31 ก.ค. 2025 เวลา 11:59 • ประวัติศาสตร์

“เฮเลนแห่งทรอย (Helen of Troy)” ตำนานสตรีผู้มีใบหน้างดงามจนกองเรือพันลำต้องออกศึก

ตามตำนาน “เฮเลนแห่งทรอย (Helen of Troy)” ได้ถูกกล่าวขานว่าเป็น “หญิงผู้มีใบหน้างดงามจนกองเรือพันลำต้องออกศึก” และเป็นต้นเหตุของสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานถึงสิบปี ทำให้โลกยุคโบราณต้องแปดเปื้อนด้วยเลือด
แต่แท้จริงแล้ว จุดเริ่มต้นของสงครามกรุงทรอยและการล้อมเมืองอันเลื่องชื่อที่สั่นคลอนกรีกโบราณนั้น กลับเกี่ยวข้องกับเฮเลนเพียงเล็กน้อย หากแต่มีต้นตอมาจากผลไม้ต้องคำสาป เทพีที่ถูกหมางเมิน และความบาดหมางของเหล่าเทพที่ปะทุขึ้นจากงานเลี้ยงวิวาห์งานหนึ่ง
ตำนานเรื่องนี้เป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
ก่อนที่เรือรบกรีกจะล้อมกรุงทรอย ก่อนที่เฮเลนจะได้พบกับ “ปารีส (Paris)” เหล่าเทพต่างกำลังเฉลิมฉลองพิธีสมรสของ “ธีทิส (Thetis)” นางพรายแห่งท้องทะเล กับ “เพลีอัส (Peleus)” มนุษย์ผู้เป็นกษัตริย์ และในเวลาต่อมาจะเป็นบุพพการีของวีรบุรุษอย่าง “อคิลลีส (Achilles)”
นี่ควรจะเป็นงานเลี้ยงที่เปี่ยมด้วยความยินดีปรีดา และเหล่าเทพเจ้าทั้งหลายล้วนได้รับเชิญ เว้นเพียงเทพีองค์เดียว
นั่นคือ “เอริส (Eris)” เทพีแห่งความบาดหมาง
เอริสไม่ได้รับเชิญ และนั่นทำให้นางเดือดดาล
เอริส (Eris)
ด้วยความเคียดแค้น เอริสจึงวางแผนแก้แค้น แก้แค้นด้วยผลแอปเปิ้ลทองคำผลหนึ่ง
เอริสสลักข้อความเรียบง่ายลงบนผลแอปเปิ้ล มีใจความว่า
“แด่ผู้เลอโฉมที่สุด”
จากนั้นจึงโยนแอปเปิ้ลนั้นเข้าสู่ใจกลางงานเลี้ยง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความรื่นเริง
เสียงหัวเราะจางหาย เหลือไว้เพียงความเงียบงันอึดอัด
เทพีสามองค์ต่างอ้างสิทธิในแอปเปิ้ลนั้น นั่นคือ “อโฟรไดต์ (Aphrodite)” เทพีแห่งความรัก “เฮรา (Hera)” ราชินีแห่งเหล่าเทพ และ “อธีนา (Athena)” เทพีแห่งปัญญาและสงคราม
ความงามและศักดิ์ศรีของพวกนางไม่อาจยอมให้ใครเหนือกว่า ทั้งสามจึงหันไปหา “ซุส (Zeus)” จ้าวแห่งเทพทั้งปวง ให้ตัดสินว่าใครคือผู้เลอโฉมที่สุด
ซุส (Zeus)
แต่ซุสกลับปฏิเสธที่จะตัดสิน เนื่องจากไม่กล้าเผชิญกับความพิโรธของเทพีทั้งสาม จึงมอบหน้าที่นี้ให้แก่มนุษย์คนหนึ่งเป็นผู้ตัดสินแทน
ผู้ที่ถูกเลือกก็คือ “ปารีส (Paris)” เจ้าชายหนุ่มแห่งกรุงทรอย ผู้เลื่องชื่อในเสน่ห์และความไร้เดียงสา เทพีทั้งสามจึงไม่ลังเลที่จะใช้เล่ห์กลครอบงำปารีส
เฮราเสนออำนาจและการปกครองเหนือมนุษย์ทั้งปวงให้แก่ปารีส อธีนาเสนอชื่อเสียงและเกียรติยศในสงครามแก่ปารีส แต่อโฟรไดต์เล่นตรงใจของชายหนุ่มที่สุด
ปารีส (Paris)
อโฟรไดต์สัญญาว่าจะมอบหญิงงามที่สุดในโลกมนุษย์ให้เป็นของปารีส นั่นคือ “เฮเลนแห่งสปาร์ตา”
แม้เฮเลนจะมีสามีแล้ว นั่นคือ “พระเจ้าเมเนลอส (Menelaus)” กษัตริย์แห่งกรีซ แต่นั่นก็ไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาของปารีสได้
ปารีสเลือกอโฟรไดต์ ยกอโฟรไดต์ขึ้นเป็น “ผู้เลอโฉมที่สุดในปวงเทพ”
จากนั้น ปารีสได้ลักพาตัวเฮเลนจากบ้านเกิดของนาง และพานางล่องเรือไปยังกรุงทรอย ทำให้เกิดพายุแห่งความโกรธเกรี้ยวไปทั่วดินแดนกรีซ
พระเจ้าเมเนลอส (Menelaus)
พระเจ้าเมเนลอสทรงถูกหยามเกียรติและพิโรธจนแทบขาดใจ พระองค์จึงทรงเรียกระดมพันธมิตรทั้งหมด เพื่อทวงเกียรติกลับคืนมา
จากนั้น กองเรือพันลำได้แล่นออกจากฝั่ง เป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามกรุงทรอย (Trojan War)”
ต่อจากนั้นก็คือตำนานและความทรงจำ
ชาวกรีกล้อมกรุงทรอยนานนับสิบปี สงครามจบลงด้วยเล่ห์กลอันเลื่องชื่อ นั่นคือ “ม้าไม้แห่งกรุงทรอย (Trojan Horse)”
ม้าไม้แห่งกรุงทรอย (Trojan Horse)
เมืองทั้งเมืองถูกแผดเผา เฮเลนถูกทวงคืน และประวัติศาสตร์หรือบทกวี ต่างก็โยนความผิดทั้งหมดให้นาง
แต่หลังกำแพงสูงของกรุงทรอย เฮเลนไม่ใช่นางยั่วหรือนางบำเรอ แต่คือหญิงผู้ถูกทรมานจากผลลัพธ์ของความงามของตนเอง นางต้องอยู่กับความเศร้าโศก ในขณะที่ทั้งผู้คนและตำนานต่างโทษนางว่าเป็นต้นเหตุของการเข่นฆ่า
ความงามของนางช่างอันตรายถึงเพียงนั้นหรือ? ถึงขั้นทำให้ชาติพินาศเลยหรือ?
หรือแท้จริงแล้ว นางอาจจะเป็นเพียงวัตถุแห่งความปรารถนา
ถูกแย่งชิง ใช้ประโยชน์ แล้วถูกทอดทิ้ง ในขณะที่บุรุษทั้งหลายทำสงครามเพื่อศักดิ์ศรีและการแก้แค้นก็เป็นได้
บางทีก็ถึงเวลาต้องพิจารณาประวัติศาสตร์และตำนานอีกครั้ง
โฆษณา