รูปแบบการตอบที่ชอบ” และ “เนื้อหาที่ตรงกับตัวตนของคุณ” ซึ่งเปรียบเสมือนการมีผู้ช่วย AI ประจำตัวที่รู้จักทั้งสไตล์ ความต้องการ และเป้าหมายของคุณในระยะยาว
หากคุณเคยรู้สึกว่า ChatGPT ยังไม่เข้าใจคุณจริง เริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงเปิดใช้งาน Memory และตั้งค่า Custom Instructions ให้เข้ากับตัวคุณ
แล้ว ChatGPT จะไม่ใช่แค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่จะกลายเป็น “คู่คิดอัจฉริยะ” ที่รู้จักคุณในแบบที่ไม่มี AI ตัวไหนเคยทำได้มาก่อน
Reference Source
1. Memory FAQ
Link:
https://help.openai.com/en/articles/8590148-memory-faq#:~:text=You%20can%20control%20Memory%20via,two%20settings
2. Memory and new controls for ChatGPT
Link:
https://openai.com/index/memory-and-new-controls-for-chatgpt/#:~:text=Temporary%20Chat%20for%20conversations%20that,users%20in%20a%20few%20weeks
3. Guide for Beginners: Custom Instructions and Memory explained and compared.
Link:
https://www.reddit.com/r/ChatGPTPro/comments/1cevlah/guide_for_beginners_custom_instructions_and/#:~:text=,%22Manage%22%20button
chatgpt
เทคโนโลยี
ai
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย